ทำไม Google Facebook เลือกจ่ายเงินปันผล เป็นครั้งแรก ?

ทำไม Google Facebook เลือกจ่ายเงินปันผล เป็นครั้งแรก ?

ทำไม Google Facebook เลือกจ่ายเงินปันผล เป็นครั้งแรก ? /โดย ลงทุนแมน
หนึ่งในเรื่องใหญ่ของวงการตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงนี้ คงไม่พ้นการที่ Alphabet เจ้าของ Google, YouTube ประกาศจ่ายปันผลครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ Alphabet เท่านั้น แต่ Meta เจ้าของ Facebook, Instagram
รวมไปถึง Microsoft ก็ต่างประกาศจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องในไตรมาสล่าสุดอีกด้วย
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ Alphabet และ Facebook ไม่เคยจ่ายเงินปันผลเลย แต่ใช้ท่าประจำอย่างการซื้อหุ้นคืน เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้กับผู้ถือหุ้นแทน
เรื่องนี้เป็นเพราะอะไร
ทำไมบริษัทเทคยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ กำลังเริ่มให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินปันผล ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ในโลกธุรกิจ เมื่อเหลือกำไร หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงจ่ายหนี้สินแล้ว บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทมหาชน จะมีแนวทางนำเงินไปทำอยู่ 3 อย่างด้วยกัน
ซึ่งแต่ละทางเลือก ก็จะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสที่แตกต่างกันออกไป
โดยทางเลือกแรกเลยคือ “เก็บเงินสดไว้เฉย ๆ”
วิธีนี้ช่วยให้บริษัทมีสภาพคล่องที่สูง และช่วยรับมือกับเรื่องที่ไม่คาดคิดได้ จากการมีเงินสดในมือเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ เมื่อเราเก็บเงินไว้เฉย ๆ ถ้าไม่นำไปลงทุนอะไร เงินนั้นก็จะมีมูลค่าลดลงตามเงินเฟ้อ
ทางเลือกที่สองคือ “เอาเงินไปลงทุน”
เมื่อเงินเหลือ บริษัทก็สามารถนำส่วนนี้ไปลงทุนเพิ่มเติมได้ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการขยายโรงงาน ลงทุนวิจัยพัฒนา เพื่อออกสินค้าใหม่ ๆ รวมถึงเอาไปซื้อกิจการ หรือถือหุ้นในบริษัทอื่น
แต่วิธีนี้ ก็ทำให้บริษัทมีเงินสดและสภาพคล่องที่ลดลง จากการเอาไปลงทุนเพิ่มเติมแทน
และก็มีความเสี่ยงเรื่องของโอกาสขาดทุนจากการลงทุน ด้วย
ส่วนทางเลือกที่สามคือ “เพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น” ผ่านการซื้อหุ้นคืน และจ่ายเงินปันผล
โดยการซื้อหุ้นคืนของบริษัท เป็นผลดีกับผู้ถือหุ้นได้ทางหนึ่ง เพราะจะทำให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น จากจำนวนหุ้นในตลาดที่ลดลง และส่งผลให้ราคาหุ้น มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
หรือการจ่ายเงินปันผล เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับผู้ถือหุ้น ก็สามารถทำได้เช่นกัน
แต่การทำแบบนี้ ก็เหมือนการนำเงินสดออกไปจากบริษัท และทำให้บริษัทมีสภาพคล่องลดลง
อย่างไรก็ตาม หากเราไปดู เงินสดและรายการเทียบเท่า ของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า
Alphabet
สิ้นปี 2023 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 888,633 ล้านบาท
สิ้นปี 2022 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 808,484 ล้านบาท
สิ้นปี 2021 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 773,970 ล้านบาท
Microsoft
สิ้นปี 2023 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 1,282,400 ล้านบาท
สิ้นปี 2022 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 514,785 ล้านบาท
สิ้นปี 2021 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 525,612 ล้านบาท
Meta
สิ้นปี 2023 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 1,546,906 ล้านบาท
สิ้นปี 2022 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 542,500 ล้านบาท
สิ้นปี 2021 มีเงินสดและรายการเทียบเท่า 613,448 ล้านบาท
เห็นได้ชัดเลยว่า บริษัทเหล่านี้มีเงินสด สูงมาก หรือพูดอีกอย่างคือ บริษัทเทคยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ มีเงินสดล้นมือ
ซึ่งบริษัทเหล่านี้เอง มีการใช้เงินด้วยวิธีที่พูดมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพิ่มเติม เช่น Microsoft ที่ลงทุนใน OpenAI กว่า 480,000 ล้านบาท
Alphabet ที่ลงทุนซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง
- ปี 2012 ซื้อ Motorola Mobility ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ ด้วยมูลค่า 461,900 ล้านบาท
- ปี 2014 ซื้อ Nest Labs ผู้ผลิตอุปกรณ์ Smart Home ด้วยมูลค่า 118,200 ล้านบาท
- ปี 2019 ซื้อ Fitbit ผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ ด้วยมูลค่า 77,600 ล้านบาท
Meta ไล่ครอบงำกิจการที่เกี่ยวกับตัวเอง
- ปี 2012 ซื้อ Instagram มูลค่า 37,000 ล้านบาท
- ปี 2014 ซื้อ WhatsApp มูลค่า 702,100 ล้านบาท
หรือแม้การซื้อหุ้นคืนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากเราไปดูมูลค่าการซื้อหุ้นคืนของบริษัทเหล่านี้
Alphabet
ปี 2023 ซื้อหุ้นคืน 2,277,677 ล้านบาท
ปี 2022 ซื้อหุ้นคืน 2,195,908 ล้านบาท
ปี 2021 ซื้อหุ้นคืน 1,861,797 ล้านบาท
Microsoft
ปี 2023 ซื้อหุ้นคืน 822,375 ล้านบาท
ปี 2022 ซื้อหุ้นคืน 1,208,738 ล้านบาท
ปี 2021 ซื้อหุ้นคืน 1,012,396 ล้านบาท
Meta
ปี 2023 ซื้อหุ้นคืน 731,025 ล้านบาท
ปี 2022 ซื้อหุ้นคืน 1,033,505 ล้านบาท
ปี 2021 ซื้อหุ้นคืน 1,646,488 ล้านบาท
เห็นได้ชัดว่า แม้บริษัทมีการซื้อหุ้นคืนในทุก ๆ ปี และใช้เงินไปจำนวนมากเช่นกัน แต่เงินสดก็ยังเหลือเยอะอยู่ดี..
พอเป็นแบบนี้ ทำให้บริษัทเหมือนกำลังใช้ทางเลือกแรก สำหรับเงินที่เหลือ นั่นคือ “การเก็บเงินสดไว้เฉย ๆ” แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ มูลค่าเงินสดที่เก็บไว้ กลายเป็นค่าเสียโอกาสที่ทำให้เงินมีค่าน้อยลงเรื่อย ๆ
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ Microsoft Alphabet และ Meta เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับบรรดาบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Apple ที่มีเงินสดอย่างมหาศาลเช่นกัน
ดังนั้น บริษัทพวกนี้จึงตัดสินใจประกาศจ่ายเงินปันผลออกมา ไล่ตั้งแต่
- Meta ประกาศจ่ายปันผลครั้งแรกในรอบ 20 ปี
- Alphabet ประกาศจ่ายปันผลครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ซึ่งแม้บริษัทเองก็จะมีต้นทุนภาษีที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินปันผล แต่วิธีเองนี้ ก็ช่วยเพิ่มทางเลือกผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น มากกว่าการซื้อหุ้นคืนเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ
ปกติแล้วการซื้อหุ้นคืน บริษัทควรซื้อตอนที่ราคาหุ้นสมเหตุสมผล หรือก็คือ ซื้อตอนที่ราคาหุ้นต่ำกว่า หรือใกล้เคียงกับมูลค่าที่แท้จริง ถึงจะเป็นการใช้เงินของผู้ถือหุ้นให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ทางกลับกัน การซื้อหุ้นคืนในราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น ก็จะเป็นการจัดสรรเงินทุนที่ไม่เหมาะสม และทำร้ายผู้ถือหุ้น
โดยช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้น Big Tech ใหญ่ ๆ รายตัวปรับตัวขึ้นสูงมาก จากกระแส AI ที่มาแรง
อย่างเช่นช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ
Alphabet +60.3%
Meta +85.8%
Microsoft +33.3%
ซึ่งที่บริษัทเหล่านี้ หันมาจ่ายเงินปันผลมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะมองว่า ราคาหุ้นของตัวเอง เริ่มแพงแล้ว เลยปรับสมดุล มาจ่ายเงินปันผลควบคู่ไปกับซื้อหุ้นคืน นั่นเอง..
และหากเราไปดูผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้ในช่วงที่ผ่านมา
Alphabet
- ปี 2023
รายได้ 11,378,189 ล้านบาท
กำไร 2,731,522 ล้านบาท
- ปี 2022
รายได้ 10,469,175 ล้านบาท
กำไร 2,219,864 ล้านบาท
Meta
- ปี 2023
รายได้ 4,993,398 ล้านบาท
กำไร 1,447,212 ล้านบาท
- ปี 2022
รายได้ 4,316,282 ล้านบาท
กำไร 858,748 ล้านบาท
Microsoft
- ปี 2023
รายได้ 7,844,034 ล้านบาท
กำไร 2,678,442 ล้านบาท
- ปี 2022
รายได้ 7,338,964 ล้านบาท
กำไร 2,692,397 ล้านบาท
เท่ากับบริษัทเหล่านี้ มีความสามารถในการผลิตเงิน ได้ปีละเป็นล้านล้าน และการจ่ายปันผล ก็ช่วยให้เงินสดของบริษัท ไม่ถูกเก็บไว้เฉย ๆ จนมีมูลค่าลดลงเรื่อย ๆ
และเป็นอีกตัวช่วยสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น นอกเหนือจากการซื้อหุ้นคืน และลงทุนขยายธุรกิจ
ซึ่งเรื่องนี้ ก็กำลังบอกว่า บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ กำลังเจอปัญหาของคนรวย
คือมีเงินสดที่ล้นมืออย่างมหาศาล และกำลังใช้จ่ายเงินสดออกไป ไม่ทันกับเงินที่ได้รับเข้ามาในทุก ๆ ปี..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon