
ดีลใหญ่วงการแว่นตาไทย EssilorLuxottica เข้าซื้อหุ้น “แว่นท็อปเจริญ”
ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะเดินไปมุมไหนของประเทศไทย เรามักจะเห็นร้านแว่นตาสีน้ำเงินสดใสที่มีชื่อว่า "แว่นท็อปเจริญ" ตั้งอยู่แทบทุกหัวระแหง
แต่รู้ไหมว่า ล่าสุดยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกในอุตสาหกรรมแว่นตาอย่าง EssilorLuxottica เพิ่งประกาศเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ ในแว่นท็อปเจริญอย่างเป็นทางการ
ทำไมยักษ์ใหญ่ระดับโลก ถึงยอมลงมาเล่นในสนามค้าปลีกไทย ?
แล้วดีลนี้จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์วงการแว่นตาบ้านเราไปอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
แล้วดีลนี้จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์วงการแว่นตาบ้านเราไปอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าในโลกของซอฟต์แวร์มี Microsoft ในโลกของแว่นตาก็ต้องมี EssilorLuxottica
บริษัทนี้เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Essilor เบอร์ 1 ด้านเลนส์สายตาจากฝรั่งเศส และ Luxottica เบอร์ 1 ด้านกรอบแว่นจากอิตาลี ในปี 2018 จนกลายเป็นอาณาจักรแว่นตาที่ครบวงจรที่สุดในโลก
บริษัทนี้เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Essilor เบอร์ 1 ด้านเลนส์สายตาจากฝรั่งเศส และ Luxottica เบอร์ 1 ด้านกรอบแว่นจากอิตาลี ในปี 2018 จนกลายเป็นอาณาจักรแว่นตาที่ครบวงจรที่สุดในโลก
ปัจจุบัน EssilorLuxottica มีมูลค่ากว่า 88,000 ล้านยูโร หรือ 3.3 ล้านล้านบาท
ซึ่งแบรนด์อย่าง Ray-Ban, Oakley, Persol, Oliver Peoples หรือเลนส์ Transitions และ Varilux ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในเครือของพวกเขาแทบทั้งสิ้น
โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา EssilorLuxottica ทำรายได้สูงถึง 28,491 ล้านยูโร หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท
และมีกำไรสุทธิ 2,315 ล้านยูโร หรือประมาณ 9 หมื่นล้านบาท
และมีกำไรสุทธิ 2,315 ล้านยูโร หรือประมาณ 9 หมื่นล้านบาท
ในขณะที่ EssilorLuxottica ครองโลก
แว่นท็อปเจริญ ก็ครองไทยมาอย่างยาวนานกว่า 79 ปี เริ่มต้นในจังหวัดสระบุรี จนปัจจุบันมีสาขากว่า 2,000 แห่ง ทั่วประเทศไทย
แว่นท็อปเจริญ ก็ครองไทยมาอย่างยาวนานกว่า 79 ปี เริ่มต้นในจังหวัดสระบุรี จนปัจจุบันมีสาขากว่า 2,000 แห่ง ทั่วประเทศไทย
รวมถึงดำเนินธุรกิจภายใต้หลายแบรนด์ ได้แก่ แว่นท็อปเจริญ (Top Charoen), Luxoptic, Eye Class, Eye Bright, Eye Sport, Big C Optical, Robinson Optical และ Beautiful Optic
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้านแว่นตาผ่านแพลตฟอร์มของตนเอง และผ่านมาร์เก็ตเพลสท้องถิ่นบางแห่ง
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้านแว่นตาผ่านแพลตฟอร์มของตนเอง และผ่านมาร์เก็ตเพลสท้องถิ่นบางแห่ง
ความแข็งแกร่งของท็อปเจริญ จึงไม่ใช่แค่จำนวนสาขา แต่คือ Network ที่เข้าถึงทุกชุมชน ตั้งแต่ห้างหรูในเมือง ไปจนถึงตึกแถวในอำเภอห่างไกล ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แข่งรายใดก็เลียนแบบได้ยาก
สำหรับผลประกอบการของ แว่นท็อปเจริญ ภายใต้บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ปี 2024 มีรายได้ 5,949 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 402 ล้านบาท
ปี 2024 มีรายได้ 5,949 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 402 ล้านบาท
ดีลนี้ใครได้อะไร ?
- สำหรับ EssilorLuxottica จะได้ทางลัด เข้าสู่หัวใจคนไทย
เพราะการจะขยายสาขาเองให้ได้ 2,000 แห่ง อาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปี แต่การเข้าถือหุ้นในท็อปเจริญ ทำให้พวกเขาสามารถส่งสินค้า High-end และนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น Smart Eyewear อย่าง Ray-Ban Meta หรือเทคโนโลยีเลนส์ขั้นสูง ลงสู่หน้าร้านทั่วไทยได้ทันที
เพราะการจะขยายสาขาเองให้ได้ 2,000 แห่ง อาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปี แต่การเข้าถือหุ้นในท็อปเจริญ ทำให้พวกเขาสามารถส่งสินค้า High-end และนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น Smart Eyewear อย่าง Ray-Ban Meta หรือเทคโนโลยีเลนส์ขั้นสูง ลงสู่หน้าร้านทั่วไทยได้ทันที
- ส่วนแว่นท็อปเจริญ จะได้การยกระดับมาตรฐานธุรกิจ
เพราะการเป็นพันธมิตรกับเบอร์ 1 ของโลก หมายถึงการเข้าถึง Supply Chain ระดับโลกโดยตรง รวมถึงการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตาที่แม่นยำขึ้น และอาจรวมถึงสิทธิพิเศษในการจำหน่ายสินค้า Exclusive ที่หาจากร้านอื่นไม่ได้
เพราะการเป็นพันธมิตรกับเบอร์ 1 ของโลก หมายถึงการเข้าถึง Supply Chain ระดับโลกโดยตรง รวมถึงการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวัดสายตาที่แม่นยำขึ้น และอาจรวมถึงสิทธิพิเศษในการจำหน่ายสินค้า Exclusive ที่หาจากร้านอื่นไม่ได้
- ขณะที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ อาจได้นวัตกรรม ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
โดยเราอาจได้เห็นแว่นตาอัจฉริยะหรือเลนส์เฉพาะทางวางขายในอำเภอใกล้บ้าน พร้อมบริการหลังการขายที่เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น
โดยเราอาจได้เห็นแว่นตาอัจฉริยะหรือเลนส์เฉพาะทางวางขายในอำเภอใกล้บ้าน พร้อมบริการหลังการขายที่เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น
ดีลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทำเลหน้าร้าน (Physical Store) ยังคงมีความสำคัญมาก ในธุรกิจแว่นตา เพราะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคยังต้องการสัมผัส ลองใส่ และตรวจวัดด้วยผู้เชี่ยวชาญ จริง ๆ
การที่ EssilorLuxottica เลือกลงทุนในไทย เพราะมองว่าไทยคือ Strategic Hub ของภูมิภาค ทั้งในแง่การผลิตและการบริโภค ที่มีแนวโน้มเติบโตตามสังคมผู้สูงวัย และพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่เพิ่มขึ้นของคนรุ่นใหม่
สุดท้ายแล้ว การขยับตัวครั้งนี้ของยักษ์ใหญ่ทั้งสองฝั่ง กำลังบอกเราว่าโลกของการค้าปลีกในอนาคต ไม่ใช่แค่การมีสินค้าที่ดีที่สุด แต่คือการมีช่องทางที่ใกล้ชิดลูกค้าที่สุด ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ก็น่าติดตามว่า หลังจากนี้ "แว่นท็อปเจริญ" ในโฉมใหม่ที่มีพลังของยักษ์โลกหนุนหลัง จะเปลี่ยนโฉมวงการสายตาในเมืองไทยไปได้ไกลแค่ไหน..
เพราะในโลกธุรกิจ บางครั้งการเลือก "พาร์ตเนอร์" ที่ถูกต้อง
ก็สำคัญไม่แพ้การมี "สินค้า" ที่ดีเลย..
ก็สำคัญไม่แพ้การมี "สินค้า" ที่ดีเลย..