
สรุป 30 ประเด็นสำคัญที่ อีลอน มัสก์ พูดในงาน World Economic Forum /โดย ลงทุนแมน
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ อีลอน มัสก์ ปรากฏตัวในงานประชุม World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
เวทีที่อีลอนพูดนั้น ได้กลายเป็นหนึ่งในเซสชันที่คนสนใจมากที่สุดของปี โดยเนื้อหามีตั้งแต่อนาคตของมวลมนุษยชาติ, วิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของ AI และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, การสำรวจอวกาศ และพลังงาน ที่ทำให้หลายคนอึ้ง
ซึ่งลงทุนแมน สรุปออกมาเป็น 30 ประเด็นสำคัญได้ว่า..
- ปรัชญาและเป้าหมายของอารยธรรม
1. เป้าหมายหลักของบริษัทต่าง ๆ ของอีลอน เช่น SpaceX, Tesla คือการเพิ่มโอกาสสูงสุด ให้อารยธรรมมนุษย์มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่
2. อีลอนต้องการขยายขอบเขตของ "จิตสำนึก" (Consciousness) ให้กว้างไกลออกไปนอกโลก โดยเริ่มจากการไปดวงจันทร์ ดาวอังคาร และในที่สุดคือระบบดาวอื่น ๆ
3. ความเปราะบางของชีวิต เขาเปรียบเทียบว่า จิตสำนึกหรือชีวิตที่เราเห็นนี้เป็นเหมือน "เทียนเล่มเล็ก ๆ ในความมืดมิดอันกว้างใหญ่" ซึ่งเป็นสิ่งที่เปราะบางและสามารถดับลงได้ง่ายมาก
4. เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่า แสงสว่างแห่งจิตสำนึกนี้จะไม่ดับลง หากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือภัยที่มนุษย์สร้างขึ้นเองบนโลก การเป็นสิ่งมีชีวิตหลายดวงดาว (Multi-planetary) จึงเป็นสิ่งจำเป็น
5. เรื่องมนุษย์ต่างดาว อีลอนเล่าว่า เขามักถูกถามว่ามีเอเลี่ยนไหม ซึ่งเขาตอบติดตลกกว่า "ผมเป็นเอเลี่ยน" แต่ในความเป็นจริง แม้ SpaceX จะมีดาวเทียมกว่า 9,000 ดวงบนวงโคจร แต่ไม่เคยต้องหลบยานอวกาศเอเลี่ยนเลยแม้แต่ครั้งเดียว..
ทำให้เขาสรุปว่า เราควรตั้งสมมติฐานว่า สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง และอาจจะมีแค่เราเท่านั้น
6. เขาเติบโตมากับการอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ (Sci-Fi) และเรื่องราวเกี่ยวกับอนาคต เป้าหมายของเขาคือ การเปลี่ยน "นิยายวิทยาศาสตร์" ให้กลายเป็น "ความจริงทางวิทยาศาสตร์" ตลอดไป เพื่อให้เรามียานอวกาศขนาดใหญ่ เดินทางข้ามดวงดาวได้เหมือนใน Star Trek
7. อีลอน ยึดถือ "ปรัชญาแห่งความอยากรู้อยากเห็น" โดยเขาต้องการเข้าใจความหมายของชีวิต จุดกำเนิด และจุดสิ้นสุดของจักรวาล
รวมถึงการค้นหาว่า "คำถามอะไร ที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรถาม" ซึ่ง AI จะเข้ามาช่วยหาคำตอบเหล่านี้
- AI, หุ่นยนต์ และความมั่งคั่ง
8. อีลอน ได้เพิ่มพันธกิจใหม่ให้กับ Tesla คือ "ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน" โดยเขามองว่า AI และหุ่นยนต์คือหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาความยากจนทั่วโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนได้
9. “สมการเศรษฐกิจใหม่” เขาอธิบายวิธีคิดทางเศรษฐศาสตร์ว่า ผลผลิตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ในอนาคต จะเท่ากับ "ผลิตภาพเฉลี่ยต่อหุ่นยนต์ 1 ตัว คูณด้วย จำนวนหุ่นยนต์ทั้งหมด"
10. เขาทำนายว่า ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด เราจะผลิตหุ่นยนต์และ AI ได้มากจนสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ทั้งหมด จนถึงจุดที่มนุษย์นึกไม่ออกแล้วว่า จะขออะไรจากหุ่นยนต์เพิ่มอีก..
