Jack Northrop อัจฉริยะเครื่องบิน ที่เห็นธุรกิจตัวเอง เพิ่งสำเร็จก่อนลาโลก

Jack Northrop อัจฉริยะเครื่องบิน ที่เห็นธุรกิจตัวเอง เพิ่งสำเร็จก่อนลาโลก

โลกปัจจุบัน ทุกคนอาจแข่งขันกันประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย ๆ
จนเรียกติดปากกันว่าอายุน้อยร้อยล้าน
แต่เรื่องราวของชายที่ชื่อ Jack Northrop กลับตรงกันข้าม เพราะกว่าที่ธุรกิจของเขาจะสำเร็จ ก็คือในวันที่เขาใกล้จะลาจากโลกนี้ไปแล้ว
น้ำตาเขาไหลออกมาทันที เมื่อมีโอกาสได้เห็นแบบเครื่องบินที่ตัวเองเคยฝันไว้ แม้ตัวเองตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับบริษัทอีกต่อไปแล้ว
ทำไมธุรกิจถึงสำเร็จ ในวันที่เขาจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คุณ Jack Northrop ลืมตาขึ้นมาดูโลกในปี 1895 หรือ
ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย ในครอบครัวนักธุรกิจ
รับเหมาก่อสร้างขนาดเล็ก แถบนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐฯ
ด้วยการเรียนรู้จากพ่อเรื่องงานช่างต่าง ๆ ทำให้เขาเริ่ม
นำมันไปต่อยอดความหลงใหลเรื่องเครื่องบิน จนพี่น้อง
คุณ Allan และคุณ Malcolm Lockheed มองเห็นความสามารถ
ทั้งคู่เลยชวนคุณ Jack Northrop มาทำงานเป็นช่างเขียนแบบเครื่องบินในบริษัทตัวเอง ซึ่งบริษัทนั้นก็คือ Lockheed Martin เจ้าของเครื่องบิน F-16 ในปัจจุบันนั่นเอง
ที่น่าสนใจคือ ตอนเขารับทำงานให้สองพี่น้องคู่นี้
เขาจบแค่มัธยมปลาย และมีอายุแค่ 21 ปีเท่านั้น
แปลว่าคุณ Jack Northrop ต้องมีอะไรที่พิเศษแน่นอน
แต่ยังไม่ทันได้ทำงานกับสองพี่น้องนี้นานเท่าไรนัก สงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เขาโดนเรียกตัวไปเป็นทหารรับใช้ประเทศชาติแทน
ก่อนที่จะกลับมาทำงานให้สองพี่น้อง แล้วลาออกกลับไปทำงานกับพ่อ แต่ด้วยชื่อเสียงของเขา ก็ทำให้ตัวเองโดนลากกลับสู่วงการเครื่องบินอีกครั้งในบริษัท Douglas
แต่ชีวิตของเขาก็ย้ายงานไปมาในวงการเครื่องบิน เพราะด้วยแนวคิดการออกเครื่องบินใหม่ ๆ ของเขา ทำให้สุดท้าย ก็ต้องแยกทางกันหลายครั้งอยู่ดี
จนในที่สุด เขาก็ตัดสินใจก่อตั้งบริษัทแรกที่ชื่อว่า Avion ก่อนขายกิจการนี้ออกไป แล้วหันมาปั้นบริษัทที่สองของ
ตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Northrop แทน
Northrop เริ่มได้สัญญาจากกองทัพอากาศเพื่อผลิต
เครื่องบินทิ้งระเบิด A-17 และ BT-1 จนบริษัทเริ่มมีเงินสดเข้ามาพอให้ตัวเองอยู่ได้
และต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง Northrop ก็ยังได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง แถมได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาเครื่องบินที่บินทิ้งระเบิดได้ไกลขึ้น
แต่ปัญหาคือ ความฝันของคุณ Jack Northrop กำลังจะฉีกวงการเครื่องบินด้วยการไม่จำเป็นต้องมีหาง ในวันที่เครื่องบินทุกลำต้องมีหาง แม้แต่ในปัจจุบันก็ตาม
เพราะเขาเชื่อว่า เครื่องบินมีปีกก็เพียงพอแล้ว การมีอย่างอื่นเข้ามายิ่งทำให้เครื่องบินมีแรงต้านมากกว่า
พอเชื่อแบบนี้ เขาเลยเลือกผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิด XB-35 ซึ่งหน้าตาของเครื่องบินเป็นเหมือนกับสามเหลี่ยมลอยได้ เรียกได้ว่า แปลกตาจากเครื่องบินอื่น ๆ เยอะมาก
แต่พอมีปีกที่กว้างขนาดนี้ ทำให้เครื่องบินเจอปัญหาการขับที่ไม่เสถียร แถมยังมีปัญหาเรื่องกินน้ำมันมากขึ้น เพราะต้องพึ่งพาเครื่องยนต์เจ็ตแทนที่จะเป็นใบพัดแบบเดิม
โชคร้ายหนักกว่านั้น เมื่อบริษัททดลองเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ตัวเองทำขึ้นมา แต่เครื่องเจอปัญหา จนทำให้นักบินทดสอบเสียชีวิต 5 คน
ปัญหาที่รุมเร้าแบบนี้ ทำให้กองทัพอากาศตัดสินใจยกเลิกสัญญากับบริษัท และหันไปเลือกบริษัทคู่แข่งอย่าง Convair เจ้าของเครื่องบิน B-36 ที่ใช้งานได้จริงกว่าแทน
ซึ่งหลังจากนั้นคุณ Jack Northrop ก็ได้ออกมาตอบโต้ว่า บริษัทเขาโดนยกเลิกสัญญาอย่างไม่เป็นธรรม เพราะโดนคุณ Stuart Symington อดีตรัฐมนตรีข่มขู่บริษัทเขา
โดยเขาอ้างว่า ชายคนนี้บีบให้บริษัทเขาต้องควบรวมกับคู่แข่งอย่าง Convair เพราะกองทัพอากาศมีงบจำกัด และถ้าเขาปฏิเสธการควบรวม ก็จะต้องเสียใจที่ทำแบบนั้น
แต่ในอีกมุมหนึ่ง คุณ Stuart Symington ก็ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ และสื่อต่าง ๆ ก็ไปขุดคุ้ยแล้วไม่พบหลักฐานที่คุณ Jack Northrop พูดมาตอนแรกเลย
ทำให้จริง ๆ แล้ว เป็นเพราะปัญหาของเครื่องบินที่ไม่มีหางของเขามากกว่า ที่ทำให้กองทัพอากาศตัดสินใจยกเลิกสัญญา แล้วหันไปใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีหางแบบเดิม
แม้การยกเลิกสัญญาจะเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่หัวใจของเขาคงแตกสลายมากกว่า เมื่อกองทัพอากาศสั่งทุบเครื่องบิน Northrop แล้วขายเป็นเศษเหล็กแทน
จนต่อมาในปี 1952 เขาจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัท และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารอีกต่อไป เหลือทิ้งไว้แค่ความฝันถึงเครื่องบินสามเหลี่ยมไร้หางลอยได้ไว้แค่อย่างเดียว
และหลังจากนั้นชีวิตเขาก็ดิ่งหนักกว่าเดิม จากการลงทุน
อสังหาฯ ที่ผิดพลาด จนล้มละลาย แถมยังมีปัญหาสุขภาพรุมเร้า จนร่างกายทรุดลงเรื่อย ๆ
แต่ในที่สุด โชคชะตาก็เหมือนเข้าข้างเขาอีกครั้ง เมื่อแนวคิดเครื่องบินสามเหลี่ยมลอยได้ถูกนำมาปัดฝุ่น เพราะมันมีคุณสมบัติในการพรางตัวจากเรดาร์ได้อย่างดี
กองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่เคยปฏิเสธเครื่องบินล้ำยุคของ Northrop ก็กลับมาสนใจอีกครั้ง ก่อนพัฒนาจนกลายเป็นเครื่องบินล่องหน B-2 Spirit จนถึงทุกวันนี้
ซึ่งปัญหาการบินไม่เสถียรก่อนหน้านี้ ก็ถูกแก้ไขได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถควบคุมการบินได้ แต่ในยุคก่อนหน้านี้ยังไม่มีคอมพิวเตอร์มาช่วยแค่นั้นเอง
จนในที่สุด เครื่องบินจากไอเดียของเขาก็ได้ถูกผลิตและพัฒนาขึ้นอย่างจริงจังด้วยบริษัท Northrop ที่เขาก่อตั้งขึ้นมา
ซึ่งในปี 1980 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเพียงไม่กี่เดือน กองทัพอากาศก็ให้คุณ Jack Northrop ดูแบบแปลนเครื่องบิน B-2 ที่ตอนนั้นยังเป็นโครงการลับในการสร้างเครื่องบินล้ำสมัยขึ้นมา
คุณ Jack Northrop ที่อยู่ในสภาพอิดโรยและพูดไม่ได้แล้ว ก็น้ำตาไหลออกมา ก่อนจะเขียนใส่กระดาษว่า
“ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมพระเจ้าถึงให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อมาอีก 25 ปี”
ก่อนที่ปีถัดมาคุณ Jack Northrop ก็ได้ลาจากโลกนี้ไป
พร้อม ๆ กับการเติบโตของบริษัทที่เขาก่อตั้ง ก่อนจะควบรวมกับ Grumman กลายเป็น Northrop Grumman
และบริษัทก็ได้เติบโตขึ้นจนสามารถไล่ซื้อธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาในเครือ จนปัจจุบันกลายเป็นบริษัทขายอาวุธอันดับ 6 ของโลก ด้วยมูลค่าบริษัท 3 ล้านล้านบาท
แม้เรื่องราวของคุณ Jack Northrop จะดูน่าเศร้าที่ได้เห็นความฝันเป็นจริงเมื่อตอนใกล้ลาโลก แต่เรื่องราวของเขาก็ได้สอนบทเรียนสำคัญของโลกธุรกิจได้อย่างดี
ในวันที่โลกยังไม่มีสิ่งที่เราคิด นั่นเรียกว่าความฝัน
ในวันที่เรายังมีความฝัน โลกยังตามไม่ทัน
ในวันที่ความฝันยังเป็นแค่ฝัน บางครั้งก็ต้องรอเวลาที่ใช่ถึงจะมาปลดล็อกความฝันนั้นให้เป็นจริงได้
แต่ความฝันมันก็คุ้มค่า เพราะโลกที่มีความฝัน มันคือโลกที่มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาให้น่าตื่นเต้นเสมอ
ซึ่งถ้าโลกไม่มีความฝัน ในทุก ๆ วันโลกเราก็คงเป็นเหมือนเดิม จืดชืด ไม่มีอะไรใหม่ และเราก็ยังใช้ชีวิตอยู่แบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
แต่เพราะคนที่มีความฝันเช่นคุณ Jack Northrop ก็ทำให้โลกไปข้างหน้าเรื่อย ๆ และทำให้โลกต้องหมุนตามพวกเขา แทนที่เขาจะต้องหมุนให้ทันตามโลกแทน..
—------------------
’ระเบียบโลกเปลี่ยน โอกาสเปิด’
ร่วมเติบโตไปกับงบประมาณด้านความมั่นคง ที่กำลังเร่งตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก กับกองทุนเปิด TLDEFENSE
โดย TLDEFENSE (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH)
และ TLDEFENSERMF (กองทุนเปิดทาลิส DEFENSE TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ)
กองทุนนี้จะคัดสรรบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศทั่วโลก
เพราะ งบประมาณด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องของการทหาร
แต่เป็นนวัตกรรม ข่าวกรอง Information Intelligence, AI, โดรนอัจฉริยะ หรือแม้แต่เทคโนโลยีอวกาศ ที่จะทำให้ได้ประเทศนั้นคงความได้เปรียบในทุกมิติ
ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนนี้จะเข้าไปลงทุนเช่น
-Palantir เจ้าของระบบ AI อัจฉริยะ อันดับ 1 ของโลก ที่เป็นสมองให้งานข่าวกรองและความมั่นคง
-Lockheed Martin ผู้สร้างเครื่องบินรบ F-16 และ F-35
-RTX บริษัทเจ้าของ Patriot ระบบป้องกันขีปนาวุธ และ Tomahawk ขีปนาวุธที่ยิงไกลจากเรือ
-Saab AB บริษัทป้องกันประเทศจากสวีเดน ผู้ผลิตเครื่องบินรบ Gripen
-Hanwha Aerospace บริษัทป้องกันประเทศอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ผู้ผลิตปืนใหญ่ K9
-Elbit Systems บริษัทอิสราเอลที่โดดเด่นด้าน Defense Tech ขั้นสูง ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ
-Rheinmetall AG ผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่และยานเกราะเบอร์ 1 ของเยอรมนี และระบบป้องกันโดรน ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสมรภูมิยุโรป
และบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอื่น ๆ อีกหลากหลายบริษัททั่วโลก ที่เติบโตไปพร้อมกับงบประมาณความมั่นคงของโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ในยุคที่ใครมีเทคโนโลยีด้านความมั่นคงที่เหนือกว่า คนนั้นคือคนกำหนดเกม
ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังเร่งเข้าสู่เทคโนโลยีของบริษัทเหล่านี้
และบริษัทกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ในที่สุด
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำ ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนความเสี่ยงและศึกษาประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน กองทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือ ความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon