สรุปประเด็นสำคัญ SCBX Report : thAI Consumer AI Adoption 2026

สรุปประเด็นสำคัญ SCBX Report : thAI Consumer AI Adoption 2026

สรุปประเด็นสำคัญ SCBX Report : thAI Consumer AI Adoption 2026 / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x SCB
รู้หรือไม่ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา SCBX เป็นหนึ่งในองค์กรแรก ๆ ของไทย ที่ได้รับ License จาก Microsoft มาใช้งาน AI ในรูปแบบองค์กร
แล้ว SCBX ก็ได้นำ License นั้นมาใช้งานเพื่อสร้าง Foundation จนเกิดปรากฏการณ์ความตื่นรู้ จนเกิด Use Case ขึ้นจริงมากมายภายในองค์กร
จากพนักงานที่ไม่เคยทำโปรเจกต์ AI ก็อยากเข้ามาร่วมทำโปรเจกต์ AI ส่วนใครที่มีโปรเจกต์อยู่แล้ว ก็อยากขยายเป็น Showcase จนเกิดโมเมนตัมที่สนุกสนานมากในองค์กรเหมือน Snowball Effect
จนพูดได้เลยว่า วันนี้ SCBX หลุดพ้นมาจากระดับ AI Aware ก้าวไปสู่ระดับ AI Ready โดยการเป็นองค์กรที่ Move Beyond จากการรับรู้ Awareness ไปสู่การเริ่มสร้าง AI Infrastructure และสร้าง Ecosystem จาก Use Case ต่างๆ
เป้าหมายในอนาคตของ SCBX จะมุ่งไปสู่ระดับ AI-First Organization ที่นำเอา AI มาอยู่ใน Strategic Planning และเป็น Core Strategy ขององค์กรในระดับ Business Operation ทั้งกระบวนการทำงาน เพราะ SCBX ต้องการจะเป็น Financial Technology Group of Companies ที่อยู่ในระดับ AI First
นั่นเป็นเพียงบางส่วนที่เกิดขึ้นแล้วในองค์กร SCBX ผ่านการถ่ายทอดจาก คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer ของ SCBX ภายในงาน The SCBX Report : thAI Consumer AI Adoption 2026
คำถามที่น่าสนใจคือ AI First สำหรับลูกค้าเป็นอย่างไร ?
แล้วลูกค้ากำลังมองภาพ AI First แบบเดียวกับ SCBX อยู่หรือไม่ ?
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง
จริง ๆ แล้ว SCBX ตีโจทย์แตกอยู่แล้วว่า การจะเดินหน้าสู่ AI-First Organization ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจ ความเชื่อใจ และความคาดหวังของผู้ใช้
นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของรายงาน SCBX Report : thAI Consumer AI Adoption 2026 จากการสำรวจผู้คนกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งพบข้อมูลคนไทยรู้จัก AI แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
83% เป็นกลุ่ม Active AI User คือ รู้ตัวว่าใช้งาน AI อยู่ เช่น GenAI
17% เป็นกลุ่ม Passive User คือ ไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้งาน AI อยู่ เช่น Suggested Content
แต่คนไทยไม่น้อยยังรู้สึกว่า AI เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ก็มาพร้อมกับความกังวลที่ต้องระวัง
66% กังวลเรื่องการใช้ AI แบบผิดวัตถุประสงค์
57% กังวลว่า AI จะเปลี่ยนโลกการทำงาน และทำให้คนตกงานมากขึ้น
55% กังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
48% กังวลเรื่อง Bias หรืออคติของ AI
พูดง่าย ๆ ว่าความกังวลของคนไทยในตอนนี้ ถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ
1. Fear of Privacy
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ คนไทยกังวลมาตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มมี Digital Data แล้ว จึงมองว่าทางแก้ง่าย ๆ คือ การทำให้ลูกค้าไว้ใจระบบจัดเก็บ (Trusted) และการทำให้ลูกค้าต้องได้รับประโยชน์ (Benefit) จากการให้ข้อมูล ถ้าเขาได้ประโยชน์ เขาจะไม่กังวลเรื่อง Privacy
2. Fear of Bias
ต้องยอมรับว่า โมเดล AI ส่วนใหญ่ถูกเทรนด้วยข้อมูลตะวันตก ทำให้บริบทอาจไม่ตรงกับประเทศไทย วิธีแก้คือ การมี AI Sovereignty หรือโมเดลภาษาของตัวเอง (Thai LLM) ซึ่งประเทศไทยและกลุ่ม SCBX กำลังพัฒนาอยู่ในตอนนี้ เพื่อแก้ปัญหา Bias ทางวัฒนธรรม เป็นต้น
3. Fear of Replacement
ความกังวลเรื่องการเงินของคนไทยมีอยู่เยอะมาก ทั้งการใช้จ่าย, การออม, การกู้ ฯลฯ ซึ่งมนุษย์แก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มานานแล้ว จึงมองว่าการมาของ AI คือ Opportunity (โอกาส) ที่จะช่วยเหลือมนุษย์แก้ปัญหาที่เคยแก้ไม่ได้ และไม่ใช่จะมาแทนที่ แต่เป็นโอกาสของคนที่ลงมือทำ
นอกจากนี้ ยังมองว่า คนไทยไม่กลัวเทคโนโลยี สังเกตได้จากการเปิดรับสิ่งใหม่ได้เร็ว เช่น E-Commerce แต่ความกังวลด้าน AI ที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากบริบทของประสบการณ์ในอดีต เช่น ปัญหาการโกง ทำให้คนไทยกังวลที่ก้าวเข้าสู่โลก AI อย่างเต็มตัว
ดังนั้น ถ้าจะสร้าง Rapid Adoption ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงควรพัฒนา 2 อย่างนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน คือ
- Infrastructure and Direction ภาครัฐและเอกชนร่วมกันวางความชัดเจนทั้งด้านทิศทางและมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจ
- Simple and Fun Products ด้วยสินค้าที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้บริโภคคุ้นเคยแล้วค่อย ๆ ขยายตัวต่อไป
ซึ่งถ้าย้อนกลับมาลองวิเคราะห์คนไทยกลุ่ม Active AI User ผ่านแกน 2 มุมมองเชิงบวกหรือเชิงลบที่มีต่อการเข้ามาของ AI จะพบ 4 กลุ่มย่อยที่น่าสนใจคือ
- 5% Pro-Formance เลือกใช้ AI มาสร้างผลลัพธ์และความสำเร็จ มองว่า AI เป็น Thought Partner
- 8% Life Optimizer เลือกใช้ AI ยกระดับชีวิตประจำวันให้ไวขึ้น ฉลาดขึ้น มองว่า AI เป็น Productivity Partner
- 36% Smart Minimalist ฉลาดแบบพอดี ใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ChatGPT, Gemini, Canva
- 34% Skeptical Practitioner แม้จะเปิดรับ AI แต่ก็ยังระแวง AI ในบางแง่มุม
สังเกตไหมว่า Smart Minimalist และ Skeptical Practitioner รวมกันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของผู้บริโภคไทยทั้งหมด
ทีนี้ถ้ามองในมุมของการทำธุรกิจ นั่นเลยเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ๆ ที่องค์กรควรจะออกแบบ AI ให้ตรงกับความคาดหวัง และควรสร้างความชัดเจนทั้งในด้านความปลอดภัย ความง่าย และความโปร่งใสด้วย
ดังนั้นการปรับตัวเข้าสู่ AI-First Organization ขององค์กรไทยควรตอบโจทย์ทั้ง 3 มิติที่สำคัญ คือ
- Trust Design ออกแบบให้ความไว้วางใจเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์
- Meaningful Simplicity จัดการความซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย.
- Human Validation ผสานความเป็นมนุษย์กับเทคโนโลยีอย่างสมดุลกัน
ถึงตรงนี้ ถ้าถามว่าการเริ่มต้นประยุกต์ใช้ AI ในมุมของธุรกิจควรเป็นอย่างไร ?
คำตอบแรกคือ การลองผิดลองถูก หรือ Trial and Error ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการเริ่มต้น แต่พอถึงจุดหนึ่งต้องกลับมาตั้งหลักให้ดี อย่าลืม “ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก” และอย่าใช้เวลาลองผิดลองถูกนานเกินไป
ขณะเดียวกันควรมอง AI เป็น Infrastructure ไม่ใช่แค่การพัฒนาฟีเชอร์หวือหวา ทั้งจาก Fundamental Infrastructure จากภาครัฐที่วางโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบที่ชัดเจน รวมทั้ง Innovation จากภาคเอกชนเอง ที่ควรเข้าใจทิศทาง (Direction) จริง ๆ ของผู้บริโภค
ที่สำคัญคือ ควรมองว่า AI เป็น Thinking Partner เป็นคู่คิด เมื่อใดก็ตามที่คนไทยมีทั้ง Human Intelligence (HI) บวกกับ Artificial Intelligence (AI) เพราะสุดท้ายแล้ว มนุษย์จะต้องมีความรับผิดชอบ (Accountability) และเป็นคนตัดสินใจ (Final Decision)
ซึ่งถ้าองค์กรไทยเข้าใจบทบาทนี้ เชื่อว่าคนไทยจะใช้ AI ได้อย่างประสบความสำเร็จ นั่นเอง
ดาวน์โหลดรายงาน “SCBX Report: thAI Consumer AI Adoption 2026” ฉบับเต็มได้ที่: https://www.scbx.com/th/scbx-exclusive/thai-consumer-ai-adoption/
Reference :
- งานสัมมนา SCBX Report : thAI Consumer AI Adoption 2026

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon