
เมื่อระเบียบโลกใหม่ มีราคาที่ต้องจ่าย บทสรุป การพุ่งขึ้นของ Bond Yield ทั่วโลก
เมื่อระเบียบโลกใหม่ มีราคาที่ต้องจ่าย บทสรุป การพุ่งขึ้นของ Bond Yield ทั่วโลก /โดย ลงทุนแมน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น อายุ 40 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.00% ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น อายุ 40 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.00% ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล
อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เยอรมนี อังกฤษ และเกาหลีใต้ ก็ปรับตัวขึ้นไปในทางเดียวกัน
ซึ่งเป็นผลจากการเทขาย “พันธบัตรรัฐบาล” ในตลาดโลก
แต่การเทขายพันธบัตรครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งความตึงเครียดจากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
พันธบัตรรัฐบาล ที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุด ทำไมกลับถูกขายทิ้ง ?
โลกกำลังเกิดอะไรขึ้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เงินดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรสหรัฐฯ และทองคำ เคยมีมูลค่าที่สูงขึ้นพร้อมกัน ในเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยง
มูลค่าที่สูงขึ้น เกิดขึ้นจากแรงซื้อในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของนักลงทุน
ทว่าสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังถดถอยลง
เพราะกระแสเงินทุนในตลาดพันธบัตร มักหมุนไปตามความน่าเชื่อถือของพันธบัตรนั้น
ยิ่งประเทศไหนมีความน่าเชื่อถือสูง มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง พันธบัตรของประเทศนั้น จะยิ่งเป็นที่ต้องการ ส่งผลให้ราคาและสภาพคล่องสูงตาม
ราคาพันธบัตรที่สูง จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ลดลง ซึ่งหมายถึงต้นทุนในการก่อหนี้ใหม่ที่ต่ำ ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้รัฐบาล ต้องรักษาความน่าเชื่อถือต่อไป
แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้สนใจการสร้างความน่าเชื่อถือแบบเดิม
เริ่มจากนโยบายภาษีการค้าที่ผันผวน คาดเดาไม่ได้ ที่เข้ามาเขย่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
เริ่มจากนโยบายภาษีการค้าที่ผันผวน คาดเดาไม่ได้ ที่เข้ามาเขย่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
ต่อมาคือ การกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ “เฟด” ให้เร่งลดอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณเลือกประธานเฟดคนใหม่ ที่มีแนวคิดสอดคล้องกับรัฐบาล
เป้าหมายสำคัญคือ การกดต้นทุนดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ให้ต่ำลง
เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่มีทีท่าว่า จะลดหนี้สาธารณะอย่างที่เคยบอกไว้
เป้าหมายสำคัญคือ การกดต้นทุนดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ให้ต่ำลง
เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่มีทีท่าว่า จะลดหนี้สาธารณะอย่างที่เคยบอกไว้
อีกทั้งทรัมป์ยังวางแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมขึ้น 50% สู่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46.5 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2027 เพื่อสร้างกองทัพในฝัน
การเร่งลดอัตราดอกเบี้ย และการใช้จ่ายภาครัฐที่สูงขึ้น แม้อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะสั้น
แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความกังวลในเงินเฟ้อระยะยาว และคำถามต่อวินัยการคลังของสหรัฐฯ
การเร่งลดอัตราดอกเบี้ย และการใช้จ่ายภาครัฐที่สูงขึ้น แม้อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะสั้น
แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความกังวลในเงินเฟ้อระยะยาว และคำถามต่อวินัยการคลังของสหรัฐฯ
เมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงต้องเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงกว่าเดิม
ผ่านการเทขายพันธบัตร กดให้ราคาลดลง จนกว่าอัตราผลตอบแทน หรือบอนด์ยีลด์ (Bond Yield) จะสูงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการคลังที่เปลี่ยนไป
แม้รัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธการสร้างความน่าเชื่อถือแบบเดิม แต่หันมาเน้นสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ภายใต้แนวทาง America First
ผ่านการเทขายพันธบัตร กดให้ราคาลดลง จนกว่าอัตราผลตอบแทน หรือบอนด์ยีลด์ (Bond Yield) จะสูงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการคลังที่เปลี่ยนไป
แม้รัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธการสร้างความน่าเชื่อถือแบบเดิม แต่หันมาเน้นสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ภายใต้แนวทาง America First
ทั้งการฟื้นฟูอุตสาหกรรมในประเทศ การเพิ่มความเข้มแข็งด้านกลาโหม และการเข้าไปมีบทบาทในสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อย้ำภาพผู้คุมเกมที่แท้จริง
เพราะหากรักษาสถานะมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลก ก็อาจเพียงพอแล้วให้สินทรัพย์สหรัฐฯ อย่าง เงินดอลลาร์สหรัฐ หุ้น หรือพันธบัตร ยังคงเป็นที่ต้องการของทุกคนต่อไป
เพราะหากรักษาสถานะมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลก ก็อาจเพียงพอแล้วให้สินทรัพย์สหรัฐฯ อย่าง เงินดอลลาร์สหรัฐ หุ้น หรือพันธบัตร ยังคงเป็นที่ต้องการของทุกคนต่อไป
แต่แนวทางของทรัมป์ กำลังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และ “สหภาพยุโรป” ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรการภาษีการค้า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ การโจมตีเรื่องความร่วมมือนาโต รวมถึงความต้องการครอบครองพื้นที่กรีนแลนด์
ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรการภาษีการค้า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ การโจมตีเรื่องความร่วมมือนาโต รวมถึงความต้องการครอบครองพื้นที่กรีนแลนด์
ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่าสหรัฐฯ พร้อมใช้อำนาจมากขึ้น เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แม้แต่กับพันธมิตรที่ยาวนานของตน..
เศรษฐกิจสหภาพยุโรป ที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว เมื่อถูกซ้ำด้วยแรงกดดันจากสหรัฐฯ ก็ต้องหาวิธีเร่งเครื่องเศรษฐกิจ รวมถึงเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อรับประกันความมั่นคงของประเทศตน
ผลักดันให้หลายประเทศในยุโรป ต้องอัดฉีดงบประมาณที่สูงขึ้น ตัวอย่างที่สำคัญมาก คือ เยอรมนี
ก่อนหน้านี้ เยอรมนีเข้มงวดกับวินัยการคลังของตนมาก
โดยมีกฎเบรกหนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำกัดการขาดดุลต่อ GDP ให้ไม่เกิน 0.35%
โดยมีกฎเบรกหนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำกัดการขาดดุลต่อ GDP ให้ไม่เกิน 0.35%
แต่ในโลกใบใหม่ ที่สหรัฐฯ ไม่รับประกันความมั่นคงแบบเดิมอีกต่อไป เยอรมนีไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งภายในของตนเอง
รัฐบาลเยอรมนี จึงได้ปรับให้มีข้อยกเว้นในกฎการคลัง เพื่อให้สามารถกู้เงินได้มากขึ้น สำหรับการใช้จ่ายที่สำคัญ เช่น การเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
แม้สุขภาพการคลังของเยอรมนียังแข็งแรง แต่นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงปริมาณพันธบัตรที่จะออกมา
นักลงทุนจึงเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้น ไม่ต่างอะไรจากพันธบัตรสหรัฐฯ
ทำให้บอนด์ยีลด์เยอรมนีดีดตัวขึ้น ซึ่งลากบอนด์ยีลด์ของประเทศทั่วยุโรปปรับตัวขึ้นตามไปด้วย..
ในขณะที่โลกกำลังโกลาหล ญี่ปุ่นที่เคยเป็นประเทศแห่งเสถียรภาพ ก็กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
เพราะญี่ปุ่น คือประเทศที่กำลังเปลี่ยนทั้งเกมการคลังและการเงินไปพร้อมกัน
โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เลิกใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายสุดขั้ว ตั้งแต่ต้นปี 2024
และทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จนมาอยู่ที่ระดับ 0.75% สูงสุดในรอบกว่า 30 ปี หรือตั้งแต่ปี 1995
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น คือเชื้อเพลิงสำคัญ ที่ดันให้บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น
นอกจากนั้น หลังซานาเอะ ทาคาอิจิ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการอัดฉีดงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และวางแผนในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม
หลังจากที่ผ่านมา ญี่ปุ่นใช้เงินด้านกลาโหมน้อยมาก หรือไม่เกิน 1% ของ GDP
ซึ่งเหตุผลเบื้องหลังในการขยับตัวของญี่ปุ่น ก็ไม่ต่างอะไรจากประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ที่เริ่มต้องสร้างหลักประกันความมั่นคงของตนเอง หลังสหรัฐฯ อาจไม่ได้เป็นที่พึ่งเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว..
และท่ามกลางศึกเลือกตั้งญี่ปุ่นที่กำลังจะมาถึง ทาคาอิจิ ก็ได้เสนอนโยบายหาเสียง ที่จะยกเลิกภาษีอากรอาหารและเครื่องดื่มชั่วคราว
แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่า นโยบายนี้ จะทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นสูญเสียรายได้ปีละ 5 ล้านล้านเยน (เกือบ 1 ล้านล้านบาท)
ซึ่งญี่ปุ่นเอง เป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงมากอยู่แล้ว แนวโน้มการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้กลับจะลดลง ในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยกำลังมีทิศทางขาขึ้น
ทำให้ตลาดเพิ่มความกังวลถึงเสถียรภาพและวินัยการคลังของญี่ปุ่น ไม่ต่างจากสหรัฐฯ หรือเยอรมนี
ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเชื้อเพลิง ที่ดันให้บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน..
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ถือพันธบัตรสหรัฐฯ รายสำคัญ
ทำให้เมื่อใดก็ตาม ที่บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นแรง เงินทุนญี่ปุ่นที่เคยแทรกซึมอยู่ทั่วโลก จะเกิดกระแสไหลกลับมาที่ญี่ปุ่น ซึ่งนี่กลายเป็นจุดเสี่ยง ที่พร้อมซ้ำเติมให้ แรงเทขายพันธบัตรทั่วโลกรุนแรงขึ้น..
ความพยายามเสริมความแข็งแกร่งของหลายประเทศ กำลังก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ จากโลกที่เคยแสวงหาการเติบโตร่วมกัน วันนี้กำลังก้าวสู่ยุคทางใครทางมัน
เมื่อชาติมหาอำนาจพร้อมใจสร้างป้อมปราการของตัวเอง
โดยมี “หนี้” เป็นอิฐก้อนหลัก
โดยมี “หนี้” เป็นอิฐก้อนหลัก
ทำให้มีพันธบัตรจำนวนมหาศาลที่กำลังจะออกมา เพื่อถมงบประมาณที่เตรียมขยายตัว ความเสี่ยงของพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก จึงเพิ่มขึ้นไปพร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งในโลกที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด พันธบัตร จึงอาจไม่ได้มีระดับความปลอดภัยสูง เท่ากับที่ผ่านมา
บอนด์ยีลด์ หรือต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ได้เป็นหนึ่งในราคาที่ต้องจ่าย สำหรับระเบียบโลกใหม่ ที่กำลังถูกเขียนขึ้น..
ซึ่งในโลกที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด พันธบัตร จึงอาจไม่ได้มีระดับความปลอดภัยสูง เท่ากับที่ผ่านมา
บอนด์ยีลด์ หรือต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ได้เป็นหนึ่งในราคาที่ต้องจ่าย สำหรับระเบียบโลกใหม่ ที่กำลังถูกเขียนขึ้น..
—------------------
’ระเบียบโลกเปลี่ยน โอกาสเปิด’
ร่วมเติบโตไปกับงบประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
’ระเบียบโลกเปลี่ยน โอกาสเปิด’
ร่วมเติบโตไปกับงบประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
โดย TLDEFENSE (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
กองทุนนี้จะคัดสรรบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศทั่วโลก
เพราะ งบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
เพราะ งบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
แต่เป็นนวัตกรรม ข่าวกรอง Information Intelligence, AI, โดรนอัจฉริยะ หรือแม้แต่เทคโนโลยีอวกาศ ที่จะทำให้ได้ประเทศนั้นคงความได้เปรียบในทุกมิติ
ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนเช่น
-Palantir เจ้าของระบบ AI อัจฉริยะ อันดับ 1 ของโลก ที่เป็นสมองให้งานข่าวกรองและความมั่นคง
-Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
-RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
-Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
-Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ผลิตปืนใหญ่ K9
-Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
-Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
-Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
-RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
-Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
-Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ผลิตปืนใหญ่ K9
-Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
-Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
และบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอื่น ๆ อีกหลากหลายบริษัททั่วโลก ที่เติบโตไปพร้อมกับงบประมาณความมั่นคงของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ในยุคที่ใครมีเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่เหนือกว่า คนนั้นคือคนกำหนดเกม
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำ ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนความเสี่ยงและศึกษาประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน กองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือ ความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
References
-https://www.wsj.com/economy/japans-long-term-bond-yields-surge-as-looming-election-triggers-fiscal-worries-cbc488d2
-https://www.wsj.com/finance/jgb-futures-edge-lower-amid-fiscal-worries-in-japan-ce8b9e57
-https://www.ft.com/content/dfe69822-f380-424b-ad1d-e64dbeaef577
-https://www.ft.com/content/c6127c95-4b28-4777-aa6b-77bd28c9e5e9
-https://www.ft.com/content/80742c32-1af3-4881-a935-f3045df12b12
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-21/why-investors-are-worried-about-japan-s-bond-market
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-21/jgb-turmoil-risks-up-to-130-billion-treasury-selling-citi-says
-https://www.wsj.com/economy/japans-long-term-bond-yields-surge-as-looming-election-triggers-fiscal-worries-cbc488d2
-https://www.wsj.com/finance/jgb-futures-edge-lower-amid-fiscal-worries-in-japan-ce8b9e57
-https://www.ft.com/content/dfe69822-f380-424b-ad1d-e64dbeaef577
-https://www.ft.com/content/c6127c95-4b28-4777-aa6b-77bd28c9e5e9
-https://www.ft.com/content/80742c32-1af3-4881-a935-f3045df12b12
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-21/why-investors-are-worried-about-japan-s-bond-market
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-21/jgb-turmoil-risks-up-to-130-billion-treasury-selling-citi-says