
สรุปประเด็นสำคัญ คลังน้ำมันเพชรบุรี ที่ BCPG เข้าไปลงทุน
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x BCPG
หลายคนรู้จัก BCPG ในนามของบริษัทลูกในเครือบางจาก
ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังงานสะอาด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น คลังจัดเก็บน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทบางจาก
ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังงานสะอาด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น คลังจัดเก็บน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทบางจาก
ถ้าพูดถึงธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน เรามักจะเห็นโรงกลั่นอยู่ใกล้ทะเล
แต่จริง ๆ แล้วประเทศไทยเองก็มีโรงกลั่นอยู่แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา นั่นก็คือ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง
แต่จริง ๆ แล้วประเทศไทยเองก็มีโรงกลั่นอยู่แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา นั่นก็คือ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง
โดย BCPG มีบทบาทในการบริหารและพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทบางจาก
หนึ่งในนั้นคือ การลงทุนในคลังน้ำมันเพชรบุรี มูลค่า 9,000 ล้านบาท
ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันของกลุ่มบริษัทบางจากในระยะยาว
ภายใต้ประมาณการรายได้ราว 900 ล้านบาทต่อปี
และอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) เฉลี่ยราว 8-9% ต่อปี
ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันของกลุ่มบริษัทบางจากในระยะยาว
ภายใต้ประมาณการรายได้ราว 900 ล้านบาทต่อปี
และอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) เฉลี่ยราว 8-9% ต่อปี

โดยบริษัทระบุว่า การลงทุนดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัทจดทะเบียน และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
เรื่องนี้มีความน่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้ว ถ้าย้อนกลับไปตาม Timeline ในอดีตตั้งแต่ปี 2537 จนมาถึงปัจจุบันนี้ จะพบว่า
- ช่วงปี 2537-2542
FSU WYOMING คือคลังน้ำมันแรกที่บางจากใช้จัดเก็บน้ำมันดิบเป็นคลังลอยน้ำที่มีความจุ 400 ล้านลิตร ในขณะนั้น โรงกลั่นบางจากมีกำลังการกลั่นเพียง 70,000 บาร์เรลต่อวัน
FSU WYOMING คือคลังน้ำมันแรกที่บางจากใช้จัดเก็บน้ำมันดิบเป็นคลังลอยน้ำที่มีความจุ 400 ล้านลิตร ในขณะนั้น โรงกลั่นบางจากมีกำลังการกลั่นเพียง 70,000 บาร์เรลต่อวัน
- ช่วงปี 2543-2559
บางจาก ยกเลิกการใช้ FSU WYOMING แล้วปรับมาใช้คลังน้ำมัน 2 แห่งในอำเภอศรีราชา มีความจุรวม 340 ล้านลิตร ในขณะนั้น โรงกลั่นบางจากมีกำลังการกลั่นรวม 80,000 บาร์เรลต่อวัน
บางจาก ยกเลิกการใช้ FSU WYOMING แล้วปรับมาใช้คลังน้ำมัน 2 แห่งในอำเภอศรีราชา มีความจุรวม 340 ล้านลิตร ในขณะนั้น โรงกลั่นบางจากมีกำลังการกลั่นรวม 80,000 บาร์เรลต่อวัน
- ช่วงปี 2560-2565
บางจาก เลือกใช้ FSU BONGKOT ที่มีความจุ 300 ล้านลิตร เป็นคลังลอยน้ำชั่วคราว เพื่อทดแทนคลังศรีราชาบางส่วน
บางจาก เลือกใช้ FSU BONGKOT ที่มีความจุ 300 ล้านลิตร เป็นคลังลอยน้ำชั่วคราว เพื่อทดแทนคลังศรีราชาบางส่วน

ในช่วงเวลาเดียวกัน ธุรกิจโรงกลั่นของกลุ่มบริษัทบางจากมีการขยายกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 120,000 บาร์เรลต่อวัน
ทำให้ กลุ่มบริษัทบางจาก ต้องศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนด้านคลังน้ำมันและโลจิสติกส์เพิ่มเติมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการว่าจ้างที่ปรึกษาอิสระประกอบการศึกษาในหลากหลายพื้นที่ในประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็น
- ปี 2553 คลังน้ำมันเพชรบุรี ความจุ 500 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 3,000 ล้านบาท
- ปี 2557 สร้างคลังใหม่จุกเสม็ด ความจุ 450 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 8,200 ล้านบาท
- ปี 2562 ขยายคลังระยอง ความจุ 450 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 10,000 ล้านบาท
- ปี 2562 ขยายคลังภาคตะวันตก ความจุ 700 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 12,000 ล้านบาท
- ปี 2553 คลังน้ำมันเพชรบุรี ความจุ 500 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 3,000 ล้านบาท
- ปี 2557 สร้างคลังใหม่จุกเสม็ด ความจุ 450 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 8,200 ล้านบาท
- ปี 2562 ขยายคลังระยอง ความจุ 450 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 10,000 ล้านบาท
- ปี 2562 ขยายคลังภาคตะวันตก ความจุ 700 ล้านลิตร คาดการณ์มูลค่าลงทุน 12,000 ล้านบาท

แล้วทำไม BCPG และกลุ่มบริษัทบางจาก ตัดสินใจเลือกคลังน้ำมันเพชรบุรี ?
นอกจากการมองหาโครงสร้างพื้นฐานมารองรับธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันของกลุ่มบริษัทบางจากแล้ว
BCPG ยังมองว่าการลงทุนครั้งนี้ สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
ซึ่งอยู่ในช่วงปรับพอร์ตการลงทุนหรือ Portfolio Transformation ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงการขยายสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอในระยะยาว
ซึ่งอยู่ในช่วงปรับพอร์ตการลงทุนหรือ Portfolio Transformation ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงการขยายสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอในระยะยาว

จุดที่ทำให้คลังน้ำมันเพชรบุรี ที่เคยศึกษาในปี 2553 ถูกนำกลับมาพิจารณา และตัดสินใจลงทุนปี 2565 เพราะ BCPG มองเห็นศักยภาพที่น่าสนใจมากขึ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น
- ถังเก็บน้ำมัน เพิ่มเป็น 20 ถัง (เดิม 16 ถัง)
- ความจุ เพิ่มเป็น 720 ล้านลิตร (เดิม 500 ล้านลิตร)
- ท่อส่งน้ำมัน เพิ่มเป็น 5 ท่อ (เดิม 3 ท่อ)
- ท่าเทียบเรือพร้อมจุดผูกจอดเรือ เพิ่มเป็น 6 จุด (เดิม 2 จุด)
- ขนาดเรือที่เทียบท่าได้ เพิ่มเป็น 120,000 DWT (เดิม 30,000 DWT)
- ความจุ เพิ่มเป็น 720 ล้านลิตร (เดิม 500 ล้านลิตร)
- ท่อส่งน้ำมัน เพิ่มเป็น 5 ท่อ (เดิม 3 ท่อ)
- ท่าเทียบเรือพร้อมจุดผูกจอดเรือ เพิ่มเป็น 6 จุด (เดิม 2 จุด)
- ขนาดเรือที่เทียบท่าได้ เพิ่มเป็น 120,000 DWT (เดิม 30,000 DWT)

