สรุปแนวคิดของสยามพิวรรธน์ ทำไมต้องร่วมมือกับ Huawei เพื่อยกระดับ Travel Tech ให้คนทั้งโลก

สรุปแนวคิดของสยามพิวรรธน์ ทำไมต้องร่วมมือกับ Huawei เพื่อยกระดับ Travel Tech ให้คนทั้งโลก

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x สยามพิวรรธน์
โลกแห่งการท่องเที่ยวและช็อปปิงยุคใหม่ จะไม่ได้ถูกจำกัดด้วยพรมแดนบนแผนที่อีกต่อไป
แต่ทั้งหมดนี้ กำลังถูกเชื่อมโยงด้วย Ecosystem
ซึ่งในตอนนี้ กลุ่มสยามพิวรรธน์ ที่นอกจากจะปั้นศูนย์การค้าระดับ Global Destination ของไทย
อย่างศูนย์การค้าสยามพารากอน ไอคอนสยาม จนครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวสูงสุดในไทย
ในตอนนี้ สิ่งที่สยามพิวรรธน์ทำเพิ่มก็คือ การทำให้ Global Destination ระดับโลกเหล่านี้
ถูกเชื่อมโยงด้วย Digital Platform และ Ecosystem เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิงแบบไร้รอยต่อ ให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
ด้วยการเป็นพาร์ตเนอร์กับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Huawei
แล้วทำไม Huawei ถึงอยากร่วมมือกับเครือสยามพิวรรธน์
เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิงแบบไร้รอยต่อผ่าน Ecosystem ให้กับนักท่องเที่ยว ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้ว การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Travel Tech นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
เพราะแนวคิดหลักของความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทำโปรโมชันร่วมกันเพียงอย่างเดียว
แต่โจทย์ของการผลักดันเรื่อง Travel Tech คือ การทำให้เทคโนโลยีนั้น “ฝังตัว”
เข้าไปอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของนักท่องเที่ยว เพื่อสร้าง Customer Journey
ตั้งแต่การวางแผนเดินทางก่อนขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ (Pre-Trip)
อยู่ระหว่างการท่องเที่ยว (During-Trip) ไปจนถึงการเดินทางกลับบ้าน (Post-Trip)
ซึ่งสำหรับประสบการณ์การช็อปปิง แบบที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยกันดีก็คือ
การต้องพกพาสปอร์ต พกบัตรสมาชิกห้าง รวมถึงต้องเปิดแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟน
แต่มาวันนี้ สยามพิวรรธน์ก็ได้มองข้ามช็อตไปยัง Wearable Tech
อย่าง Smart Watch ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ติดตัวมนุษย์มากที่สุด
ซึ่งการนำ ONESIAM Global Visitor Card ไปอยู่บน Huawei Smart Watch
ถือเป็นการสร้างประสบการณ์แบบ Hands-Free ครั้งแรกในไทย
เพราะจากนี้ นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องพกบัตรหรือพาสฟอร์ต ก็สามารถรับสิทธิพิเศษ สมัครสมาชิก
และสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ด้วยวิธีเพียงแค่ “สะบัดข้อมือ” เท่านั้น
แล้วถามว่าทำไมต้องเป็น Huawei ?
คำตอบก็คือ ตัวเลขผู้ใช้งานอุปกรณ์ของ Huawei ที่มีอยู่กว่า 400 ล้านเครื่องในจีน ที่เกิดจากการเชื่อมต่อ ONESIAM Global Visitor Card เข้ากับระบบ HarmonyOS ของ Huawei ในปี 2568
และอีกกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกที่ใช้ Wearables หรือ Smart Watch ของ Huawei
ซึ่งก็ถือเป็น Insight หรือ Big Data สำคัญ ที่เครือสยามพิวรรธน์ได้นำมาใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม
และความชอบของกลุ่มลูกค้าแต่ละบุคคล ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อระบบรู้ว่านักท่องเที่ยวคนนี้ชอบซื้อสินค้า Luxury หรือมีความสนใจด้าน Wellness
ระบบก็จะทำการ Personalize ข้อเสนอหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ
ผ่าน Smart Assistant หรือเครื่องมือค้นหาอัจฉริยะ Petal Search ของ Huawei ได้อย่างแม่นยำ
ซึ่งการทำแบบนี้ ก็ถือเป็นการทำความเข้าใจลูกค้า
ก่อนที่ลูกค้าจะเดินเข้าไปในศูนย์การค้าเสียอีก
และทางด้าน Huawei บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนเบอร์ 1 ของโลก ก็ได้เลือกเครือสยามพิวรรธน์
ซึ่งจากตรงนี้ ก็ถือเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำตลาดของสยามพิวรรธน์
ที่สามารถเนรมิตศูนย์การค้าระดับแลนด์มาร์ก
เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างแท้จริง
เพราะข้อมูลล่าสุด ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2026
มียอดลงทะเบียนช่วง Pre-trip ของ ONESIAM Global Visitor Card ผ่านช่องทาง Huawei เติบโตขึ้นกว่า 400% และมียอดค่าใช้จ่ายที่เติบโตกว่า 100%
นอกจากนี้ ก็ยังมีการผสานระบบ Online-to-Offline หรือ O2O ที่สมบูรณ์แบบ
โดยการใช้ Technology ทั้ง Ecosystem ของ สยามพิวรรธน์ และ Huawei
เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโลกดิจิทัล ให้เข้ากับสิ่งของกายภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน ได้แก่
- Petal Maps ที่นำทางนักท่องเที่ยวมาสู่ไอคอนสยามหรือสยามพารากอน พร้อมแจ้งเตือนสิทธิพิเศษเมื่อถึงพิกัด
- Skytone & AI เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารและการเดินทาง
- ทั้งหมดสามารถทำผ่านระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ที่ลื่นไหล
และทำให้การเข้าถึงบริการของศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์ ไม่สะดุด
ซึ่งระบบสิทธิประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว ONESIAM Global Visitor Card และโซลูชันที่พัฒนาร่วมกับ Huawei นี้
ก็ได้ถูกออกแบบมาให้กับนักท่องเที่ยวที่ใช้ระบบ iOS และ Andriod ด้วย
จากตรงนี้ ก็ถือเป็นการตอกย้ำว่าสยามพิวรรธน์ ได้นำ Innovation
มาช่วยเสริมประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การเปิด Huawei Experience Store
Flagship Store รูปแบบใหม่ที่สยามพารากอน สาขาแรกในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นการตอกย้ำว่า
สิ่งที่ Huawei กำลังทำนั้น ไม่ได้มีเพียงขายของอยู่ในศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว
แต่ Huawei กำลังจะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี หรือ Experience Center ที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งภายในศูนย์การค้าใจกลางเมืองด้วยนั่นเอง
ซึ่งการเดินทางของสยามพิวรรธน์ร่วมกับ Huawei
ก็ถือเป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก
เพราะในขณะที่ทุกประเทศทั่วโลก ต่างแย่งชิงกลุ่มนักท่องเที่ยว High-Spending Travellers หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ
สยามพิวรรธน์ก็ไม่ได้มองแค่การทำธุรกิจเพื่อตัวเอง
แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปในตัว
ด้วยการเชื่อมต่อกับพันธมิตรระดับโลกกว่า 150 ราย ทั้งสายการบิน โรงแรม และบริการด้านสุขภาพ
จึงทำให้ Ecosystem นี้กลายเป็น “ใยแมงมุม” ที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ
โดยความร่วมมือกับ Huawei จึงเปรียบเสมือน Growth Engine ตัวใหม่
ที่ช่วยให้ไทยรักษาตำแหน่ง Global Destination ในใจคนทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน
ทั้งหมดนี้ ก็เป็นการเดินทางของสยามพิวรรธน์และ Huawei
ซึ่งในครั้งนี้ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของการพลิกเกมของธุรกิจรีเทลในยุคปี 2026
ว่าใครเข้าถึงตัวลูกค้าได้ใกล้ที่สุดและสะดวกที่สุด ก็ถือเป็นผู้ชนะ
และความท้าทายต่อไป ก็คงไม่ใช่แค่การมีสินค้าที่ยอดเยี่ยม
แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ไร้แรงเสียดทาน
ด้วยการนำเทคโนโลยี Wearable มาผสานกับไลฟ์สไตล์การช็อปปิงระดับโลก
ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ก็ถือเป็นการสร้าง Benchmark หรือมาตรฐานใหม่ ให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทย และเป็น Case Study ให้กับวงการค้าปลีกและการท่องเที่ยวทั่วโลกได้ศึกษาและเดินรอยตาม
ซึ่งสยามพิวรรธน์ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
ว่าการเป็น Game Changer ไม่ใช่แค่การคิดต่าง แต่คือการเลือกพันธมิตรที่ใช่
และกล้าที่จะนำเทคโนโลยี มาปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา
ซึ่งก็ถือเป็น Winning Strategy ในการเข้าถึงลูกค้านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างแท้จริง..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon