
Tesla ทุ่ม 8 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ไฟฟ้า สู่เจ้าพ่อ AI และหุ่นยนต์
วันนี้ Tesla ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2026
- รายได้รวม 725,000 ล้านบาท เติบโต 16% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
- รายได้รวม 725,000 ล้านบาท เติบโต 16% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
โดยมาจาก ธุรกิจรถยนต์ 525,700 ล้านบาท เติบโต 16%
ธุรกิจพลังงาน 78,000 ล้านบาท ลดลง 12%
ธุรกิจบริการและรายได้อื่น 121,300 ล้านบาท เติบโต 42%
ธุรกิจพลังงาน 78,000 ล้านบาท ลดลง 12%
ธุรกิจบริการและรายได้อื่น 121,300 ล้านบาท เติบโต 42%
- กำไรสุทธิ 47,000 ล้านบาท เติบโต 56% ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
ขณะที่กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) 46,800 ล้านบาท เติบโต 117%
ขณะที่กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) 46,800 ล้านบาท เติบโต 117%
สำหรับยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสนี้ อยู่ที่ 358,023 คัน เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า โดยเป็น Model Y 341,893 คัน
หุ้น Tesla ได้ปรับขึ้นราว 4% ในช่วงซื้อขายนอกเวลาทำการ (After Hours) ในตอนแรก
ก่อนที่จะลดลง จนติดลบ 2% หลังบริษัทเปิดเผยว่า อาจมีค่าใช้จ่ายฝ่ายทุน (CapEx) สูงถึง 800,000 ล้านบาทในปี 2026 นี้
ซึ่งถือว่ามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ถึง 161,900 ล้านบาท (5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
โดย CapEx นี้ จะใช้ในการขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัท โดยเฉพาะการติดตั้งสายการผลิตรุ่นแรก สำหรับหุ่นยนต์ Optimus ที่เตรียมพร้อมเข้าสู่การผลิตจำนวนมาก (Mass Production) แล้ว
ซึ่งที่ผ่านมา Elon Musk ซีอีโอของบริษัท แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนผ่าน Story ของบริษัท จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่ผลิตหุ่นยนต์ Humanoid และ AI
นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว Elon Musk ได้ประกาศว่าจะพัฒนาเมกะโปรเจกต์ Terafab ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนชิปและลดการพึ่งพาผู้ผลิตภายนอก เช่น TSMC
โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Tesla กับบริษัทในเครืออย่าง SpaceX, xAI และยักษ์ใหญ่ชิป Intel
ขณะที่ในฝั่งของ Robotaxi ทาง Tesla ได้เปิดเผยว่าในไตรมาส 1/2026 มีระยะทางการให้บริการที่สร้างรายได้ (Paid Robotaxi miles) เพิ่มขึ้นเกือบเป็นสองเท่า เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
และในตอนนี้ บริษัทมีการเตรียมพร้อมเพื่อเปิดให้บริการเพิ่มในหลายพื้นที่ ได้แก่ เมือง Phoenix ในรัฐแอริโซนา, เมือง Miami, Orlando และ Tampa ในรัฐฟลอริดา และเมือง Las Vegas ในรัฐเนวาดา
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนว่า Tesla กำลังลอกคราบจากบริษัทรถยนต์ไปสู่ผู้นำด้าน AI และ Humanoid อย่างเต็มตัว
อีกนัยหนึ่งก็อาจมองได้ว่า การทุ่มงบมหาศาลกว่า 8 แสนล้านบาทในปี 2026 นี้ แม้จะทำให้นักลงทุนกังวล
แต่มันคือต้นทุนที่จำเป็นต้องจ่าย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
แต่มันคือต้นทุนที่จำเป็นต้องจ่าย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ซึ่งการเดิมพันเปลี่ยนเกมครั้งประวัติศาสตร์นี้ของบริษัท จะเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ที่คุ้มค่ากับราคาที่ Elon Musk ยอมจ่ายไปหรือไม่นั้น
ผลประกอบการในอนาคต จะเป็นคำตอบ..
ผลประกอบการในอนาคต จะเป็นคำตอบ..