RTX กับ L3Harris หุ้นอาวุธสงคราม จากสหรัฐฯ ที่เติบโตบนความขัดแย้ง

RTX กับ L3Harris หุ้นอาวุธสงคราม จากสหรัฐฯ ที่เติบโตบนความขัดแย้ง

RTX กับ L3Harris หุ้นอาวุธสงคราม จากสหรัฐฯ ที่เติบโตบนความขัดแย้ง /โดย ลงทุนแมน
สงคราม ความขัดแย้ง ความไม่สงบบนโลกนั้น
สร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจหนึ่งอย่างมหาศาล
ทุกคนก็คงเดาได้ นั่นคือ ธุรกิจอาวุธสงคราม
ที่ขายสินค้าและบริการให้แก่กองทัพ รัฐบาล หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ 2 บริษัทสัญชาติอเมริกัน คือ RTX และ L3Harris
2 บริษัทนี้ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก มากแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มกันที่บริษัทแรก RTX หรือ RTX Corporation
ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 8.2 ล้านล้านบาท
ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น +59% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
โดยบริษัทนี้ เกิดมาจาก Raytheon Company เจ้าพ่ออาวุธสงคราม ที่ได้ควบรวมกิจการกับ United Technologies Corporation ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอากาศยาน
และตอนนี้มีธุรกิจหลักคือ
- Collins Aerospace
ผลิตและให้บริการ ระบบและชิ้นส่วนในภาคอากาศยาน ทั้งพาณิชย์และการทหาร
- Pratt & Whitney
ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน ทั้งพาณิชย์และการทหาร
- Raytheon Intelligence & Space
ระบบข่าวกรอง, ไซเบอร์ซีเคียวริตี, ซอฟต์แวร์ และเซนเซอร์ขั้นสูง
- Raytheon Missiles & Defense
ครอบคลุมระบบการป้องกันภัยทางอากาศ (เช่น Patriot, NASAMS), ขีปนาวุธ, ระบบเรดาร์, สงครามอิเล็กทรอนิกส์, ระบบสอดแนมและดาวเทียม
ผลประกอบการที่ผ่านมาของ RTX Corporation
ปี 2023
รายได้ 2,145,479 ล้านบาท
กำไร 99,460 ล้านบาท
ปี 2024
รายได้ 2,513,373 ล้านบาท
กำไร 148,614 ล้านบาท
9 เดือนแรก ปี 2025
รายได้ 2,003,682 ล้านบาท โตขึ้น 9%
กำไร 159,074 ล้านบาท โตขึ้น 55%
ผลประกอบการที่เติบโตของ RTX Corporation ซึ่งผลักดันราคาหุ้นนั้น
เป็นผลมาจากปัจจัยเชิงบวก ทั้งในฝั่งการบินพลเรือน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้รัฐบาลหลายประเทศเร่งสั่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ และขีปนาวุธ
โดย ณ​ ไตรมาส 3 ปี 2025
RTX Corporation มียอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) สูงเป็นประวัติการณ์ ที่ 7.8 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น
- งานฝั่งพาณิชย์ 4.6 ล้านล้านบาท เช่น คำสั่งซื้อเครื่องยนต์ และอุปกรณ์การบิน
- งานฝั่งป้องกันประเทศ 3.2 ล้านล้านบาท เช่น สัญญาผลิตขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ส่วนอีกบริษัทคือ L3Harris Technologies
ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 2.0 ล้านล้านบาท
ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น +58% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
บริษัทนี้เกิดจากการควบรวมกันของ L3 Technologies และ Harris Corporation
โดยมีธุรกิจหลักคือ
- Integrated Mission Systems
ระบบสำหรับภารกิจทางการทหาร เช่น ระบบข่าวกรอง, การเฝ้าระวังและลาดตระเวน, ระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับใช้ในทะเล และระบบออปทิคัลไฟฟ้า รวมถึงเซนเซอร์อินฟราเรดและระบบกำหนดเป้าหมาย
- Space & Airborne Systems
ระบบสำหรับอวกาศและอากาศยาน เช่น ระบบดาวเทียม, ระบบป้องกันขีปนาวุธทั่วโลก, ระบบเซนเซอร์ และเทคโนโลยีไซเบอร์
- Communication Systems
ระบบสื่อสารขั้นสูงและความปลอดภัย สำหรับการใช้งานทางยุทธวิธี ทั้งวิทยุสื่อสารและเครือข่ายบรอดแบนด์แบบบูรณาการ
- Aerojet Rocketdyne
ระบบขับเคลื่อน ขีปนาวุธ และอาวุธ

ผลประกอบการที่ผ่านมาของ L3Harris Technologies
ปี 2023
รายได้ 604,513 ล้านบาท
กำไร 38,196 ล้านบาท
ปี 2024
รายได้ 663,847 ล้านบาท
กำไร 46,757 ล้านบาท
9 เดือนแรก ปี 2025
รายได้ 504,835 ล้านบาท โตขึ้น 3%
กำไร 40,656 ล้านบาท โตขึ้น 24%
ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) ในไตรมาส 3 ปี 2025 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.1 ล้านล้านบาท
มีค่า Book-to-Bill Ratio ถึง 1.2x หมายความว่าได้รับคำสั่งซื้อใหม่มากกว่ายอดที่ส่งมอบได้ถึง 20% สะท้อนถึงความต้องการสินค้าที่ล้นหลาม โดยเฉพาะในกลุ่มระบบสื่อสารทางทหาร และระบบอวกาศ
จะเห็นว่า ทิศทางผลประกอบการของทั้ง 2 บริษัทเพิ่มขึ้น
เพราะรัฐบาลทั่วโลกกำลังเพิ่มงบประมาณเพื่อป้องกันประเทศ จากภาพสถานการณ์อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซีย-ยูเครน, ไต้หวัน-จีน, อิสราเอล-อิหร่าน และล่าสุด สหรัฐฯ-ยุโรป ในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์
ที่อาจกล่าวได้ว่าโลกไม่เคยสงบ..
โดยสหรัฐฯ เพิ่งอนุมัติงบด้านความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 30 ล้านล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2026 หรือเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า
ไต้หวัน ประกาศงบประมาณกลาโหมปี 2026 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 0.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 23%
งบประมาณนี้คิดเป็น 3.3% ของ GDP ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี
หรือแม้แต่จีน และญี่ปุ่น ก็เพิ่มงบประมาณทางการทหารขึ้นอีกในปีนี้เช่นเดียวกัน
ซึ่ง 2 บริษัทที่ว่ามานี้ กลายเป็นธุรกิจเนื้อหอม
และได้ประโยชน์จากความไม่สงบ ความขัดแย้ง อย่างไม่ต้องสงสัย
โดยปกติแล้ว การเห็นบริษัทเติบโตขึ้น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี
แต่มันคงค้านกับความรู้สึกของหลายคนว่า บริษัทอาวุธสงครามยิ่งเติบโตมากเท่าไร ก็ดูเหมือนว่ามันอาจยิ่งสร้างความหายนะให้กับโลกมากเท่านั้น..
—---------
’ระเบียบโลกเปลี่ยน โอกาสเปิด’
ร่วมเติบโตไปกับงบประประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
โดย TLDEFENSE (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
กองทุนนี้จะคัดสรรบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศทั่วโลก
เพราะ งบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
แต่เป็นนวัตกรรม ข่าวกรอง Information Intelligence, AI, โดรนอัจฉริยะ หรือแม้แต่เทคโนโลยีอวกาศ ที่จะทำให้ได้ประเทศนั้นคงความได้เปรียบในทุกมิติ
ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนเช่น
-Palantir เจ้าของระบบ AI อัจฉริยะ อันดับ 1 ของโลก ที่เป็นสมองให้งานข่าวกรองและความมั่นคง
-Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
-RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
-Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
-Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ผลิตปืนใหญ่ K9
-Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
-Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
และบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอื่น ๆ อีกหลากหลายบริษัททั่วโลก ที่เติบโตไปพร้อมกับงบประมาณความมั่นคงของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ในยุคที่ใครมีเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่เหนือกว่า คนนั้นคือคนกำหนดเกม
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำ ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนความเสี่ยงและศึกษาประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน กองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือ ความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon