
Frasers Property Thailand แพลตฟอร์มอสังหาฯ ครบวงจร ที่มีพอร์ตครอบคลุมมากที่สุดในไทย
Frasers Property Thailand แพลตฟอร์มอสังหาฯ ครบวงจร ที่มีพอร์ตครอบคลุมมากที่สุดในไทย / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Frasers Property Thailand
ถ้าพูดถึงหนึ่งในแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่มีพอร์ตการลงทุนหลากหลายที่สุดในไทย
ชื่อของ Frasers Property Thailand มักถูกพูดถึงเป็นลำดับต้น ๆ
ชื่อของ Frasers Property Thailand มักถูกพูดถึงเป็นลำดับต้น ๆ
หลายคนคุ้นชื่อบริษัทในฐานะเจ้าของเมกะโปรเจกต์บนทำเล CBD สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Samyan Mitrtown, FYI Center, Park Ventures และ Sathorn Square
แต่รู้หรือไม่ว่า ? โครงการกลุ่ม Commercial Mixed-Use เหล่านี้ คิดเป็นเพียงราว 10% ของพอร์ตทั้งหมดเท่านั้น
ปัจจุบัน Frasers Property Thailand ขยายการลงทุนครอบคลุมแทบทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่อาคารสำนักงาน รีเทล คลังสินค้าและโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการลงทุนผ่านกองทรัสต์ที่สร้างกระแสเงินสดระยะยาว

คำถามคือ วันนี้อาณาจักรของ Frasers Property Thailand แข็งแกร่งแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่น เราลองมาดูภาพรวมพอร์ตการลงทุนของ Frasers Property Thailand ในปี 2025 กันก่อน
1. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม (Industrial) สัดส่วน 50%
ให้บริการโรงงานสำเร็จรูป ศูนย์กระจายสินค้า และคลังสินค้าให้เช่าแบบ Built-to-Suit ที่พัฒนาตามความต้องการลูกค้า รองรับตั้งแต่คลังสินค้าทั่วไป คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ไปจนถึงคลังสินค้ารูปแบบเฉพาะทาง
จุดแข็งสำคัญคือการพัฒนาโครงการตามมาตรฐานอาคารเขียว LEED และ EDGE สอดคล้องกับแนวทาง Net Zero ของบริษัทข้ามชาติและองค์กรระดับโลก

ในปี 2025 บริษัทมีพื้นที่ภายใต้การบริหารมากกว่า 3.8 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมกว่า 50 ทำเลยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ ทั้งเขตทั่วไปและเขตปลอดอากร ตัวอย่างโครงการ เช่น
- เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ (บางพลี 4) ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ซึ่งเชื่อมกับภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย
- เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ พาร์ค (แหลมฉบัง 2) ใกล้ท่าเรือน้ำลึก รองรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก พร้อมโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร
- เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ พาร์ค (แหลมฉบัง 2) ใกล้ท่าเรือน้ำลึก รองรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก พร้อมโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร
นอกจากนี้บริษัทยังขยายการลงทุนไปยังเวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงของภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
2. ธุรกิจที่อยู่อาศัย (Residential) สัดส่วน 40%
พัฒนาโครงการครบทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ไปจนถึงคอนโดมิเนียม ครอบคลุมตั้งแต่ระดับลักชัวรีจนถึงราคาที่เข้าถึงได้ โดยมีแบรนด์หลัก ได้แก่
- เดอะ แกรนด์ (The Grand) บ้านระดับลักชัวรี หนึ่งในเรือธงของพอร์ต
- แกรนดิโอ (Grandio) บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม
- Golden Town ทาวน์โฮมสำหรับครอบครัวเริ่มต้น เน้นฟังก์ชันครบในราคาที่เข้าถึงง่าย
- KLOS คอนโดมิเนียมดีไซน์ทันสมัย ทำเลเมือง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
- แกรนดิโอ (Grandio) บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม
- Golden Town ทาวน์โฮมสำหรับครอบครัวเริ่มต้น เน้นฟังก์ชันครบในราคาที่เข้าถึงง่าย
- KLOS คอนโดมิเนียมดีไซน์ทันสมัย ทำเลเมือง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ในปี 2025 ธุรกิจที่อยู่อาศัยสร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 8,642 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนเป็น
- บ้านเดี่ยว 45%
- ทาวน์โฮม 34%
- บ้านแฝด 19%
- อื่น ๆ 2%
- ทาวน์โฮม 34%
- บ้านแฝด 19%
- อื่น ๆ 2%
3. ธุรกิจพาณิชยกรรมและมิกซ์ยูส (Commercial Mixed-Use) สัดส่วน 10%
ประกอบด้วยอาคารสำนักงานเกรดเอ พื้นที่รีเทล และโรงแรม บนทำเลศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ใกล้ BTS และ MRT รองรับทั้งบริษัทข้ามชาติและองค์กรชั้นนำของไทย เช่น
- Samyan Mitrtown ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ และออฟฟิศบนพระราม 4
- FYI Center อาคารสำนักงานเชื่อมต่อ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
- Park Ventures อาคารสำนักงานเกรดเอ บนทำเลเพลินจิตติด BTS
- Sathorn Square อาคารสำนักงานมาตรฐานสากลใจกลางสาทร
- FYI Center อาคารสำนักงานเชื่อมต่อ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
- Park Ventures อาคารสำนักงานเกรดเอ บนทำเลเพลินจิตติด BTS
- Sathorn Square อาคารสำนักงานมาตรฐานสากลใจกลางสาทร

โดยในปี 2025 บริษัทยังรักษาระดับการใช้งานสินทรัพย์ได้ในเกณฑ์สูง
- อาคารสำนักงาน อัตราการเช่า 88% บนพื้นที่ 337,500 ตารางเมตร
- รีเทล อัตราการเช่า 94% บนพื้นที่ 71,000 ตารางเมตร
- โรงแรม อัตราการเข้าพัก 67% จากห้องพักรวม 920 ห้อง
- รีเทล อัตราการเช่า 94% บนพื้นที่ 71,000 ตารางเมตร
- โรงแรม อัตราการเข้าพัก 67% จากห้องพักรวม 920 ห้อง
พูดง่าย ๆ แม้กลุ่ม Commercial Mixed-Use จะมีสัดส่วนเพียง 10% ของพอร์ต
แต่ถือเป็นสินทรัพย์คุณภาพสูงที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์และภาพลักษณ์องค์กรในระดับประเทศ
แต่ถือเป็นสินทรัพย์คุณภาพสูงที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์และภาพลักษณ์องค์กรในระดับประเทศ
และเมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่า Frasers Property Thailand ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเป็นหลัก แต่กระจายความเสี่ยงไปยังหลายเซกเมนต์อย่างชัดเจน
เมื่อธุรกิจหนึ่งชะลอ อีกธุรกิจอาจเร่งตัว โครงสร้างพอร์ตลักษณะนี้จึงช่วยพยุงรายได้ และทำให้ฐานะการเงินมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว
คำถามต่อไปคือ ในปี 2026 บริษัทจะต่อยอดความแข็งแกร่งของพอร์ตนี้อย่างไร ?
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม
Frasers Property Thailand ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ภายใต้การบริหารจาก 3.8 ล้านตารางเมตร เป็น 4 ล้านตารางเมตร โดยมี 6 โครงการในไปป์ไลน์ รวมกว่า 188,000 ตารางเมตร รองรับดีมานด์จากอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่กำลังเร่งตัว

หมุดหมายสำคัญคือ ARAYA The Eastern Gateway โครงการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน), บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด ที่พัฒนาให้เป็นระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร บนพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ ภายใต้แนวคิด Industrial-Tech Ecosystem แห่งแรกของไทย
โครงการนี้วางตำแหน่งรองรับอุตสาหกรรมอนาคตอย่าง Data Center, EV และ Semiconductor ซึ่งเป็นเทรนด์การลงทุนระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
อีกหนึ่งจุดเด่นคือ การได้รับการรับรองจาก IEAT ให้เป็น Smart Industrial Estate
ทั้ง Solar Farm ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ โครงข่าย 5G และ Fiber Optic ครอบคลุมทั้งพื้นที่ รวมถึงระบบโลจิสติกส์แบบ End-to-End ที่เชื่อมต่อซัปพลายเชนอย่างครบวงจร
ทั้ง Solar Farm ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ โครงข่าย 5G และ Fiber Optic ครอบคลุมทั้งพื้นที่ รวมถึงระบบโลจิสติกส์แบบ End-to-End ที่เชื่อมต่อซัปพลายเชนอย่างครบวงจร
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 2,200 ไร่ เพื่อเสริมศักยภาพการรองรับลูกค้าให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
- ธุรกิจที่อยู่อาศัย
ในปี 2026 บริษัทเตรียมเปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 7,300 ล้านบาท เพื่อขยายพอร์ตและต่อยอดการเติบโตในตลาดที่อยู่อาศัย

ตัวอย่างเช่น The Grand Riverfront Ratchapruek-Rama 5 คฤหาสน์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ออกแบบเพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ และบรรยากาศริมน้ำในทำเลศักยภาพ
- ธุรกิจพาณิชยกรรมและมิกซ์ยูส
ล่าสุด Frasers Property Thailand ผสานการดำเนินงานร่วมกับโครงการ One Bangkok บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ ประเทศไทย จำกัด และกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด
การผนึกกำลังครั้งนี้ รวบรวมความเชี่ยวชาญด้านการปล่อยเช่า บริหารสินทรัพย์ และดูแลผู้เช่าไว้ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว เพิ่มความคล่องตัวและยกระดับมาตรฐานการบริหารพอร์ตขนาดใหญ่

จากเดิมในปี 2025 บริษัทดูแลพื้นที่พาณิชยกรรมและมิกซ์ยูสราว 408,500 ตารางเมตร เมื่อรวม One Bangkok เข้ามา พื้นที่ภายใต้การบริหารเพิ่มเป็น 1,846,000 ตารางเมตรทันที
ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอาคารสำนักงานเกรดเอของไทย ด้วยพื้นที่รวมกว่า 978,000 ตารางเมตร
ขณะเดียวกัน ในโซนพระราม 4 บริษัทยังเป็นหนึ่งในผู้ถือครองและบริหารพื้นที่รีเทลรายใหญ่ ด้วยพื้นที่กว่า 439,000 ตารางเมตร
สุดท้าย คุณฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT กล่าวว่า
“ในปี 2026 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 15,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากปีก่อน
จุดแข็งขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การมีโครงการขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง แต่อยู่ที่การเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรที่มีพอร์ตสินทรัพย์หลากหลาย ครอบคลุมหลายเซกเมนต์
ความหลากหลายนี้ทำให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตรเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการพัฒนา การบริหารจัดการ และการต่อยอดมูลค่าในระยะยาว

เมื่อทุกส่วนของพอร์ตทำงานสอดประสานกัน ผลลัพธ์จึงไม่ใช่เพียงโครงการที่ดี แต่คือสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พร้อมประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในระยะยาว
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมโครงสร้างพอร์ตของ FPT จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนในทุกสภาวะตลาดนั่นเอง”