สรุป 8 ข้อ คนซื้อกองทุนควรรู้ WealthX จากลงทุนแมน จะแก้ความเจ็บปวด คนซื้อกองทุน ได้อย่างไร ?

สรุป 8 ข้อ คนซื้อกองทุนควรรู้ WealthX จากลงทุนแมน จะแก้ความเจ็บปวด คนซื้อกองทุน ได้อย่างไร ?

สรุป 8 ข้อ คนซื้อกองทุนควรรู้ WealthX จากลงทุนแมน จะแก้ความเจ็บปวด คนซื้อกองทุน ได้อย่างไร ?
เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมเราจะซื้อกองทุนสักกองหนึ่ง ทำไมเราต้องใช้แรง เวลา ในการค้นหาข้อมูลว่าจะซื้อกองทุนไหนดี ที่จะถูกจริตเรา
บางคนใช้วิธี
1. ถามเพื่อนที่ดูเก่งเรื่องนี้ให้แนะนำมาหน่อยจะได้ซื้อตาม
2. ค้นหาข้อมูลในกูเกิล โซเชียล ว่ากองทุนไหนน่าซื้อ
3. มีที่ปรึกษามืออาชีพไว้คอยถาม เพื่อให้เขาแนะนำกองทุนที่น่าจะดี
ด้วย Journey เส้นทางการซื้อกองทุน ที่เหมือนการผจญภัยนี้ เราสามารถตกหลุม เจออุปสรรคได้ตลอดเวลา
-เพื่อนของเราที่ดูเก่ง เขาอาจจะไม่เก่งจริง และแนะนำอยู่ในวงความรู้ที่จำกัด
-ข้อมูลในโลกออนไลน์ เต็มไปด้วยเรื่องยาก ๆ กว่าจะค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องกองทุน ก็หมดเวลาไปหลายชั่วโมง
-ที่ปรึกษามีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเชียร์เขาได้ incentive อะไรหรือเปล่า ทำไมกองที่แนะนำเทียบกับกองทุนอื่นในกลุ่มเดียวกัน มันแย่กว่าตั้งเยอะ
จะดีกว่าไหม ? ถ้าเรามีสักแพลตฟอร์มหนึ่ง ที่ช่วยให้เราทำเงินผ่านกองทุน ได้แบบง่าย เลือกแบบที่ชอบ เทียบให้เห็นจริง ๆ โปร่งใส แบบไม่มีความลำเอียง
ลงทุนแมนครุ่นคิดอยู่หลายปี และเกิดเป็นโปรเจกต์ ที่นำปัญหาเหล่านี้ มาเป็นตัวตั้ง
เพื่อทำแพลตฟอร์มใหม่ที่ช่วยให้ทุกคนสร้างความมั่งคั่งได้ง่ายขึ้นผ่านกองทุนรวม
แพลตฟอร์มนี้ชื่อว่า ‘WealthX’
คำถามแรก ทำไมต้องเป็นกองทุนรวม ?
การที่เราจะทำ Product ขึ้นมาสักชิ้น เราต้องดูว่าทำให้ใคร และเขาคนนั้นต้องการหรือไม่ ?
คำตอบคือ ลงทุนแมนต้องการทำ Product ที่ให้คนจำนวนมากใช้ ที่ไม่ต้องมีความรู้การลงทุนก็ใช้ได้
เมื่อไปดู ผลิตภัณฑ์การเงินทั้งหมด ที่จะช่วยสร้างความมั่งคั่งแบบง่าย ๆ
การซื้อขายหุ้นรายตัวอาจจะเหมาะกับคนบางกลุ่มที่มีเวลาติดตามรายบริษัท มีความรู้ด้านลงทุน อ่านงบการเงิน วิเคราะห์พื้นฐานบริษัทเป็น
ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ได้มีเวลา หรือไม่มีความรู้เชิงลึกที่จะซื้อหุ้นรายตัว
จะมีก็แต่ ETF ที่ลงกระจายในหุ้นที่อ้างอิงดัชนี หรือ ธีมต่าง ๆ แต่การซื้อ ETF ที่เป็นหลักทรัพย์ต่างประเทศแล้วมีกำไร คนไทยก็จะมีภาระภาษี ยิ่งถ้าคนมีรายได้สูง อาจจะต้องเจอภาษีมากถึง 35% ของกำไร
ดังนั้น Product แรกที่ลงทุนแมนเลือกโฟกัสก็คือ กองทุนรวม ที่สามารถให้คนทั่วไปเข้าถึงได้แบบง่าย ๆ แบบไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี
แล้ว WealthX เป็นแอปกองทุนแบบไหน ? จะแก้ปัญหาที่มีอย่างไร
ลงทุนแมนจะสรุปเป็น 8 ข้อ ดังนี้
ข้อ 1 ลงทุนแมนรวบรวมคนที่มีความรู้ด้านการเงิน และเทคโนโลยี ระดับท็อป มาพัฒนาแพลตฟอร์ม WealthX
ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ทุกอย่างที่คิดจะคิดแบบรอบด้าน เพื่อนำกองทุนที่เหมาะสมที่สุดภายใต้ความชอบของแต่ละคนมาให้
ยกตัวอย่าง พอทำไปเรื่อย ๆ ลงทุนแมนก็ค้นพบว่า บางกองทุนที่ลงในสินทรัพย์ที่ไม่ได้แตกต่างกันมากเช่น กองทุน Money Market หรือ กองทุนแบบ Passive จะมีกองทุนเด่นอยู่กลุ่มหนึ่งที่ consistently outperform หรือชนะ ค่าเฉลี่ยกลุ่มอยู่เสมอ
เรื่องนี้ไม่ได้มาจาก Sharpe Ratio หรือตัวเลขอะไรในเชิงทฤษฎีที่ดูวุ่นวาย แต่มันมาจากเหตุผลที่แท้จริงง่าย ๆ ว่ากองทุนเหล่านั้นคิดค่าธรรมเนียมน้อยกว่ากองทุนอื่นที่มีค่าธรรมเนียมสูง
หรือในบางครั้งมีเรื่องที่น่าสนใจคือ ค่าธรรมเนียมกองทุนไม่ได้สูงแต่กองทุนกลับคิดค่านายทะเบียนแพงก็มี ทำให้กองทุนนั้น consistently underperform หรือมีผลงานที่ต่ำกว่ากองทุนอื่น ๆ อยู่เสมอ..
แค่เรื่องนี้ก็ขัดกับคำเตือนที่กรอกหูว่า ผลงานในอดีตไม่ได้สะท้อนถึงอนาคต
ลงทุนแมนค้นพบว่าบางประเภทกองทุน มันไม่เป็นเช่นนั้น..
‘ผลงานในอดีตที่ดี’ มีน้ำหนักมากที่จะทำให้คาดการณ์ว่า ‘ผลงานในอนาคตจะดี’ สำหรับกองทุนบางประเภท
แล้วกองทุนไหนที่ Consistently Outperform ค่าเฉลี่ยกลุ่ม
ใน WealthX มีคำตอบ..
ข้อ 2 การพัฒนา WealthX จะอยู่ภายใต้หลักการ Personalization ที่เชื่อแต่ละคนมีความชอบที่ ‘ไม่เหมือนกัน’ และรับความเสี่ยงได้ ‘แตกต่างกัน’
บางคนชอบอเมริกา บางคนชอบจีน บางคนชอบ AI บางคนชอบทองคำ
ถ้าเราจับ 4 คนนี้ มานั่งด้วยกัน แล้วเถียงกันว่าลงทุนอะไรดี ? เถียงกันทั้งวันก็ไม่จบ
แน่นอนว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะมีบางปีที่ดี บางปีที่ไม่ดี แต่ในระยะยาวแล้วย่อมคาดว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้น จากทั้งการด้อยค่าของสกุลเงิน หรือการเติบโตของกิจการในกลุ่มนั้น ๆ
ดังนั้นหน้าที่ของ WealthX ไม่ได้บอกว่า คุณควรลงทุนในอเมริกา หรือควรลงทุนในจีน
แต่จะถามกลับว่า คุณชอบกลุ่มไหน ? เช่น หุ้นอเมริกา หุ้นจีน หุ้นญี่ปุ่น หุ้นยุโรป
แล้วหน้าที่ต่อไปของ WealthX ก็คือ แล้วกองทุนในกลุ่มนั้นเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย กองทุนไหนเด่นที่สุด ?
ข้อ 3 WealthX จะสนใจความเสี่ยงที่รับได้ของผู้ใช้งานเสมอ
นอกจากเรื่องความชอบแล้ว WealthX จะคำนึงถึงเรื่องความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้อีกด้วย
ก่อนเริ่มใช้งาน WealthX จะถามระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ ซึ่งแต่ละคนรับได้ไม่เหมือนกัน
WealthX จะถามผู้ใช้ว่าคุณชอบสินทรัพย์อะไร ? เช่น ตราสารหนี้ หรือหุ้น
และถ้าผู้ใช้งานรับความเสี่ยงที่ต่ำ WealthX จะแนะนำตราสารหนี้ในสัดส่วนที่มากขึ้น
เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้งานเลือกความเสี่ยงที่สูงกว่าที่รับได้ WealthX จะมีแจ้งเตือนเสมอก่อนลงทุน
นอกจากนั้นถ้าเลือกหุ้น WealthX ก็จะมีระบบ Core และ Satellite คอยจัดสัดส่วนให้ Core มากกว่า Sattellite และแนะนำให้เพิ่ม Core ด้วย หากผู้ใช้งานยังไม่ได้เลือกกองทุนที่เป็น Core
ดังนั้นที่ WealthX จะไม่ได้เป็น Shelf ให้เลือกกองทุนเป็นตัว ๆ แบบ DIY แต่ WealthX จะมีบริการช่วยจัดพอร์ตที่สนใจความชอบ และความเสี่ยงของลูกค้าที่รับได้ เสมือนมีผู้ช่วยด้าน Wealth Management ส่วนตัว
ข้อ 4 WealthX จะไม่บังคับให้เชื่อ แต่ WealthX จะแนะนำและแสดงออกมาให้เข้าใจ ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือก กำหนดกองทุน ปรับแต่งสัดส่วน ก่อนที่จะลงทุนทุกครั้ง
สำหรับคนที่ต้องการง่ายรวดเร็ว WealthX จะแนะนำกองทุนที่คิดว่าเหมาะสม และสัดส่วนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละคนมาให้
แต่ถ้าอยากเลือกองทุนอื่นนอกเหนือจากการแนะนำก็สามารถปรับได้
หรือถ้าอยากลงสัดส่วนที่แตกต่างจากที่แนะนำ ก็ปรับเองได้
หรือถ้าไม่อยากลงกองทุนที่เป็น Core ก็เลือกที่จะปฏิเสธได้
ทุกอย่างจะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมแนะนำกองทุนนั้น สัดส่วนนั้น แต่สุดท้ายผู้ใช้งานต้องมีอำนาจตัดสินใจเองก่อนลงทุนทุกครั้ง.. คือสิ่งที่ยึดถือของ WealthX
ข้อ 5 WealthX จะโปร่งใส ในการแนะนำกองทุน
ในวงการกองทุน ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าแบบ WealthX จะได้ส่วนแบ่งจากการแนะนำจาก บลจ. ซึ่งแต่ละกองทุนก็จะมี Incentive ที่แตกต่างกัน
และสิ่งนี้แหละที่นำพามาซึ่งปัญหา การเชียร์กองทุนที่มี Incentive เยอะ จากผู้แนะนำ
ข้อมูลมากมายในโลกโซเชียล หรือที่ปรึกษา จะถูกปรับแต่งให้เข้าทางของผู้แนะนำเพื่อที่จะได้ผลประโยชน์เหล่านั้น
จริงอยู่ว่า ก.ล.ต. มีกฎเกณฑ์ให้การให้ License ผู้แนะนำเหล่านั้น แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สุดท้ายแล้วเราจะสงสัยได้อยู่ดีว่าสิ่งที่ถูกแนะนำ มันเป็นการแนะนำเพราะเห็นประโยชน์แก่ลูกค้า หรือแนะนำเพราะเห็นประโยชน์ที่จะได้ Incentive มาก
ดังนั้นหลักเกณฑ์ในการแนะนำของ WealthX จะชัดเจน คำนวณโดยใช้หลักการ และเหตุผล โดยไม่ได้ยึดถือว่าจะได้ Incentive มากหรือน้อยเป็นหลัก
ข้อมูลทุกอย่างจะถูกกางออกมา เห็นกราฟในอดีตทั้งหมด เทียบกับค่าเฉลี่ยในกลุ่ม
กองทุนไหนมีผลงานเป็นอย่างไร เลือกดูเทียบกันในกลุ่มได้ทั้งหมด ในแต่ละช่วงเวลา
