
EGCO Group ทุ่ม 30,000 ล้าน วางหมาก “POWER4” ขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานที่เกี่ยวเนื่อง รับดีมานด์ใหม่ของโลก
EGCO Group ทุ่ม 30,000 ล้าน วางหมาก “POWER4” ขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานที่เกี่ยวเนื่อง รับดีมานด์ใหม่ของโลก / EGCO Group x ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หากพูดถึงยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงานที่อยู่คู่ประเทศไทยมานานกว่า 3 ทศวรรษ ชื่อของ EGCO Group หรือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ย่อมเป็นชื่อแรก ๆ ที่เหล่านักลงทุนนึกถึง
จากจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) รายแรกของไทย ในปี 2535 วันนี้ EGCO Group ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเก๋าและการปรับตัวให้เข้ากับทุกยุคสมัย
ล่าสุด ภายใต้การนำของ นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา EGCO Group ได้ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
นั่นคือการประกาศใช้กลยุทธ์ POWER4 พร้อมทุ่มงบลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition)
แล้วแผนการทุ่มงบมหาศาลครั้งนี้จะนำพา EGCO Group ไปสู่ทิศทางไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
นายธวัชชัย สำราญวานิช เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน EGCO Group มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการขับเคลื่อนสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ
กลยุทธ์ POWER4 ประกอบด้วยภารกิจหลัก 4 ด้าน ที่จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนบริษัทหลังจากนี้คือ
1. Profitability and Performance Energizing
เน้นการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง รักษาเสถียรภาพทางการเงินและอันดับความน่าเชื่อถือ รวมถึงการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอเพื่อดูแลผู้ถือหุ้น
เน้นการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง รักษาเสถียรภาพทางการเงินและอันดับความน่าเชื่อถือ รวมถึงการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอเพื่อดูแลผู้ถือหุ้น
2. Power and Energy-Related Focus
เน้นลงทุนในธุรกิจหลักคือโรงไฟฟ้า ทั้งก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน พร้อมแสวงหาโอกาสในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ซัปพลายเชนไฮโดรเจน, Solar Private PPA และการให้บริการพลังงานแก่ Data Center
เน้นลงทุนในธุรกิจหลักคือโรงไฟฟ้า ทั้งก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน พร้อมแสวงหาโอกาสในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ซัปพลายเชนไฮโดรเจน, Solar Private PPA และการให้บริการพลังงานแก่ Data Center
3. Portfolio Optimization
บริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านนโยบายการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) เพื่อนำเงินไปลงทุนใหม่ในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงกว่า รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในตลาดพลังงานสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท
บริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านนโยบายการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) เพื่อนำเงินไปลงทุนใหม่ในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงกว่า รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนในตลาดพลังงานสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท
4. Proactive Organization Excellence
ยกระดับองค์กรด้วยเทคโนโลยี โดยนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในกระบวนการทำงานทุกมิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก ได้ติดตามและประเมินศักยภาพของการประยุกต์ใช้ AI ในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ยกระดับองค์กรด้วยเทคโนโลยี โดยนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในกระบวนการทำงานทุกมิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโก ได้ติดตามและประเมินศักยภาพของการประยุกต์ใช้ AI ในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
หากเราเจาะลึกลงไปในข้อมูลของ EGCO Group จะพบว่าบริษัทไม่ได้มีแค่โรงไฟฟ้า แต่ยังมีสินทรัพย์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงกระจายตัวอยูใน 7 ประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซีย
ในอินโดนีเซีย EGCO Group มีการลงทุนที่สำคัญผ่าน CDI Group ซึ่งเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคครบวงจร ที่มีธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่
- ธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้า มีทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโซลาร์เซลล์ (รวมถึงอยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาโปรเจกต์โซลาร์บนทุ่นลอยน้ำขนาดใหญ่ 32 MW)
- ธุรกิจผลิตและบำบัดน้ำครบวงจร มีทั้งอ่างเก็บน้ำขนาด 5.4 ล้านลูกบาศก์เมตร และโรงบำบัดน้ำเสียที่รองรับความต้องการของนิคมอุตสาหกรรม
- ธุรกิจคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมีและท่าเทียบเรือ มีถังเก็บของเหลว 72 ถังและท่าเทียบเรือ 2 แห่ง
- ธุรกิจโลจิสติกส์ มีเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ 10 ลำ รวมถึงรถบรรทุก 175 คัน (โดยตั้งเป้าหมายจะถือครองเรือเดินสมุทรเพิ่มเป็น 13 ลำ ภายในปี 2568)
- ธุรกิจผลิตและบำบัดน้ำครบวงจร มีทั้งอ่างเก็บน้ำขนาด 5.4 ล้านลูกบาศก์เมตร และโรงบำบัดน้ำเสียที่รองรับความต้องการของนิคมอุตสาหกรรม
- ธุรกิจคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมีและท่าเทียบเรือ มีถังเก็บของเหลว 72 ถังและท่าเทียบเรือ 2 แห่ง
- ธุรกิจโลจิสติกส์ มีเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ 10 ลำ รวมถึงรถบรรทุก 175 คัน (โดยตั้งเป้าหมายจะถือครองเรือเดินสมุทรเพิ่มเป็น 13 ลำ ภายในปี 2568)
การมี Ecosystem ที่ครบวงจรเช่นนี้ ทำให้ EGCO Group สามารถขยายฐานรายได้ไปสู่ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต
ในสหรัฐอเมริกา เป็นตลาดที่ EGCO Group ปักหมุดโรงไฟฟ้าไว้กว่า 1,400 เมกะวัตต์ กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ เพราะสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลจากธุรกิจ Data Center และ AI ซึ่งต้องใช้พลังงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าในตลาดซื้อขายไฟฟ้า PJM ที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในสหรัฐอเมริกา จะได้รับประโยชน์จากราคาซื้อขายไฟฟ้าที่อยู่ในเกณฑ์ดี
และในปี 2569 EGCO Group เตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการลงทุนไปที่พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญและยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน ได้แก่
- สหรัฐอเมริกา
ขยายพอร์ตไฟฟ้าเพื่อรองรับยุค AI และ Data Center
ขยายพอร์ตไฟฟ้าเพื่อรองรับยุค AI และ Data Center
- อินโดนีเซีย
ต่อยอดธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานผ่าน CDI Group ที่เพิ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (CDIA)
ต่อยอดธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานผ่าน CDI Group ที่เพิ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (CDIA)
- ฟิลิปปินส์
รับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์
รับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์
- ไทย
เดินหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียนรอบที่ 2 จำนวน 11 โครงการ กำลังผลิตรวม 448 เมกะวัตต์
เดินหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียนรอบที่ 2 จำนวน 11 โครงการ กำลังผลิตรวม 448 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ EGCO Group ไม่ได้เพียงแค่มองเรื่องกำไร แต่ยังวาง Roadmap การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำไว้ 3 ระยะอย่างชัดเจน คือ
- ระยะสั้น (ปี 2573) เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% (จากปัจจุบัน 22%) และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยการผลิต 10%
- ระยะกลาง (ปี 2583) บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
- ระยะยาว (ปี 2593) บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
- ระยะกลาง (ปี 2583) บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
- ระยะยาว (ปี 2593) บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น บริษัทได้เริ่มทดลองเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น การใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิงผสมในโรงไฟฟ้า และศึกษาเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
ปัจจุบัน EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมกว่า 6,836 เมกะวัตต์ ครอบคลุม 7 ประเทศ ซึ่งความสำเร็จตลอด 33 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากความโชคดีเท่านั้น แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ที่กล้าเปลี่ยนตัวเองตามโลก
หากลองมองภาพรวมทั้งหมดของ EGCO Group ในวันนี้
เราจะพบว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของโรงไฟฟ้าอีกต่อไป
เราจะพบว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของโรงไฟฟ้าอีกต่อไป
จากจุดเริ่มต้นที่เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ IPP ในไทย วันนี้ EGCO Group กำลังสยายปีกครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำอย่างโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ไปจนถึงปลายน้ำที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมอย่าง Innopower บริษัทด้านการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม
ซึ่งก้าวต่อไปภายใต้กลยุทธ์ POWER4 และงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ในปี 2569 คือการเดิมพันครั้งสำคัญบนสมรภูมิพลังงานโลก
ความน่าสนใจของเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า EGCO Group จะผลิตไฟฟ้าได้กี่เมกะวัตต์
แต่อยู่ที่ว่า ในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างรวดเร็ว ใครจะเป็นผู้กุมความได้เปรียบในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
และจากแผนงานที่วางไว้ EGCO Group กำลังบอกเราว่า พวกเขาไม่ได้แค่ต้องการเดินตามโลกที่เปลี่ยนไป
แต่พวกเขาต้องการร่วมเป็นผู้กำหนดทิศทางพลังงานแห่งอนาคต
เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับโลกคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง..
เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับโลกคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง..
Reference :
- เอกสารประชาสัมพันธ์ EGCO Group
- เอกสารประชาสัมพันธ์ EGCO Group
#EGCOGroup #EGCO #ทิศทางธุรกิจปี2569 #กลยุทธ์POWER4