Buy Now Pay Later กำลังเป็นฟองสบู่ ลูกใหม่ของโลก

Buy Now Pay Later กำลังเป็นฟองสบู่ ลูกใหม่ของโลก

8 พ.ย. 2022
Buy Now Pay Later กำลังเป็นฟองสบู่ ลูกใหม่ของโลก /โดย ลงทุนแมน
ปัจจุบันนี้ การซื้อสินค้าแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการมา
ของการค้าขายออนไลน์ หรือ E-Commerce
แต่การซื้อสินค้า ที่สามารถจ่ายเงินทีหลังได้นี้
อาจกำลังเป็นฟองสบู่อีกลูกหนึ่ง ที่ซ่อนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
แล้วทำไมแค่การซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ถึงก่อให้เกิดฟองสบู่ได้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
Buy Now Pay Later เป็นแพลตฟอร์มรูปแบบหนึ่ง ที่ให้ลูกค้าสามารถซื้อของไปก่อน
แล้วจ่ายเงินค่าสินค้าในภายหลังได้
ซึ่งส่วนมากแล้ว มักจะให้ลูกค้าจ่ายคืน เป็นงวด ๆ คล้ายกับบัตรเครดิต
โดยในประเทศไทยเอง ก็มีแพลตฟอร์ม ในลักษณะนี้ออกมา
เช่น SPayLater ของ Shopee, LazPayLater ของ Lazada หรือ Pay Next ของ TrueMoney
Buy Now Pay Later นั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา
โดยในประเทศไทย มียอดขายสินค้า ที่ชำระผ่าน Buy Now Pay Later เป็นมูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2564
และมีการคาดการณ์ว่า จะเพิ่มเป็น 6 แสนล้านบาท ในปี 2571 แสดงให้เห็นว่า Buy Now Pay Later จะยังคงเติบโตเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะในกลุ่มคน ที่ยังไม่สามารถสมัครบัตรเครดิตได้
รวมถึงร้านค้าเอง ก็มียอดขายมากขึ้น จากการใช้แพลตฟอร์มนี้
ทั้งนี้ผู้ให้บริการเอง ก็มีความเสี่ยง
ที่จะไม่ได้รับเงินคืน หากผู้ใช้บริการเบี้ยวหนี้
แต่ในตอนนี้ Buy Now Pay Later กำลังเผชิญกับความท้าทาย และอาจกำลังกลายเป็นฟองสบู่อีกลูกหนึ่ง
เพราะด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รวมถึงเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยที่มากขึ้น
เนื่องจาก Buy Now Pay Later นั้น มีรายได้จากค่าธรรมเนียม หรือดอกเบี้ย ของแต่ละยอดขาย
แพลตฟอร์มเหล่านี้ จึงได้รับผลกระทบโดยตรง จากพิษเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ เพราะผู้คนจะลดการจับจ่ายใช้สอยลง
ซึ่งยอดซื้อสินค้าที่ลดลง ก็หมายถึง รายได้ของแพลตฟอร์มที่ลดลงไปด้วย
นอกจากนี้ ด้วยความที่ผู้ใช้บริการ Buy Now Pay Later
มักเป็นผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตเป็นของตัวเอง เนื่องจากสมัครไม่ผ่าน และด้วยเงื่อนไขที่เข้มงวดน้อยกว่าการสมัครสินเชื่ออื่น ๆ
ทำให้ผู้ที่ใช้บริการส่วนใหญ่ มักเป็นกลุ่มเปราะบางทางการเงิน หรือเป็นประชากรอายุน้อย ที่ยังมีรายได้ไม่แน่นอน และยังไม่มีวินัยทางการเงินที่ดี
ที่สำคัญคือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม
โดยจากการสำรวจ ผู้ใช้บริการ Buy Now Pay Later ของ LendingTree พบว่า
70% ของผู้ใช้บริการ มีการใช้จ่ายมากขึ้นกว่าปกติ และ 42% ของผู้ใช้บริการ ไม่สามารถชำระเงินคืนได้ตรงเวลา
จากข้อมูลทั้งหมด ก็คงพอจะคาดการณ์ได้ว่า หากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นมา คนกลุ่มนี้คือกลุ่มเสี่ยงที่จะไม่สามารถชำระหนี้ได้
นอกจากนี้ ด้วยความที่แพลตฟอร์มต้องจ่ายเงินแทนลูกค้าล่วงหน้า ทำให้อาจต้องมีการกู้เงิน เพื่อนำมาใช้ในการทำธุรกิจ
แต่ด้วยสถานการณ์ที่ดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น แพลตฟอร์มเหล่านี้ ที่กู้เงินเพื่อนำมาเป็นเงินทุน ในการดำเนินธุรกิจ ก็ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นด้วย
หมายความว่า Buy Now Pay Later จะต้องเจอกับ
- ยอดขายลดลง ทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยลดลง
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงจากหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น เพราะความเปราะบางทางการเงินของผู้ใช้บริการ
ทั้งหมดนี้ ทำให้ Buy Now Pay Later กำลังกลายเป็นฟองสบู่อีกลูกหนึ่งที่เรากำลังเจอ
เพราะถ้าหากมองย้อนกลับไป ตอนวิกฤติซับไพรม์ ในปี 2008 ก็มีจุดเริ่มต้นมาจาก ความสามารถในการชำระหนี้ของเหล่าผู้กู้รายเล็ก ๆ และเงื่อนไขที่หละหลวมในการปล่อยกู้
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐของประเทศต่าง ๆ
ก็เริ่มมีการจับตามอง Buy Now Pay Later กันบ้างแล้ว
โดยหน่วยงาน The Consumer Financial Protection Bureau ซึ่งเป็นหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านการเงิน ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้ออกมาแสดงความกังวล เกี่ยวกับ Buy Now Pay Later แล้ว และอาจจะมีการออกมาตรการตามมา
ขณะที่ในประเทศไทย ทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ก็ได้ออกหนังสือ ขอความร่วมมือกับสถาบันการเงิน รวมถึงกลุ่มนอนแบงก์
ไม่ให้ออกโปรโมชัน หรือแคมเปญจูงใจให้ประชาชน ก่อหนี้เพิ่ม
ถึงแม้ ธปท. จะไม่ได้พูดถึงอย่างตรง ๆ แต่ความร่วมมือนี้
ก็ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงทุกอย่าง ซึ่งรวมทั้งบัตรเครดิต และ Buy Now Pay Later ด้วย
จะเห็นว่า ถึงแม้ Buy Now Pay Later จะมีความคล้ายคลึงกับบัตรเครดิต
แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ
บัตรเครดิต จะมีการเก็บเอกสารจำนวนมาก รวมถึงสลิปเงินเดือน เพื่อประเมินว่าเรามีกำลังก่อหนี้ได้มากน้อยแค่ไหน
ในขณะที่ Buy Now Pay Later ก็ปล่อยให้เราก่อหนี้ได้มาก หรือผ่อนสินค้าได้นานไม่ต่างจากบัตรเครดิต
แต่กลับอนุมัติการสมัครได้ง่าย ๆ และแทบจะไม่เก็บเอกสารอะไรจากเราเลย..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.cnbc.com/2022/05/13/buy-now-pay-later-is-not-a-boom-its-a-bubble-harvard-fellow-says-.html
-https://www.cnbc.com/2021/12/16/consumer-watchdog-takes-aim-at-buy-now-pay-later-programs.html
-https://www.blockdit.com/posts/633b04ebd4be2bb4840a39e1
-https://money.kapook.com/view260647.html
-https://www.bangkokbiznews.com/biz2u/biz2u_PR/1024392
© 2022 Longtunman. All rights reserved.