11. อีลอน คาดการณ์ว่า ในอนาคตจะมีจำนวนหุ่นยนต์มากกว่าจำนวนประชากรมนุษย์ทั้งหมดซะอีก
12. เขาเชื่อว่า ทุกคนบนโลกจะมีและอยากมีหุ่นยนต์ส่วนตัว เช่น เพื่อช่วยดูและเด็ก หรือดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เพราะปัจจุบันการจ้างคนดูแลผู้สูงอายุมีราคาสูงและหาคนทำได้ยาก
13. หุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla เริ่มทำงานง่าย ๆ ในโรงงานได้แล้ว คาดว่าจะทำงานซับซ้อนได้ภายในปลายปีนี้ และมั่นใจว่าจะเริ่มขายให้บุคคลทั่วไปได้ ภายในสิ้นปีหน้า เมื่อระบบมีความปลอดภัยสูงพอ
14. แม้จะมองโลกในแง่ดี แต่อีลอนย้ำว่า ต้องระมัดระวังอย่างมากในการพัฒนา AI และหุ่นยนต์ เพื่อไม่ให้เราตกอยู่ในสถานการณ์เหมือนภาพยนตร์เรื่อง Terminator ของ James Cameron
15. ความฉลาดของ AI เขาคาดการณ์ว่า AI จะฉลาดกว่ามนุษย์คนใดคนหนึ่งภายในปลายปีนี้ หรืออย่างช้าปีหน้า
และจะฉลาดกว่ามนุษยชาติทั้งหมดรวมกัน.. ภายในปี 2030 หรือ 2031
และจะฉลาดกว่ามนุษยชาติทั้งหมดรวมกัน.. ภายในปี 2030 หรือ 2031
- พลังงานและข้อจำกัด
16. คอขวดของ AI โดยข้อจำกัดหลักในการขยายตัวของ AI ในขณะนี้ไม่ใช่ชิปคอมพิวเตอร์ แต่คือ "พลังงานไฟฟ้า"
17. ขณะที่การผลิตชิป AI เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (Exponential) แต่กำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพียง 3-4% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ
18. อีลอนยกย่องจีนว่า มีการเติบโตด้านไฟฟ้ามหาศาล กำลังสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 100 กิกะวัตต์ และติดตั้งโซลาร์เซลล์มากกว่า 1,000 กิกะวัตต์ต่อปี ซึ่งมากกว่าสหรัฐฯ มาก
19. เขาชี้ให้เห็นความจริงทางฟิสิกส์ว่า ดวงอาทิตย์มีมวล 99.8% ของระบบสุริยะ (ดาวพฤหัสบดีมีแค่ 0.1%) ต่อให้เราเอาดาวพฤหัสบดี มาเผาในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ พลังงานที่ได้ก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับดวงอาทิตย์ ดังนั้นแหล่งพลังงานหลักคือ ดวงอาทิตย์
20. พื้นที่โซลาร์ในสหรัฐฯ เขาคำนวณให้ดูว่าใช้พื้นที่เพียง 100x100 ไมล์ (ประมาณ 160x160 กม.) หรือแค่มุมเล็ก ๆ ของรัฐยูทาห์หรือเนวาดา ก็เพียงพอที่จะผลิตไฟฟ้าเลี้ยงสหรัฐอเมริกาได้ทั้งประเทศแล้ว
21. อุปสรรคในสหรัฐฯ คือกำแพงภาษีนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ที่สูงมาก ทำให้ต้นทุนการติดตั้งแพงเกินจริงเมื่อเทียบกับจีน ที่ผลิตได้ในราคาถูกมาก
22. ทั้งทีม Tesla และ SpaceX กำลังแยกกันทำงานเพื่อสร้างกำลังการผลิตโซลาร์เซลล์ให้ได้ถึง 100 กิกะวัตต์ต่อปีในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี
- อวกาศและเทคโนโลยีล้ำสมัย
23. Data Center ในอวกาศ อีลอนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดเยอะเลย ที่จะสร้าง Data Center สำหรับ AI ในอวกาศ เพราะประสิทธิภาพของแผงโซลาร์ในอวกาศสูงกว่าบนพื้นโลก 5 เท่า (ไม่มีกลางคืน ไม่มีเมฆ ไม่มีชั้นบรรยากาศกรองแสง)
24. เรื่องระบบระบายความร้อนนั้น อีลอนบอกว่า ในอวกาศมีความเย็นจัด อุณหภูมิประมาณ 3 องศาเคลวิน หรือใกล้ศูนย์สัมบูรณ์เมื่ออยู่ในเงา ซึ่งเหมาะมากสำหรับการระบายความร้อนให้ระบบคอมพิวเตอร์
25. เป้าหมายสำคัญที่สุดในปีนี้ของเขา คือการพิสูจน์ระบบ "การนำกลับมาใช้ใหม่ได้สมบูรณ์" (Full Reusability) ของยาน Starship ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
26. หากทำสำเร็จ ต้นทุนการขนส่งสู่อวกาศจะลดลงถึง 100 เท่า โดยเปรียบเทียบว่า เหมือนเครื่องบินพาณิชย์ที่เราแค่เติมน้ำมันแล้วบินต่อ ไม่ใช่ต้องทิ้งเครื่องบินทุกครั้งหลังใช้งาน
27. รถยนต์ไร้คนขับ (FSD) อีลอนมองว่า ปัญหาการขับขี่อัตโนมัติถือว่าได้รับการแก้ไขแล้ว ในทางเทคนิค โดยยกตัวอย่างว่าบริษัทประกันบางแห่ง เสนอส่วนลดครึ่งราคาให้ผู้ใช้ระบบนี้เพราะมันปลอดภัยมาก
28. Tesla เตรียมเปิดใช้ระบบ FSD แบบมีการกำกับดูแล (Supervised) ในยุโรป ซึ่งคาดว่าจะได้รับอนุมัติในเดือนหน้า และจะขยายไปยังจีนในลำดับถัดไป
- ชีวิตและความตาย
29. อีลอนเชื่อว่า ปัญหาความแก่ชราเป็นสิ่งที่ "แก้ได้" และไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เพราะเซลล์ 35 ล้านล้านเซลล์ในร่างกายแก่ลงพร้อมกัน แสดงว่าต้องมี "นาฬิกาควบคุม" บางอย่าง
แต่เขาก็มองว่า ความตายมีประโยชน์ เพราะช่วยป้องกันไม่ให้สังคมยึดติดจนแข็งกระด้าง ขาดการเปลี่ยนแปลง ไร้ชีวิตชีวา หากคนเราอยู่นานเกินไป
30. อีลอน ทิ้งท้ายด้วยการสนับสนุนให้ทุกคน "มองโลกในแง่ดี“ และ ”ตื่นเต้นกับอนาคต"
โดยเขากล่าวว่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี การเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิด ยังดีกว่าการเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแล้วถูก..