กองทุนรวมไทย ลงทุน SCHG กองแรกมาแล้ว

กองทุนรวมไทย ลงทุน SCHG กองแรกมาแล้ว

-SCHG มีเกณฑ์คัดหุ้นเติบโตคุณภาพสูง ประมาณ 200 บริษัท
-SCHG มีผลตอบแทนชนะตลาด S&P500 ใน 10 ปีที่ผ่านมา
✅ยกเว้นภาษีหุ้นนอกสูงสุด 35%
✅ไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40%
✅มีชนิด RMF เพื่อการลดหย่อนภาษี
✅มีให้เลือกทั้งแบบ Hedged และ Unhedged
✅ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% เฉพาะช่วง IPO
✅2 ล้านบาทขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ
IPO วันที่ 21 - 26 พ.ค. 69
แล้วกองทุนที่ลง SCHG นี้มีความพิเศษอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง
เทียบง่าย ๆ ถ้า SCHD คือสัญลักษณ์ของความมั่นคงและปันผล
SCHG ก็คือสัญลักษณ์ของการเติบโตและนวัตกรรม
กองทุนนี้จะลงทุนอ้างอิงกับดัชนี Dow Jones U.S. Large-Cap Growth Total Stock Market Index ซึ่งมีเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นที่เข้มข้นไม่แพ้กัน โดยสรุปเข้าใจง่าย ๆ ได้ดังนี้
-เกณฑ์การคัดกรองพื้นฐาน
ต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงในตลาดสหรัฐฯ
-เกณฑ์การวัดความเป็นหุ้นเติบโต
พิจารณาจากอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นในอนาคต
ดูอัตราการเติบโตของกำไรในอดีตย้อนหลัง 5 ปี
วัดอัตราการเติบโตของรายได้ย้อนหลัง 5 ปี
-เกณฑ์ด้านประสิทธิภาพ
วัดจากอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่โตแค่ตัวเลขแต่ใช้เงินลงทุนมหาศาลเกินจำเป็น
ด้วยเกณฑ์เหล่านี้ ทำให้หุ้นที่อยู่ใน SCHG คือเหล่าผู้นำโลกที่เรารู้จักกันดี เช่น กลุ่ม MAG7 อย่าง Nvidia, Apple, Microsoft, Amazon และธุรกิจเติบโตสูงกลุ่มอื่น ๆ เช่น Eli Lilly, Palantir, Intuitive Surgical, CrowdStrike, AppLovin, Oklo, SMCI รวม ๆ กันราว 200 บริษัท
โดยกองทุนจะมีการปรับพอร์ตเป็นประจำ
เพื่อคัดบริษัทที่หมดไฟออกไป
และนำบริษัทที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาแทน
หากเรานำ SCHG มาวางบนสนามฟุตบอลคู่กับ SCHD เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
SCHD คือ กองหลัง มีหน้าที่ประคองพอร์ต ลดความผันผวน และสร้างกระแสเงินสดจากปันผลในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน
SCHG คือ กองหน้า มีหน้าที่บุกทะลวงทำประตู
สร้างผลตอบแทนส่วนต่างราคาหุ้นแบบจัดเต็มในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวและตลาดชอบหุ้นกลุ่มที่เน้นการเติบโต
ในช่วงปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าเมื่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมกลับมาเป็นขาขึ้น ดัชนีฝั่ง Growth อย่าง SCHG มักจะทำผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าดัชนีโดยรวม
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้นก็คือในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
SCHG สร้างผลตอบแทนได้ราว 431%
มากกว่าดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้นมาราว 262%
(คำนวณ ตั้งแต่ 18 พ.ค. 2016 - 18 พ.ค. 2026)
การมี SCHG เข้ามา จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับพอร์ตการลงทุนของเรา
ที่สำคัญคือนี่เป็นครั้งแรกที่นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึง SCHG ได้ง่าย ๆ ผ่านกองทุนรวมไทย พร้อมรับสิทธิประโยชน์สำคัญคือ
1.ได้รับยกเว้นภาษีกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain Tax) สูงสุด 35% และไม่มีภาระภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40%
2.สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผ่านกองทุนชนิด RMF
โดย บลจ.ทาลิส มีกองทุนที่ลง SCHG ให้เลือก 3 รูปแบบคือ
1.กองทุน TLUSHG-UH-X ชนิดสะสมมูลค่า ไม่จ่ายค่าประกันความเสี่ยงค่าเงิน
2.กองทุน TLUSHG-H-X ชนิดสะสมมูลค่า ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
3.กองทุน TLUSHGRMF ชนิดเพื่อการเลี้ยงชีพ
สำหรับใครที่มีการลงทุนในดัชนีที่เป็นฐานรากที่มั่นคงอยู่แล้ว หรือใครที่มีพอร์ตว่างและกำลังมองหาโอกาสจากหุ้นเติบโตสหรัฐฯ
การเพิ่มกองทุนเน้นเติบโตอย่าง TLUSHG จะทำให้พอร์ตการลงทุนของคุณกลายเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบ พร้อมรับมือและสร้างผลตอบแทนได้เต็มที่
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2026
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon