Masan Consumer ขายซอสพริกและน้ำปลา จนครองครึ่งประเทศเวียดนาม

Masan Consumer ขายซอสพริกและน้ำปลา จนครองครึ่งประเทศเวียดนาม

Masan Consumer ขายซอสพริกและน้ำปลา จนครองครึ่งประเทศเวียดนาม /โดย ลงทุนแมน
หากถามคนเวียดนามว่า ที่บ้านใช้น้ำปลายี่ห้ออะไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าแบรนด์ Nam Ngu
หรือที่บ้านใช้ซอสพริกยี่ห้ออะไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าแบรนด์ CHIN-SU
ซึ่งเจ้าของแบรนด์ทั้งคู่ก็คือ Masan Consumer บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับ 1 ของเวียดนาม
จากรายงานประจำปีของบริษัท และข้อมูลสำรวจตลาดโดย Euromonitor ปี 2025 บอกว่า
Masan Consumer ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำปลารวมกันสูงถึงประมาณ 70% นำโดยแบรนด์ Nam Ngu ที่ยึดฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่เอาไว้ได้ราว 45-50%
ขณะที่ในตลาดซอสพริก แบรนด์ CHIN-SU เป็นเจ้าตลาดที่ครองส่วนแบ่งอย่างเหนียวแน่นสูงถึง 60% ของประเทศ
Masan Consumer น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในปี 1990 ช่วงที่สหภาพโซเวียตกำลังใกล้ล่มสลาย คุณ Nguyen Dang Quang ชาวเวียดนามที่กำลังเรียนอยู่ในรัสเซีย มองเห็นโอกาสจากความวุ่นวาย
เขาเริ่มขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราคาถูกในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ยิ่งยากยิ่งขายดี และเมื่อธุรกิจแรกไปได้ดี ก็ต่อยอดสู่ซอสถั่วเหลือง ซอสพริก และน้ำปลา ตามลำดับ
เมื่อฐานแน่นพอ เขาก็ตัดสินใจกลับเวียดนาม เริ่มลงทุนใน Techcombank ในปี 1993 จากนั้นในปี 2004 ร่วมกับคุณ Ho Hung Anh ก่อตั้ง Masan Group ขึ้นมา
วันนี้ Masan Group คือหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ครอบคลุมตั้งแต่
- WinCommerce ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 3,500 สาขา
- Masan Consumer สินค้าอุปโภคบริโภค
- MEATDeli เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป
- Masan High-Tech Materials เหมืองแร่และวัสดุ
- Phúc Long Heritage เชนร้านชาและกาแฟ
- รวมถึงรับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นธนาคาร Techcombank
ท่ามกลางจักรวาลธุรกิจทั้งหมดนี้ รายได้จาก Masan Consumer คิดเป็นสัดส่วน 33% ของรายได้ทั้งหมด เป็นรองแค่รายได้จาก WinCommerce ที่คิดเป็นสัดส่วน 44% เท่านั้น (ข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2026)
ซึ่งปัจจุบันทาง Masan Group ถือหุ้นใน Masan Consumer สัดส่วน 66.2% ผ่านการถือหุ้นทางอ้อม โดย Masan Consumer มีมูลค่าบริษัท 224,000 ล้านบาท
ผลประกอบการที่ผ่านมาของ Masan Consumer
ปี 2023 รายได้ 38,400 ล้านบาท กำไร 9,200 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 42,100 ล้านบาท กำไร 10,800 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 41,600 ล้านบาท กำไร 9,200 ล้านบาท
ไตรมาส 1 ปี 2026
รายได้ 11,500 ล้านบาท กำไร 2,450 ล้านบาท
(เติบโต +13% และ +12% ตามลำดับ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
โดยรายได้มาจาก
- กลุ่มเครื่องปรุงรส 37% ของรายได้รวม
เติบโต +17% โดยน้ำปลาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก มีสัดส่วนถึง 80% ของการเติบโตในกลุ่มนี้ นำโดยแบรนด์ CHIN-SU และ Nam Ngu
- กลุ่มอาหารสำเร็จรูป 30% ของรายได้รวม
เติบโต +14% จากการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์สินค้าพรีเมียม ซึ่งปัจจุบันบะหมี่ระดับพรีเมียม เช่น แบรนด์ Omachi มีสัดส่วนสูงถึง 56% ของรายได้กลุ่มนี้
- กลุ่มเครื่องดื่ม 14% ของรายได้รวม ลดลง -3%
- กลุ่มของใช้ในบ้านและส่วนตัว 7% ของรายได้รวม เติบโตสูงที่สุดถึง +34%
- กลุ่มกาแฟ 6% ของรายได้รวม เติบโต +9%
- กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ 6% ของรายได้รวม เติบโต +11%
จะเห็นว่า ตัวเลขปี 2025 รายได้และกำไรตกลงจากปีก่อน
สาเหตุมาจาก เวียดนามบังคับใช้กฎหมายภาษีใหม่ช่วงปลายปี 2024 กำหนดให้ร้านค้ารายย่อยที่มีรายได้เกิน 1,000 ล้านดองต่อปี ต้องเข้าระบบ e-Invoice
ผลกระทบมันตรงเข้าที่ช่องทางขายหลักของ Masan Consumer โดยตรง
โดยร้านโชห่วยและตลาดสดแบบดั้งเดิมคือ เส้นเลือดใหญ่ของ Masan Consumer คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70-75% ของยอดขายรวม
ซึ่งส่วนใหญ่คุ้นเคยกับระบบเงินสดและอยู่นอกระบบภาษีมาตลอด พอมีเกณฑ์นี้เข้ามา หลายร้านจึงเลือกชะลอการสั่งของ หรือยอมขายของน้อยลง เพื่อประคองไม่ให้ยอดขายรวมของตัวเองทะลุเพดานที่กำหนด จนต้องโดนบังคับเข้าสู่ระบบ e-Invoice
แต่นั่นกลับกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ Masan Consumer เดินหน้าเปลี่ยนแปลงช่องทางการขายใหญ่ที่สุดในประวัติของบริษัท ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Retail Supreme
ก่อนหน้านี้ Masan Consumer ที่ถือว่ามีช่องทางการจำหน่ายกว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนามอยู่แล้ว เมื่อต้องการกระจายสินค้า จึงต้องผ่านตัวแทนค้าส่งหลายทอด ทำให้ขาดข้อมูล Real-Time และเข้าไม่ถึงร้านปลายทางได้โดยตรง
Retail Supreme เปลี่ยนทั้งหมด แทนที่จะพึ่งพาตัวแทนค้าส่งรายใหญ่ Masan Consumer จะดูแลร้านค้าตามพื้นที่โดยตรง รู้ว่าสินค้าไหนขายดีในย่านไหน ปรับสต๊อกและโปรโมชันได้อย่างรวดเร็ว
และที่สำคัญ Masan Consumer สามารถเก็บข้อมูลจากทุกจุดขายได้แบบ Real-Time
ผลลัพธ์สะท้อนมายังไตรมาส 1 ปี 2026 เริ่มเห็นชัดขึ้น
จำนวนจุดขายที่ครอบคลุมจาก 230,000 จุด ก่อนเริ่มโครงการ ขึ้นมาเป็นกว่า 500,000 จุด เพิ่มขึ้นเป็น 2.3 เท่า ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี และตั้งเป้าแตะ 700,000 จุด ภายในสิ้นปี 2026
ไม่ใช่แค่นั้น จำนวน SKU ต่อออร์เดอร์เพิ่มจาก 4.7 เป็น 5.5 รายการ ขณะเดียวกันมีร้านกว่า 57,000 แห่ง ขายสินค้าจาก Masan Consumer หลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์มากขึ้นด้วย
ความเร็วในการเปิดตัวสินค้าใหม่ก็ดีขึ้นชัดเจน จากเดิม 4 สัปดาห์ในการกระจายไปยัง 50,000 ร้าน ลดเหลือ 2 สัปดาห์ สำหรับ 70,000 ร้าน และปีนี้ตั้งเป้าให้ทำได้ 2 สัปดาห์สำหรับ 100,000 ร้าน
Masan Consumer ยังขยาย Retail Supreme เข้าสู่ช่องทางร้านอาหารและภัตตาคาร ซึ่งเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2026
โอกาสนี้ใหญ่มาก เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่ในเวียดนามยังใช้เครื่องปรุงไม่มีแบรนด์ หรือคุณภาพรองลงมา ขณะที่ผู้บริโภคเวียดนามใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้นทุกปี
แต่สิ่งที่ทำให้น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เรื่องของการยกเครื่องช่องทางการขายให้แกร่งกว่าเดิมเท่านั้น
เพราะจุดแข็งที่แท้จริงอยู่ที่แบรนด์ที่สร้างมาหลายสิบปีและยังคงครอบครองตลาดไว้ได้
Masan Consumer ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำปลารวมกันสูงถึงประมาณ 70% นำโดยแบรนด์ Nam Ngu ที่ยึดฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่เอาไว้ได้ราว 45-50%
ขณะที่ในตลาดซอสพริก แบรนด์ CHIN-SU คือเจ้าตลาดตัวจริงที่ครองส่วนแบ่งอย่างเหนียวแน่นสูงถึง 60% ของประเทศ มาอย่างยาวนาน
ส่วนตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Omachi และ Kokomi ครองตลาดรวมกัน 23-24% อยู่อันดับ 2 ของเวียดนาม รองจาก Acecook เพียงเจ้าเดียวที่อยู่ที่ 43%
ตัวเลขนี้สะท้อนถึง ปราการทางธุรกิจกันคู่แข่งได้เป็นอย่างดี โดยใช้พลังจากความคุ้นเคยของผู้บริโภคที่ฝังรากลึกมานานหลายทศวรรษ
ด้วยธรรมชาติของผู้บริโภคที่เมื่อถูกปากกับรสชาติใดรสชาติหนึ่งแล้ว มักยากที่จะเปลี่ยนใจ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้ปรุงอาหารทุกวัน อย่างน้ำปลาหรือซอสพริก
ถึงตรงนี้คงเห็นภาพได้ว่า Masan Consumer ไม่ใช่แค่บริษัทขายน้ำปลาหรือซอสพริกเท่านั้น
เพราะมันคือโครงสร้างพื้นฐานของการกินของเวียดนาม ที่ฝังตัวอยู่ในครัวเรือนของประเทศ ผ่านการครองช่องทางการจัดจำหน่ายและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ ตอนนี้มีกองทุนไทยที่ลงทุนหุ้นเวียดนาม โดยมี Masan Group ที่เป็นบริษัทแม่ ถือหุ้นใหญ่ Masan Consumer อยู่ในหน้าหุ้นด้วย ใครสนใจดูได้ในคอมเมนต์
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon