
สรุปประเด็นสำคัญ “กองหุ้นโลก” หรือ “กอง S&P 500” เลือก DCA ตัวเดียว ตัวไหนดีกว่า
สรุปประเด็นสำคัญ “กองหุ้นโลก” หรือ “กอง S&P 500” เลือก DCA ตัวเดียว ตัวไหนดีกว่า
1. สำหรับวัยทำงานทั่วไปที่ต้องการให้เงินเติบโต กอง S&P 500 มักจะเป็นตัวเลือกอันดับแรก เพราะลงทุนตัวเดียวเหมือนได้เป็นเจ้าของ 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ
ไม่ว่าจะเป็น
- NVIDIA ผู้ออกแบบชิประดับโลก
- Apple เจ้าของสมาร์ตโฟน iPhone
- Alphabet เจ้าของ Google และ YouTube
- Meta Platforms เจ้าของ Facebook และ Instagram
- Tesla แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า และยังมีบริษัทชั้นนำอื่น ๆ อีกมากมาย
- NVIDIA ผู้ออกแบบชิประดับโลก
- Apple เจ้าของสมาร์ตโฟน iPhone
- Alphabet เจ้าของ Google และ YouTube
- Meta Platforms เจ้าของ Facebook และ Instagram
- Tesla แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า และยังมีบริษัทชั้นนำอื่น ๆ อีกมากมาย
ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทสหรัฐฯ สามารถครองใจผู้คนได้ทั้งในประเทศและนอกประเทศ รวมถึงมีอิทธิพลในระดับโลก จึงทำให้ผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
และจากเรื่องราวเหล่านี้ เลยไม่น่าแปลกใจ ที่เราจะได้เห็นดัชนี S&P 500 ตั้งแต่ปี 1957 ถึงปัจจุบัน ทำผลตอบแทนเฉลี่ย ประมาณ 10% ต่อปี
2. อย่างไรก็ตาม ในโลกปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่บริษัทสหรัฐฯ ที่มีความสำคัญต่อชีวิตของผู้คน แต่ยังมีบริษัทสัญชาติอื่น ที่เข้ามามีบทบาทแล้วด้วย เช่น
- TSMC โรงงานสัญชาติไต้หวัน ที่ผลิตชิปขั้นสูงให้กับทั่วโลก
- ASML Holding บริษัทใหญ่สุดของเนเธอร์แลนด์ ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป ที่เป็นกระดูกสันหลัง ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
- SK Hynix บริษัทจากเกาหลีใต้ ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก
- Hermès แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส
- Toyota รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ครองแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 6
- ASML Holding บริษัทใหญ่สุดของเนเธอร์แลนด์ ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิป ที่เป็นกระดูกสันหลัง ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
- SK Hynix บริษัทจากเกาหลีใต้ ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก
- Hermès แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส
- Toyota รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ครองแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 6
จะเห็นว่า ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจขึ้นมา ซึ่งไม่ได้แค่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น แต่กระจายการลงทุนไปสู่บริษัททั่วโลก นั่นคือ กองหุ้นโลก
3. กองหุ้นโลก คือ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลก ซึ่งหนึ่งในกองทุนที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานี้คือ VT หรือ Vanguard Total World Stock Index Fund ETF
โดยสาเหตุที่ VT ได้รับความนิยม เพราะกองหุ้นโลกโดยส่วนใหญ่จะลงทุนเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว และลงทุนในหุ้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
แต่ VT กลับลงทุนตั้งแต่หุ้นขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ และไม่ได้จำกัดแค่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่มีหุ้นในตลาดเกิดใหม่ด้วย
ทำให้ VT มีหุ้นในพอร์ตประมาณ 10,000 หุ้น มากกว่ากองหุ้นโลกทั่วไป ที่มีประมาณหลักพันต้น ๆ เท่านั้น
4. แล้ว “กองหุ้นโลก” หรือ “กอง S&P 500” มีความแตกต่างและเหมือนกันมากน้อยแค่ไหน
หากลองหยิบ VT มาเป็นตัวแทนกองหุ้นโลก ขณะที่ IVV หรือ iShares Core S&P 500 ETF เป็นตัวแทนกอง S&P 500
แม้ว่า IVV กับ VT จะมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกัน แต่ถ้าแกะพอร์ต จะพบว่า
ถ้าลงทุนใน IVV ด้วยเงิน 10,000 บาท เงินจะกระจายไป
- NVIDIA 760 บาท
- Apple 646 บาท
- Alphabet 547 บาท
- Microsoft 510 บาท
- Amazon.com 331 บาท
- Broadcom 263 บาท
- Meta Platforms 238 บาท
- Tesla 201 บาท
- Berkshire Hathaway 156 บาท
- Eli Lilly 141 บาท
- NVIDIA 760 บาท
- Apple 646 บาท
- Alphabet 547 บาท
- Microsoft 510 บาท
- Amazon.com 331 บาท
- Broadcom 263 บาท
- Meta Platforms 238 บาท
- Tesla 201 บาท
- Berkshire Hathaway 156 บาท
- Eli Lilly 141 บาท
ถ้าลงทุนใน VT ด้วยเงิน 10,000 บาท เงินจะกระจายไป
- NVIDIA 411 บาท
- Apple 347 บาท
- Alphabet 328 บาท
- Microsoft 293 บาท
- Amazon.com 211 บาท
- Meta Platforms 144 บาท
- Broadcom 141 บาท
- TSMC 124 บาท
- Tesla 112 บาท
- Eli Lilly 76 บาท
- NVIDIA 411 บาท
- Apple 347 บาท
- Alphabet 328 บาท
- Microsoft 293 บาท
- Amazon.com 211 บาท
- Meta Platforms 144 บาท
- Broadcom 141 บาท
- TSMC 124 บาท
- Tesla 112 บาท
- Eli Lilly 76 บาท
จะเห็นว่า 10 หุ้นที่กองทุนทั้งสองถือมากที่สุดมีความใกล้เคียงกัน
เหตุผลที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะว่าโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นหลักนั่นเอง
โดยทั้ง VT และ IVV ใช้เกณฑ์แบ่งสัดส่วนลงทุนเดียวกันคือ จัดน้ำหนักตามมูลค่าตลาด หรือพูดแบบเข้าใจง่าย ๆ คือบริษัทไหนใหญ่กว่า ได้สัดส่วนเยอะกว่า
ทำให้ปัจจุบัน VT มีหุ้นสหรัฐฯ ในพอร์ตเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ที่เหลืออีก 40% คือหุ้นประเทศอื่น ๆ
อีกความหมายหนึ่งคือ ถ้าวันใดวันหนึ่งมีบริษัทสัญชาติอื่นที่มีมูลค่าตลาดมากกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หุ้นที่กองทุนทั้งสองถือครองเป็นสัดส่วนที่มาก จะเริ่มมีความแตกต่างกัน
รวมถึงสัดส่วนหุ้นสหรัฐฯ ในพอร์ต ก็อาจจะไม่ถึง 60% แล้ว
ซึ่งถ้าสังเกตใน 10 หุ้นที่กองทุนถือมากที่สุด จะพบว่า ตอนนี้ใน VT ก็มีหุ้นของประเทศอื่นแล้ว นั่นคือ TSMC โรงงานผลิตชิปจากไต้หวัน
5. ผลตอบแทนเป็นอย่างไร ในช่วงที่ผ่านมา
ผลตอบแทนของ VT (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 69)
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี = 22.28%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี = 18.57%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี = 11.78%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี = 12.77%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี = 22.28%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี = 18.57%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี = 11.78%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี = 12.77%
ผลตอบแทนของ IVV (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 69)
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี = 16.31%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี = 21.08%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี = 14.95%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี = 15.54%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี = 16.31%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี = 21.08%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี = 14.95%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี = 15.54%
จะเห็นได้ว่า ในระยะยาวที่ผ่านมา IVV ให้ผลตอบแทนสูงกว่า VT
ซึ่งตัวเลขสอดคล้องกับที่เราเห็นว่า ช่วงที่ผ่านมาบริษัทสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของเราอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น กินข้าวต้องดู YouTube, คุยกับเพื่อนต้องใช้ Instagram, โทรศัพท์ต้องใช้ iPhone หรือใช้บัตรเครดิตก็ต้องมี Visa เข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าปีล่าสุด VT ก็สามารถให้ผลตอบแทนที่มากกว่า IVV ได้เช่นกัน
6. มาถึงคำถามสำคัญ “กองหุ้นโลก” หรือ “กอง S&P 500” เลือก DCA ระยะยาว ตัวไหนดีกว่ากัน
สรุปแบบสั้น ๆ ถ้าเชื่อว่าบริษัทสหรัฐฯ จะยังคงเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม และยังหากินกับคนทั้งโลกได้เช่นเดิม ให้เลือกกอง S&P 500 เพราะรวมบริษัทสหรัฐฯ ตัวใหญ่ ๆ ให้แล้ว
กลับกัน หากคิดว่าวันหนึ่งสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ยุคทศวรรษที่หายไปเหมือนญี่ปุ่นในอดีตได้เช่นกัน การเลือกกองหุ้นโลกจะตอบโจทย์กว่า
เพราะกองทุนมีหุ้นทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่ รวมถึงมีการรีบาลานซ์พอร์ตด้วย ทำให้ไม่ต้องคอยลุ้นว่าใครจะเป็นเบอร์ 1 ของโลก
7. สำหรับคนที่ต้องการลงทุนต่างประเทศแบบไม่มีภาษีหุ้นนอก ที่อาจเสียภาษีสูงสุด 35%
- กองหุ้นโลก ลงทุนได้ผ่าน TLWORLD-X
- กอง S&P 500 ลงทุนได้ผ่าน TLUS500-UH-X
- กองหุ้นโลก ลงทุนได้ผ่าน TLWORLD-X
- กอง S&P 500 ลงทุนได้ผ่าน TLUS500-UH-X
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
กองทุนป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้