FLOAT ของประกันภัย ธุรกิจน่าเบื่อที่ไม่ธรรมดา

FLOAT ของประกันภัย ธุรกิจน่าเบื่อที่ไม่ธรรมดา

จากตอนที่แล้วที่พูดถึงว่าบริษัทประกันภัยเป็นเหมือนเจ้ามือบ่อนการพนันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ บทความนี้จะมาเล่าข้อดีอีกเรื่องนึงของบริษัทประกันภัยคือ “กระแสเงินสด”

ธรรมชาติของบริษัทประกันภัยจะมีเบี้ยประกันรับล่วงหน้า แต่ยังไม่ได้ถูกเคลม เราจะเรียกเงินก้อนนี้ว่า “FLOAT” ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยตรงๆก็คือ เงินที่ลอยอยู่ รอวันที่ผู้ทำประกันเกิดภัยถึงจะเรียกเคลม กว่าที่ผู้ทำประกันภัยจะเคลมก็รอไปเป็นปี หรือ บางกรณีอาจจะไม่ได้เคลมเลย

ในทางบัญชีจะบันทึก FLOAT เป็นหนี้สิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว FLOAT ที่เป็นหนี้ก้อนนี้ บริษัทประกันจะไม่มีวันได้จ่ายเงินต้นคืนถ้าบริษัทสามารถเลี้ยงเบี้ยให้อยู่แบบนี้ไปตลอดได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะ คอนโด ออฟฟิศ โรงแรม โรงพยาบาล โรงงาน รถยนต์ ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว

ที่น่าสนใจคือในระหว่างที่บริษัทถือ FLOAT อยู่นั้น บริษัทสามารถนำ FLOAT ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น พันธบัตร หรือ หุ้น เพื่อหาดอกผลได้

FLOAT ก็เปรียบเหมือนการยืมเงินคนอื่นมาลงทุนโดยไม่เสียดอกเบี้ยใดๆ การไม่เสียดอกเบี้ยนี้สำคัญมาก บริษัทแค่มีผลตอบแทนจากการลงทุนของ FLOAT มากกว่า 0% ก็ถือว่าคุ้มค่า

ต่างจากบริษัทอื่นที่ต้องกู้เงินธนาคารมาลงทุน ต้องกังวลว่าโครงการที่จะลงทุนควรมีผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ถึงจะคุ้มค่า

การกู้เงินคนอื่นมีประโยชน์อย่างไร?

ตัวอย่างเช่นถ้าบริษัทประกันภัยมี FLOAT 10,000 ล้านบาท และบริษัทนำ FLOAT ไปลงทุนได้ผลตอบแทนแค่ 5% บริษัทจะได้กำไรถึง 500 ล้านบาท โดยไม่ได้ใช้เงินตัวเองเลยสักบาท การทำแบบนี้ศัพท์ทางการเงินเรียกว่าการ leverage คือการยืมเงินคนอื่นมาลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น แต่การ leverage ของบริษัทประกันพิเศษตรงที่ไม่มีภาระดอกเบี้ย

แล้วบริษัทประกันภัยไหนน่าลงทุน?

ข้อเสียของบริษัทประกันภัยคือจะมีการแข่งขันด้านราคาสูง สิ่งที่ควรดูข้อแรกคือความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในการได้ลูกค้าชั้นดี และไม่ต้องแข่งขันลดราคาค่าเบี้ย ซึ่งกำไรจากการรับประกันจะถือเป็นกำไรเด้งแรก

สิ่งที่ควรดูข้อสองคือความสามารถในการเอา FLOAT ไปลงทุนของบริษัท ถ้าบริษัทสามารถทำผลตอบแทนจากการลงทุนได้มากก็จะทำให้บริษัทมีกำไรเด้งที่สอง

ที่จริงแล้วบริษัทประกันภัยที่ไม่มีความสามารถในการแข่งขันในการได้ลูกค้าชั้นดี จะมี combine ratio เกิน 100% หรือเรียกว่าขาดทุนจากการรับประกัน และจะเอากำไรจากการลงทุนของ FLOAT มาพยุง

Warren Buffett นักลงทุนชื่อดังเป็นเจ้าของบริษัทประกันชื่อ Berkshire Hathaway เขาก็ทำประโยชน์จากการนำ FLOAT มาลงทุนในหุ้นต่างๆที่เขาชอบ เช่น Coke, American Express, IBM และล่าสุดคือ Apple

เรามาดู FLOAT ของบริษัท Berkshire Hathaway ที่ผ่านมาในอดีตกัน

ปี 1970 บริษัทมี FLOAT 1,365 ล้านบาท
ปี 1980 บริษัทมี FLOAT 8,295 ล้านบาท
ปี 1990 บริษัทมี FLOAT 57,120 ล้านบาท
ปี 2000 บริษัทมี FLOAT 975,485 ล้านบาท
ปี 2010 บริษัทมี FLOAT 2,304,120 ล้านบาท
ปี 2016 บริษัทมี FLOAT 3,205,195 ล้านบาท

FLOAT คือจำนวนเงินที่บริษัท Berkshire Hathaway สามารถยืมเงินคนอื่นได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ที่น่าสนใจคือมีคนเอาเงินมาให้บริษัทนี้ยืมฟรีๆทุกปี และมากขึ้นเรื่อยๆตามเศรษฐกิจที่เติบโต

บริษัทประกันภัยนอกจากจะเป็นทั้งเจ้ามือบ่อนการพนันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในตอนที่แล้ว ตอนนี้ยังเป็นผู้กู้เงินฟรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยเช่นกัน



21 thoughts on “FLOAT ของประกันภัย ธุรกิจน่าเบื่อที่ไม่ธรรมดา”