ค่าธรรมเนียมจะถูกกางให้เห็นชัดเจนว่า กองทุนนั้นมีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง
ถึงแม้ว่าหลายคนยังไม่รู้ว่าสุดท้ายค่าธรรมเนียมจะสุทธิไปที่ NAV per unit แล้ว ดังนั้นดูผลงานจากกราฟก็สะท้อนเรื่องค่าธรรมเนียมไปแล้ว
แต่​ WealthX ก็เข้าใจดีกว่าผู้ใช้งานหลายคนยังดูค่าธรรมเนียมประกอบอยู่ดี จึงเลือกที่จะดึงข้อมูลมาจาจัดเรียงให้ดูแบบง่าย ๆ
ข้อ 6 WealthX จะดูแลทุกคนอย่างต่อเนื่อง และแนะนำสิ่งที่ดีกว่าโดยไม่ทิ้งระหว่างทาง
เมื่อเวลาผ่านไปกองทุนที่ผู้ใช้งานเลือกถ้ามัน underperform หรือทำผลงานแย่กว่ากองทุนอื่นในกลุ่ม WealthX จะไม่ทิ้งผู้ใช้งานไว้กลางทาง จะคอยแนะนำอยู่เป็นระยะว่ามีกองทุนไหนที่น่าจะดีกว่าในกลุ่ม
และแน่นอน เหมือนเดิมว่า WealthX จะไม่ได้บังคับให้ผู้ใช้งานเลือก แต่เป็นการแสดงข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้ผู้ใช้งานมีสิทธิ์ตัดสินใจเอง ว่าจะเปลี่ยนไปที่กองทุนใหม่หรือไม่
ข้อ 7 WealthX จะแสดงการวัดผลพอร์ตกองทุน ที่ชัดเจน เทียบกับค่าเฉลี่ย จะได้รู้ตัวเองว่าอยู่จุดไหน
คนที่ซื้อกองทุนใน WealthX จะมีการคำนวณเป็น NAV พอร์ตให้ทุกครั้ง และให้น้ำหนักตามสัดส่วนของกองทุนที่ลงทุน และเมื่อใส่เงินเพิ่ม ได้เงินปันผล หรือถอนเงินออก ก็จะคอยปรับปรุงให้เป็นผลตอบแทนของพอร์ตที่ชัดเจน
เคยเจอไหม กราฟพอร์ต ที่เวลาเราใส่เงินเพิ่มเข้าไปกราฟจะพุ่งขึ้นแรง เมื่อถอนเงินออกก็กราฟตกลงฮวบฮาบ
แต่สำหรับที่ WealthX ถ้าใส่เงินเข้าไป หรือถอนเงินออก กราฟจะอยู่ที่เดิม เพราะระบบคำนวณ NAV เพื่อวัดผลตอบแทนของพอร์ตเป็นที่เรียบร้อย
พิเศษไปกว่านั้น ระบบคำนวณค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ให้น้ำหนักตามสัดส่วนอีกด้วย เป็นการชี้วัดว่า กองทุนที่เราลงทุนถ้าให้น้ำหนักตามสัดส่วนแล้ว เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มของแต่ละกองทุน มันเป็นอย่างไร ?
นี่เรียกได้ว่า WealthX ตั้งใจจริง ๆ ที่จะ วัดผลให้กับผู้ใช้งาน
นอกจากนั้น WealthX จะพลอตกราฟทุกกองทุน ที่อยู่ในพอร์ตทั้งหมด ย้อนหลัง 1 ปี พร้อมจุดซื้อและจุดขายกองทุน เพื่อให้ได้ทราบว่า เราเข้าซื้อ และขายตอนไหน ของกองทุนนั้น
ข้อ 8 ข้อสุดท้าย WealthX จะพยายามเจรจา เฟ้นหากองทุน Exclusive ที่ค่าธรรมเนียมต่ำ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อกองทุนจริง ๆ มาอยู่ใน WealthX
อย่างเช่น 2 กองทุน Exclusive ล่าสุดที่ลงทุนในดัชนี S&P500 และ Nasdaq ที่ WealthX เพิ่งเปิดตัว เป็นกองทุนลดหย่อนภาษี RMF ที่มีค่าธรรมเนียมการจัดการที่ เรียกได้ว่าหายากจากที่อื่น
และในอนาคต WealthX จะมีสิ่งที่แก้ความเจ็บปวดของผู้ซื้อกองทุนในอดีตมาอีกเรื่อย ๆ
ใครสนใจลองใช้ดู แล้วจะสัมผัสถึงความตั้งใจ ที่ใส่ใจในเรื่อกองทุน แบบทุกรายละเอียดจริง ๆ
เพราะ WealthX มีพันธกิจที่ว่า จะช่วยสร้างความมั่งคั่ง ให้คนไทยทุกคน..
WealthX - Wealth for The People.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2025 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon