
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย กำลังเร่งศึกษาตลาดหุ้นฮ่องกง-สิงคโปร์ มาพัฒนาปรับปรุงตลาดทุนไทย เพื่อดึงดูดให้บริษัทศักยภาพ เช่น LINE MAN Wongnai กลับมาสนใจ IPO ที่ตลาดไทย
คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ให้ข้อมูลว่า


กรณีที่มีกระแสข่าวที่บริษัทสตาร์ตอัปศักยภาพสูงของไทย อย่างเช่น LINE MAN Wongnai อาจพิจารณาไปจดทะเบียน (IPO) ในตลาดต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง หรือ สิงคโปร์
โดยยอมรับว่า เป็นเรื่องจริง ที่มีการดึงตัวบริษัทไทยไป แต่ยืนยันว่าทาง ตลท. "ยังไม่ยอมแพ้" และกำลังเร่งปรับปรุงเพื่อดึงดูดให้กลับมาจดทะเบียนในไทย
1. สาเหตุที่บริษัทไทยสนใจไปจดทะเบียนต่างประเทศ ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ วิเคราะห์ว่า มีปัจจัยหลัก 3 ประการ ที่ทำให้บริษัทกลุ่ม New Economy หรือ Tech Company สนใจตลาดคู่แข่งมากกว่าไทย
- มูลค่าและสภาพคล่อง (Valuation & Liquidity)
ในอดีตตลาดไทยมี Valuation (P/E) และสภาพคล่องที่ดี แต่ปัจจุบันวอลุ่มการซื้อขายลดลง ซึ่งอาจเป็นข้อกังวลของบริษัทขนาดใหญ่
ในอดีตตลาดไทยมี Valuation (P/E) และสภาพคล่องที่ดี แต่ปัจจุบันวอลุ่มการซื้อขายลดลง ซึ่งอาจเป็นข้อกังวลของบริษัทขนาดใหญ่
- กฎเกณฑ์และระยะเวลา (Regulation)
กฎกติกาของไทยถูกมองว่ามีความเข้มข้น (Strict) กว่า และกระบวนการพิจารณาใช้เวลานานกว่าเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
กฎกติกาของไทยถูกมองว่ามีความเข้มข้น (Strict) กว่า และกระบวนการพิจารณาใช้เวลานานกว่าเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
- การแข่งขันในภูมิภาค
ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและสิงคโปร์ มีความพยายามสูงมากในการเข้ามาเชิญชวนบริษัทไทย ให้ไปจดทะเบียนบ้านเขา
ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและสิงคโปร์ มีความพยายามสูงมากในการเข้ามาเชิญชวนบริษัทไทย ให้ไปจดทะเบียนบ้านเขา
2. กลยุทธ์การแก้ปัญหาของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อดึงดูด LINE MAN Wongnai และบริษัทอื่น ๆ ให้เลือกเข้าจดทะเบียนในไทย
- การปรับปรุงกฎเกณฑ์ (Regulatory Reform)
โดยทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. เพื่อลดขั้นตอนการทำงานให้กระชับขึ้น (Shorten process) เพื่อให้บริษัทเข้าตลาดได้เร็วขึ้น
โดยทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. เพื่อลดขั้นตอนการทำงานให้กระชับขึ้น (Shorten process) เพื่อให้บริษัทเข้าตลาดได้เร็วขึ้น
ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ (Discretion) และเปลี่ยนไปเน้นการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure-based) มากขึ้น ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
รวมถึงเปรียบเทียบเกณฑ์ของตลาดหุ้นไทย กับคู่แข่งอย่าง ตลาดหุ้นฮ่องกง และสิงคโปร์ เพื่อปิดจุดอ่อนและปรับปรุงให้แข่งขันได้
- การสร้างแรงจูงใจ
ผ่านโครงการ "BOI to IPO" เพื่อดึงดูดธุรกิจ New Economy โดยการประสานงานเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุน
ผ่านโครงการ "BOI to IPO" เพื่อดึงดูดธุรกิจ New Economy โดยการประสานงานเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุน
ซึ่งโครงการ BOI to IPO ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อวางกรอบสิทธิประโยชน์ที่จะเพิ่มให้แก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริม คาดว่าจะมีการอัปเดตความคืบหน้าในเร็ว ๆ นี้
โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและสนับสนุนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
และเตรียมมาตรการทางกฎหมาย เพื่อรองรับโครงสร้างบริษัทแบบใหม่ เช่น การถือหุ้นของต่างชาติ หรือมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้น Fund Flow
ทั้งนี้ ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันว่า หากสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความล่าช้าของกฎเกณฑ์และเรียกความเชื่อมั่นเรื่องสภาพคล่องกลับมาได้ ข้อได้เปรียบของตลาดต่างประเทศจะลดลง
โดยทาง ตลท. จะยังคงเดินหน้าสู้ต่อ เพื่อให้บริษัทไทยที่มีศักยภาพ เลือกจดทะเบียนในบ้านเกิด