30 ปี EGCO Group จากผู้ผลิตไฟฟ้า สู่ผู้สร้างพลังงานครบวงจรอย่างยั่งยืน

30 ปี EGCO Group จากผู้ผลิตไฟฟ้า สู่ผู้สร้างพลังงานครบวงจรอย่างยั่งยืน

27 ต.ค. 2022
30 ปี EGCO Group จากผู้ผลิตไฟฟ้า สู่ผู้สร้างพลังงานครบวงจรอย่างยั่งยืน
EGCO Group x ลงทุนแมน
หากถามว่า บริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (Independent Power Producer - IPP)
รายแรกของไทย คือใคร คำตอบคือ EGCO Group
แล้วถ้าถามต่อไปว่า บริษัทไหน ที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงที่หลากหลายได้
และมีกำลังผลิตเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย
คำตอบคือ EGCO Group เช่นเดียวกัน
รู้หรือไม่ว่า ในวันนี้ EGCO Group ไม่ได้เป็นบริษัทที่มีเพียงธุรกิจผลิตไฟฟ้า
แต่ยังเป็นบริษัทที่มีธุรกิจด้านพลังงานอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำเลยทีเดียว
จากโรงไฟฟ้าเมื่อ 30 ปีก่อน สามารถกลายมาเป็นธุรกิจพลังงานครบวงจรได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะมาเล่าให้ฟัง
เรื่องราวของ EGCO Group เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 หรือประมาณ 30 ปีก่อน
โดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด ถูกก่อตั้งขึ้นโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.
ในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงที่รัฐบาลกำลังมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ
จากเดิมที่หน่วยงานของรัฐจะเป็นผู้ลงทุน และเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าด้วยตัวเอง กลายเป็นสนับสนุนให้เอกชน เป็นผู้ลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนของภาครัฐ
เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้เป็นไปตามนโยบายของทางภาครัฐ
ทำให้ในปี พ.ศ. 2537 ทาง EGCO Group ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และซื้อโรงไฟฟ้า “ระยอง” จาก กฟผ. ซึ่งจุดนี้เองทำให้ EGCO Group กลายเป็น IPP รายแรกของประเทศ
และในปีต่อมา ซึ่งคือ ปี พ.ศ. 2538 ทาง EGCO Group ก็ได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
จากนั้นธุรกิจไฟฟ้าของ EGCO Group ก็ได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศ ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เอเชียแปซิฟิก และสหรัฐอเมริกา
จนในปัจจุบัน เรียกได้ว่า EGCO Group ได้กลายมาเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ทั้งในด้านมูลค่าบริษัท หรือด้านกำลังผลิต รวมไปถึงความสามารถในการผลิตไฟฟ้า จากเชื้อเพลิงหลากหลายประเภท
เราลองมาดูผลประกอบการล่าสุดของ EGCO Group กัน
ปี 2564 EGCO Group มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 42,093 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 10,218 ล้านบาท
ครึ่งแรกของปี 2565 รายได้รวมจากการดำเนินงาน 28,659 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 7,391 ล้านบาท
โดยล่าสุด บริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด อยู่ที่ 86,867 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2565)
ในด้านของกำลังผลิต..
ปัจจุบัน EGCO Group มีโรงไฟฟ้าทั้งหมดจำนวน 33 แห่ง กระจายอยู่ใน 8 ประเทศ
มีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นมากถึง 6,079 เมกะวัตต์ โดยผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 1,424 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ EGCO Group ยังเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่บริษัทในไทย ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้จากเชื้อเพลิงหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ, LNG และถ่านหิน
รวมถึงจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และเซลล์เชื้อเพลิง
ตลอดจนการกระจายพื้นที่ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยง รักษาเสถียรภาพ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต
ซึ่งเรื่องนี้ ส่งผลให้พอร์ตโฟลิโอมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับกับความท้าทายต่าง ๆ
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเข้าใจว่า EGCO Group เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
แต่ความจริงแล้ว ธุรกิจของ EGCO Group ในวันนี้ เรียกได้ว่า เป็นธุรกิจพลังงานอย่างครบวงจร
โดยธุรกิจทั้งหมดครอบคลุมตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เลยทีเดียว
1. ธุรกิจต้นน้ำ คือ ธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภคที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน
เช่น โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ทีพีเอ็น” รวมถึงโครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
2. ธุรกิจกลางน้ำ ซึ่งก็คือธุรกิจหลักของบริษัท อย่างธุรกิจไฟฟ้า
3. ธุรกิจปลายน้ำ คือ ธุรกิจ Customer Solution & Startup
เป็นการต่อยอดมาจากธุรกิจหลัก ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงาน รวมถึงธุรกิจ New S-Curve ผ่านการลงทุนในบริษัทด้านการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม “อินโนพาวเวอร์” และบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงิน “เพียร์ พาวเวอร์” เป็นต้น
จนในวันนี้ เราอาจพูดได้ว่า EGCO Group เป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้นำในด้านการสร้างพลังงานของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม EGCO Group ก็ไม่ลืมที่จะสร้างความยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย
เพื่อทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับเสริมความมั่นคงให้แก่อุตสาหกรรมพลังงาน
EGCO Group ได้กำหนดเป้าหมายของบริษัท ทั้งในระยะกลางและระยะยาว
ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ว่า “Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth”
สำหรับเป้าหมายระยะกลาง EGCO Group ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี พ.ศ. 2573
- เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ถึง 30% จากปัจจุบันที่ประมาณ 23%
- ลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ (Carbon Emission Intensity)
ลง 10%
ในส่วนของเป้าหมายในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี พ.ศ. 2593
จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral)
นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังมีการลงทุนและศึกษาในโครงการเพื่อความยั่งยืนต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น
- การลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านการถือหุ้นของบริษัท APEX
ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านพลังงานหมุนเวียน
โดยเฉพาะพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์
- การจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาและพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง ไฮโดรเจน ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ในอนาคตและถือเป็นการผลิตที่สะอาด เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
- การจับมือกับพันธมิตร เพื่อร่วมศึกษาซัปพลายเชนทั้งระบบของ LNG
ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยขยายโอกาสในการใช้เชื้อเพลิงไร้คาร์บอนอย่าง ไฮโดรเจนและแอมโมเนีย มาผลิตไฟฟ้า
จากการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนทำให้ในปี พ.ศ. 2563 EGCO Group ขึ้นแท่นสู่การเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลก
โดยเป็นบริษัทไฟฟ้าไทยรายแรกที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices - DJSI) ในกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Index) ประเภทอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคไฟฟ้า (Electric Utilities)
และปี พ.ศ. 2564 ติดอันดับดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG
อ่านมาถึงตรงนี้ เราคงพอสรุปกันได้แล้วว่า..
จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 30 ปีก่อนของ EGCO Group ที่เติบโตจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
ในวันนี้บริษัทได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานอย่างครบวงจร
ที่สำคัญไปกว่านั้น EGCO Group ไม่เพียงแต่คำนึงถึงการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น
แต่ยังเป็นการเติบโตไปพร้อม ๆ กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม
ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.