BCPG ระบุว่า การลงทุนครั้งนี้ผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของบริษัทจดทะเบียน
ภายใต้การกำกับดูแลการลงทุนที่ต้องผ่านกระบวนการจากคณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร, คณะกรรมการการลงทุน, คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท
ภายใต้การกำกับดูแลการลงทุนที่ต้องผ่านกระบวนการจากคณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร, คณะกรรมการการลงทุน, คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท
ราคาซื้อขายใช้วิธีประเมินมูลค่ากิจการด้วยวิธี Discounted Cash Flow (DCF) อ้างอิงการประเมินของผู้เชี่ยวชาญอิสระ มูลค่าการลงทุนจะอยู่ราว 9,000 ล้านบาท
ภายใต้สมมติฐานการใช้ประโยชน์ 30 ปี อัตราการใช้ประโยชน์ (Utilization Rate) 85-90%
ประมาณการรายได้ราว 900 ล้านบาทต่อปี และอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) เฉลี่ยราว 8-9% ต่อปี
ภายใต้สมมติฐานการใช้ประโยชน์ 30 ปี อัตราการใช้ประโยชน์ (Utilization Rate) 85-90%
ประมาณการรายได้ราว 900 ล้านบาทต่อปี และอัตราผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) เฉลี่ยราว 8-9% ต่อปี
เหตุผลนี้เองจึงมองว่า คลังน้ำมันเพชรบุรี มีศักยภาพเข้ามาตอบโจทย์ได้ทั้งในแง่ของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และยังเข้ามาช่วยชดเชยการทยอยสิ้นสุด Adder ตั้งแต่ปี 2564 นั่นเอง
แล้ว ALT เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่างไร ?
ALT หรือ บริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด
ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการโอนสินทรัพย์ สิทธิ์ และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคลังจัดเก็บน้ำมันและท่าเทียบเรือของคลังน้ำมันเพชรบุรีจากผู้ขาย ก่อนที่ BCPG เข้าซื้อกิจการ
ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการโอนสินทรัพย์ สิทธิ์ และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคลังจัดเก็บน้ำมันและท่าเทียบเรือของคลังน้ำมันเพชรบุรีจากผู้ขาย ก่อนที่ BCPG เข้าซื้อกิจการ
เพื่อรองรับการโอนสินทรัพย์ สิทธิ์ และสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ รวมถึงแยกโครงสร้างธุรกรรมให้มีความชัดเจนก่อนการเข้าลงทุนของ BCPG
โดย BCPG เข้าถือหุ้น ALT 100% ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 นั่นเอง
ทีนี้ ถ้ามองในแง่ของหลักการทางบัญชี..
เมื่อมีการรับโอนกิจการเข้ามา จะต้องดำเนินการทางบัญชีที่เรียกว่า การปันส่วนราคาซื้อ หรือ Purchase Price Allocation (PPA) จากการบันทึกบัญชีของ ALT ไปสู่งบรวมของ BCPG

โดยงบเดี่ยว ALT บันทึกมูลค่าซื้อขาย 8,998 ล้านบาท แบ่งเป็น
- สินทรัพย์ถาวร (PP&E) 8,937 ล้านบาท
- อื่น ๆ (Others) 61 ล้านบาท
- อื่น ๆ (Others) 61 ล้านบาท
ส่วนงบรวม BCPG บันทึกมูลค่าซื้อขาย 8,998 ล้านบาท แบ่งเป็น
- สินทรัพย์ถาวร (PP&E) 6,487 ล้านบาท (โดยที่ปรึกษาอิสระ)
- สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) 1,903 ล้านบาท (โดยที่ปรึกษาอิสระ)
- Goodwill 438 ล้านบาท
- Net Deferred Tax 109 ล้านบาท (สินทรัพย์ภาษีจากการตีมูลค่า)
- อื่น ๆ (Others) 61 ล้านบาท
- สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) 1,903 ล้านบาท (โดยที่ปรึกษาอิสระ)
- Goodwill 438 ล้านบาท
- Net Deferred Tax 109 ล้านบาท (สินทรัพย์ภาษีจากการตีมูลค่า)
- อื่น ๆ (Others) 61 ล้านบาท
สะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนในคลังน้ำมันเพชรบุรีของ BCPG เป็นผลจากการศึกษาด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัทบางจากมาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อรองรับบริบทด้านพลังงานและ Supply Chain ที่เปลี่ยนแปลงไป
รวมทั้ง การลงทุนเพื่อช่วยรองรับข้อจำกัดด้านพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองและมีข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์มาเป็นเวลานาน นั่นเอง..
รวมทั้ง การลงทุนเพื่อช่วยรองรับข้อจำกัดด้านพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองและมีข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์มาเป็นเวลานาน นั่นเอง..
Reference :
- งานแถลงข่าว กลุ่มบริษัทบางจาก
- งานแถลงข่าว กลุ่มบริษัทบางจาก