
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “D Health Lite” ที่ให้ลูกค้าเลือกได้ยืดหยุ่น แทบทุกอย่าง
ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประกันสุขภาพ กลายเป็นสิ่งที่คนไทยจำนวนมากเริ่มมองหา
แต่ปัญหาที่หลายคนเจอ คือ ประกันสุขภาพดี ๆ มักมาพร้อมเบี้ยที่สูงเกินงบ
ส่วนประกันที่เบี้ยถูก ก็มักให้ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม
ประกันสุขภาพ กลายเป็นสิ่งที่คนไทยจำนวนมากเริ่มมองหา
แต่ปัญหาที่หลายคนเจอ คือ ประกันสุขภาพดี ๆ มักมาพร้อมเบี้ยที่สูงเกินงบ
ส่วนประกันที่เบี้ยถูก ก็มักให้ความคุ้มครองไม่ครอบคลุม
โจทย์จึงอยู่ที่ว่า จะมีประกันสุขภาพแบบไหน ที่ให้คนเลือกได้ว่า จะจ่ายเท่าไร และได้ความคุ้มครองแบบใด
และล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่พยายามตอบโจทย์นี้ ในชื่อ D Health Lite
จุดเด่นหลักของ D Health Lite อยู่ที่คำว่า เลือกได้

โดยสิ่งที่ลูกค้าเลือกได้ แบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลัก

โดยสิ่งที่ลูกค้าเลือกได้ แบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลัก
1. เลือกวงเงินคุ้มครองได้
D Health Lite เป็นประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ครอบคลุมทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ
D Health Lite เป็นประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ครอบคลุมทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ
โดยลูกค้าเลือกวงเงินได้ 2 ระดับ คือ 1 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
2. เลือกรูปแบบการจ่ายเบี้ยให้เหมาะกับงบได้
นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุด เพราะลูกค้าเลือกได้ถึง 3 แบบ
นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุด เพราะลูกค้าเลือกได้ถึง 3 แบบ
แบบแรก คือ เหมาจ่ายคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก เหมาะกับคนที่ไม่อยากร่วมจ่ายอะไรเลย
แบบที่สอง คือ ร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) โดยเลือกได้ว่าจะรับผิดชอบส่วนแรกที่ 20,000 / 30,000 / 50,000 หรือ 100,000 บาท ยิ่งรับผิดชอบส่วนแรกมาก เบี้ยก็ยิ่งถูกลง
แบบที่สาม คือ ร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ (Copayment) โดยเลือกได้ว่าจะร่วมจ่าย 10% หรือ 20%
หลักการเบื้องหลังนี้ ตรงไปตรงมา คือ ยิ่งลูกค้าร่วมรับความเสี่ยงมากเท่าไร เบี้ยก็ยิ่งถูกลงเท่านั้น
ทำให้คนที่งบจำกัด ก็ยังเข้าถึงความคุ้มครองที่ดีได้ ในราคาที่จ่ายไหว
ทำให้คนที่งบจำกัด ก็ยังเข้าถึงความคุ้มครองที่ดีได้ ในราคาที่จ่ายไหว
3. เลือกได้ตั้งแต่เด็กจนผู้สูงวัย
D Health Lite รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน ไปจนถึง 90 ปี และคุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี
D Health Lite รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน ไปจนถึง 90 ปี และคุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี
จุดที่น่าสนใจ คือ เด็กก็ซื้อได้ และยังสามารถอัปเกรดแผนได้ในอนาคต โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่
นอกจากนี้ ยังปรับลด Deductible ได้ใน 2 ช่วงอายุสำคัญ คือ ช่วงอายุ 11-15 ปี และช่วงอายุ 55-65 ปี
แล้ว D Health Lite ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง ?
ความคุ้มครองจ่ายตามจริง ตามวงเงินที่เลือกซื้อ ครอบคลุมทั้งการรักษาเล็กและใหญ่ เช่น ค่า ICU, ค่าผ่าตัด, Day Surgery, ค่าแพทย์และวิสัญญี, ค่าบริการทางการแพทย์
รวมถึงค่ารักษาพยาบาล OPD ต่อเนื่องภายใน 30 วันหลังแอดมิต, อุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน
ทีนี้ คำถามคือ D Health Lite เหมาะกับใคร ?
เมืองไทยประกันชีวิต วางกลุ่มเป้าหมายไว้ 4 กลุ่ม
-ฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีสวัสดิการคุ้มครอง ต้องการประกันราคาไม่แพง เพื่อเข้าถึงการรักษาที่ดี
-เด็ก ที่ต้องการความคุ้มครองตั้งแต่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
-พนักงานออฟฟิศ ที่มองหาแพ็กเกจเหมาจ่าย เพื่อเสริมจากสวัสดิการที่มี (Top Up)
-ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ที่ต้องการเข้าโรงพยาบาลเอกชน โดยไม่ต้องรอคิวนาน
จุดที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์ คือสิ่งที่มาคู่กัน นั่นคือ MTL Smile Hospital Network หรือเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตร 165 แห่งทั่วประเทศ
แนวคิดของเครือข่ายนี้ คือ การเชื่อมกรมธรรม์ บริการ และเครือข่ายโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการรักษาและใช้สิทธิได้ง่ายขึ้น
โดยเมื่อลูกค้าเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 165 แห่งในโครงการ จะได้สิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น
-เพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 20%
-เพิ่มจำนวนวันค่าห้องและค่าแพทย์สูงสุด 365 วัน
-ลดค่าร่วมจ่ายส่วนแรกแบบคงที่ (Deductible) ลง 10% หรือลด Copayment ลง 50% จากยอดที่กำหนด
-บริการประเมินค่าใช้จ่ายก่อนผ่าตัดที่เร็วกว่า
-ส่วนลดและราคาพิเศษ สำหรับแพ็กเกจผ่าตัดหัตถการยอดนิยม
นอกจากนี้ ยังมีบริการ MTL Health Buddy ที่เป็นผู้ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ คอยให้คำปรึกษา แนะนำโรงพยาบาลในเครือข่าย และแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะกับอาการ
แล้วทำไมเมืองไทยประกันชีวิต ถึงออกแบบประกันสุขภาพให้ เลือกได้ ขนาดนี้ ?
คำตอบ อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค
ในอดีต ประกันสุขภาพมักเป็นแบบ ไซส์เดียวใส่ได้ทุกคน
คือมีแผนตายตัว ลูกค้าเลือกได้แค่ ซื้อ หรือ ไม่ซื้อ
คือมีแผนตายตัว ลูกค้าเลือกได้แค่ ซื้อ หรือ ไม่ซื้อ
แต่ในความเป็นจริง คนแต่ละกลุ่ม มีงบประมาณ และความต้องการต่างกัน
ฟรีแลนซ์ที่เพิ่งเริ่มทำงาน กับผู้บริหารวัยกลางคน ไม่ควรถูกบังคับให้ซื้อแผนเดียวกัน
ฟรีแลนซ์ที่เพิ่งเริ่มทำงาน กับผู้บริหารวัยกลางคน ไม่ควรถูกบังคับให้ซื้อแผนเดียวกัน
การออกแบบให้ลูกค้า เลือกวงเงินได้ เลือกวิธีจ่ายได้ จึงเป็นการขยายฐานลูกค้า ให้ครอบคลุมคนที่ งบน้อย ไปจนถึงคนที่ ต้องการความคุ้มครองสูง ในผลิตภัณฑ์เดียว
และการมีเครือข่ายโรงพยาบาล 165 แห่ง ก็เป็นการแก้ Pain Point สำคัญของคนซื้อประกัน
นั่นคือ ความไม่มั่นใจในวันที่ต้องเคลมจริง
นั่นคือ ความไม่มั่นใจในวันที่ต้องเคลมจริง
เพราะประกันสุขภาพที่ดี ไม่ได้วัดกันแค่ตอนซื้อ แต่วัดกันในวันที่ต้องใช้
นอกจาก D Health Lite แล้ว เมืองไทยประกันชีวิต ยังมีอีกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ คือ โครงการ เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ แบบมีเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่
จุดเด่นคือ เป็นแบบประกันภัยตัวแรกในไทย ที่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์คงที่ตลอดสัญญา ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าปกติ แต่ยังได้รับความคุ้มครองชีวิตในระดับเดิม
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนส่งต่อมรดก โดยมีให้เลือก 2 แบบ
-เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่ 99/1 ชำระเบี้ยครั้งเดียว สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 80 ปี
-เมืองไทย เลกาซี่ เวลธ์ 99/5 จ่ายเบี้ยสั้น 5 ปี สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 75 ปี
ทั้งสองแบบ ให้ความคุ้มครองชีวิต 100% โดยมีจำนวนเอาประกันภัยขั้นต่ำ 10 ล้านบาท ตอบโจทย์การสร้างหลักประกันก้อนใหญ่ ด้วยเงินก้อนเล็ก
สรุปแล้ว ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นเรื่อย ๆ และคนมีงบประมาณต่างกัน
ประกันสุขภาพที่จะตอบโจทย์ตลาด ไม่ใช่ประกันที่ ครอบคลุมที่สุด หรือ ถูกที่สุด
แต่คือประกันที่ ยืดหยุ่นที่สุด ให้ลูกค้าเลือกได้ ว่าจะจ่ายเท่าไร และคุ้มครองแบบใด
แต่คือประกันที่ ยืดหยุ่นที่สุด ให้ลูกค้าเลือกได้ ว่าจะจ่ายเท่าไร และคุ้มครองแบบใด
เพราะประกันสุขภาพที่ดีที่สุด ไม่ใช่ประกันที่บริษัทคิดว่าดี
แต่คือประกันที่ ลูกค้าเลือกเองได้ ให้พอดีกับชีวิต และงบประมาณของตัวเอง ในวันที่ซื้อ และที่สำคัญกว่า คือในวันที่ต้องใช้..
แต่คือประกันที่ ลูกค้าเลือกเองได้ ให้พอดีกับชีวิต และงบประมาณของตัวเอง ในวันที่ซื้อ และที่สำคัญกว่า คือในวันที่ต้องใช้..
หมายเหตุ: การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ เงื่อนไขความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ และโรงพยาบาลคู่สัญญากำหนด ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง