
ไทย จะอยู่ตรงไหนบนเวทีโลก ในมุมคุณศุภจี บทสรุปหลังกลับจากงาน World Economic Forum /โดย ลงทุนแมน
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แชร์มุมมอง และอินไซต์ เรื่องการค้าโลก รวมถึงโอกาสและความท้าทายของประเทศไทย
ในงานสัมมนา “Mission to Win for The Game Changer ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” ที่จัดโดยกระทรวงพาณิชย์
หลังจากคุณศุภจี เพิ่งกลับจากการเข้าร่วมงาน World Economic Forum 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
โดยมุมมองและบทสรุปของคุณศุภจี มีประเด็นหลัก ๆ เกี่ยวกับความท้าทาย รวมถึงโอกาส ของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 นี้ ตั้งแต่
1. สภาวะเศรษฐกิจ
- เศรษฐกิจไทย เติบโตในระดับต่ำ ปีที่ผ่านมาโตไม่ถึง 2% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านและศักยภาพที่ควรจะเป็น ทำให้ความสามารถในการแข่งขัน ยังเป็นความท้าทาย
- เศรษฐกิจไทย เติบโตในระดับต่ำ ปีที่ผ่านมาโตไม่ถึง 2% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านและศักยภาพที่ควรจะเป็น ทำให้ความสามารถในการแข่งขัน ยังเป็นความท้าทาย
การเติบโตของ GDP ไทยปีนี้ ยังคงท้าทายต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการส่งออก
- ตัวเลขการส่งออกปีที่ผ่านมาดูดี โตที่ 12% แต่เกิดจากปรากฏการณ์ "Front-loading" คือผู้ส่งออกเร่งส่งสินค้าไปสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นสัดส่วน 10% ของ GDP ก่อนจะมีมาตรการกีดกันทางการค้า (Reciprocal Trade) หากปีนี้ไม่มีปัจจัยบวก ฐานการส่งออกอาจติดลบได้ถึง -1%
- ข้อจำกัดงบประมาณภาครัฐ โดยโครงสร้างงบประมาณไทยขาดดุลต่อเนื่อง รายได้รัฐ 3 ล้านล้านบาท แต่รายจ่าย 4 ล้านล้านบาท (ขาดดุล 1 ล้านล้านบาท) ซึ่งครึ่งหนึ่งของส่วนที่ขาดดุลเป็นภาระหนี้และดอกเบี้ยจากอดีต เหลือเงินลงทุนจริง ๆ เพียง 5 แสนล้านบาท
เมื่องบจำกัด รัฐบาลจึงไม่สามารถหว่านเงินได้ ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด และตรงจุด แม่นยำ และเน้นร่วมมือกับเอกชน
- ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 1.33 ล้านล้านบาท รัฐบาลใช้มาตรการ Fast Track อำนวยความสะดวกเรื่องใบอนุญาต, ไฟฟ้า, พลังงานสะอาด เพื่อแปลงคำขอนี้ให้เป็น "เม็ดเงินลงทุนจริง" โดยตั้งเป้าปีนี้ที่ 4.8 แสนล้านบาท
2. บริบทการค้าโลกและภูมิรัฐศาสตร์
- โลกไม่ได้มีแค่ 2 ขั้วอีกต่อไป แต่กลายเป็นการแบ่งหลายขั้วที่รุนแรง
กติกาการค้าแบบพหุภาคีหายไป กลายเป็นเอกภาคี ที่ต่างฝ่ายต่างใช้พลังอำนาจข่มขู่ เช่น สหรัฐฯ จะขึ้นภาษียุโรป ส่วนยุโรป ขู่จะเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ รวมถึงระงับการอนุมัติดีลการค้ากับสหรัฐฯ
- โลกไม่ได้มีแค่ 2 ขั้วอีกต่อไป แต่กลายเป็นการแบ่งหลายขั้วที่รุนแรง
กติกาการค้าแบบพหุภาคีหายไป กลายเป็นเอกภาคี ที่ต่างฝ่ายต่างใช้พลังอำนาจข่มขู่ เช่น สหรัฐฯ จะขึ้นภาษียุโรป ส่วนยุโรป ขู่จะเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ รวมถึงระงับการอนุมัติดีลการค้ากับสหรัฐฯ
นายกแคนาดา กล่าวที่งาน World Economic Forum 2026 ว่า ประเทศกลาง ๆ ต้องจับมือร่วมกัน ในโลกที่มีการบิดเบือนแบบนี้..
- เอเชียคือโอกาส
ในเวทีโลกอย่าง World Economic Forum ที่ดาวอส มองว่าเอเชียคือโอกาส ในการเจรจาการค้า ซึ่งหลายประเทศอยากทำข้อตกลงกับไทยมากขึ้น
ในเวทีโลกอย่าง World Economic Forum ที่ดาวอส มองว่าเอเชียคือโอกาส ในการเจรจาการค้า ซึ่งหลายประเทศอยากทำข้อตกลงกับไทยมากขึ้น
- ไทยเป็นเศรษฐกิจขนาดเล็กและมีสังคมสูงวัย จึงต้องรวมกลุ่มกับอาเซียน ที่มีประชากรรวมกัน 600 ล้านคน เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง โดยใช้จุดเด่นที่ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิศาสตร์
- ไทยเป็นประธานเจรจากรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เป้าหมายคือขยายการค้าจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 โดยการทำกฎระเบียบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เชื่อมโยงระบบการชำระเงิน และเอกสารการค้า
3. กลยุทธ์เจาะตลาดใหม่
- อินเดีย
ชนชั้นกลางอินเดีย จะเพิ่มจาก 500 ล้าน เป็น 800-900 ล้านคน มีความต้องการสร้างที่อยู่อาศัยสูง แต่มีปัญหาฝุ่นและมลพิษ
ไทยจึงนำผู้ประกอบการ SMEs ด้านวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก (Green Building) เข้าไปเจาะตลาด
ชนชั้นกลางอินเดีย จะเพิ่มจาก 500 ล้าน เป็น 800-900 ล้านคน มีความต้องการสร้างที่อยู่อาศัยสูง แต่มีปัญหาฝุ่นและมลพิษ
ไทยจึงนำผู้ประกอบการ SMEs ด้านวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก (Green Building) เข้าไปเจาะตลาด
อย่างไรก็ดี อินเดียมีกำแพงมาตรฐาน BIS (Bureau of Indian Standards) ที่ปกป้องผู้ผลิตในประเทศ ทำให้ส่งออกยาก
วิธีแก้คือ ไทยจับมือกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และสภาอุตสาหกรรมอินเดีย (CII) เซ็นสัญญาเพื่อรับรองมาตรฐานร่วมกัน ทำให้ข้ามผ่านอุปสรรค BIS ได้ เกิดการจับคู่ธุรกิจทันทีกว่า 100 ล้านบาท
ซึ่งเราสามารถใช้อินเดียเป็น Sandbox เพื่อขยายโมเดลธุรกิจ Green Building นี้ไปยังตลาดโลก
- ซาอุดีอาระเบีย
ซาอุฯ ต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กลุ่ม GCC (ซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน, คูเวต, โอมาน, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เดิมใช้อาหารสัตว์จากข้าวโพด ที่มีปัญหาอะฟลาทอกซิน
ซาอุฯ ต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กลุ่ม GCC (ซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน, คูเวต, โอมาน, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เดิมใช้อาหารสัตว์จากข้าวโพด ที่มีปัญหาอะฟลาทอกซิน
ไทยวางตำแหน่งเป็นผู้ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้กลุ่ม GCC โดยส่งออกมันสำปะหลังไปเป็นอาหารสัตว์ทดแทนข้าวโพด
ซึ่งส่งออกล็อตแรก 20,000 ตัน เพิ่มเป็น 30,000 ตัน และกำลังเจรจาเพิ่มเป็น 100,000 ตัน
แต่แนวคิดคือ ไม่ใช่แค่ขายของให้จบไป แต่ต้องเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของเขา เพื่อให้เขานำสินค้าเราไปต่อยอดขายในตลาดอื่นได้ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
4. การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
- เร่งเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (EU) และแคนาดา ให้จบภายในสิ้นปีนี้
- เร่งเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (EU) และแคนาดา ให้จบภายในสิ้นปีนี้
- นำ FTA เก่า 14 ฉบับ มาปรับปรุง เช่น JTEPA (ญี่ปุ่น) ที่กำหนดเดิมต้องรีวิวปี 2027 แต่ไทยขอเร่งมาคุยปีนี้ เพื่อปรับพิกัดศุลกากร และกฎเกณฑ์ให้ทันสมัย
- FTA ที่เซ็นไปแล้ว เช่น กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) รัฐบาลจะสานต่อโดยเร่งนำเข้าสภาฯ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้
5. การปกป้องและจัดระเบียบธุรกิจ
- ดูแลผู้ประกอบการ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จะช่วยเป็นพี่เลี้ยงในกระบวนการไต่สวนกรณีถูกกีดกันทางการค้า
- ดูแลผู้ประกอบการ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จะช่วยเป็นพี่เลี้ยงในกระบวนการไต่สวนกรณีถูกกีดกันทางการค้า
- ภาษีสินค้านำเข้า มีการเก็บ VAT สินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรก (ยกเลิกข้อยกเว้นสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท) เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน
- ปราบปรามนอมินีและบัญชีม้าด้วย AI
โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้ AI เชื่อมข้อมูลกับตำรวจและกระทรวงการคลัง
โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้ AI เชื่อมข้อมูลกับตำรวจและกระทรวงการคลัง
1. ตรวจสอบผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13-14 ล้านคน ว่ามีชื่อเปิดบริษัทหรือไม่ ป้องกันการถูกหลอกเป็นนอมินี
2. ตรวจสอบ บัญชีม้า 98,000 รายชื่อ เทียบกับฐานข้อมูลกรรมการบริษัท หากพบชื่อตรงกันจะส่ง ปปง. และ DSI
3. ตรวจสอบนอมินีต่างชาติ โดยดูเส้นทางการเงินของกรรมการคนไทยที่ถือหุ้น
2. ตรวจสอบ บัญชีม้า 98,000 รายชื่อ เทียบกับฐานข้อมูลกรรมการบริษัท หากพบชื่อตรงกันจะส่ง ปปง. และ DSI
3. ตรวจสอบนอมินีต่างชาติ โดยดูเส้นทางการเงินของกรรมการคนไทยที่ถือหุ้น
- เขตปลอดอากร (Free Zone) เข้มงวดตรวจสอบไม่ให้ใช้ช่องทาง Free Zone เพื่อสวมสิทธิ์สินค้าโดยไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย
6. สิ่งที่จะกำหนดเกมการค้าโลก
- Currency of Trust สกุลเงินที่สำคัญที่สุดในโลกการค้าปัจจุบันคือ "ความเชื่อมั่น (Trust)" หากสร้างได้ จะเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุด
- ต้องใช้ AI เพื่อเพิ่ม Productivity, Efficiency และค้นหาโมเดลธุรกิจใหม่ รวมถึงช่วยให้รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ (Unknown unknowns)
ทั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อให้ AI มาแทนที่คน แต่คนใช้ AI จะมาแทนคนที่ใช้ไม่เป็น
ทั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อให้ AI มาแทนที่คน แต่คนใช้ AI จะมาแทนคนที่ใช้ไม่เป็น
- ความยั่งยืน (Sustainability) เป็นเรื่องจำเป็น รัฐสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการปรับตัว (Transition Loan) และพลังงานสะอาด หากทำเรื่องนี้ได้ ไทยจะมีที่ยืนและหาโอกาสในเวทีโลกได้ง่ายขึ้น
7. การบ้านและสิ่งที่ประเทศไทย ต้องทำ
- ความโปร่งใส (Transparency)
โดยต้องใช้ AI และเทคโนโลยี ที่ทำให้ระบบราชการโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นใจนักลงทุน
โดยต้องใช้ AI และเทคโนโลยี ที่ทำให้ระบบราชการโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นใจนักลงทุน
- ลดกฎระเบียบ ลดขั้นตอนกระบวนการ ต้องทำกฎหมายให้ไม่ซับซ้อน ไม่เยิ่นเย้อ เพื่ออำนวยความสะดวก เช่น แนวคิด Fast Pass ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
- การพัฒนาคน (Upskill/Reskill)
ทักษะคนสำคัญสุด เพราะไทย คนลดลงและแก่ขึ้น
ไทยต้องทำโครงการ Skill Bridge เพื่อจับคู่ความต้องการลงทุน กับการพัฒนาคน ให้ตรงกับงานจริง
ทักษะคนสำคัญสุด เพราะไทย คนลดลงและแก่ขึ้น
ไทยต้องทำโครงการ Skill Bridge เพื่อจับคู่ความต้องการลงทุน กับการพัฒนาคน ให้ตรงกับงานจริง
- เป้าหมายคือการวางตำแหน่งไทย ให้เป็นผู้เล่นที่กำหนดเกมได้ เป็นศูนย์กลางในด้านต่าง ๆ เช่น อาหารฮาลาล, เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต