
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมให้จองพันธบัตรรัฐบาล "ออมพลัส" ผ่านบัญชีหุ้นบน Streaming ได้เป็นครั้งแรก เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน “Bond Connect Platform” ยกระดับการเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านตลาดทุน รองรับการจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” เป็นครั้งแรก
เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายขึ้นผ่านบัญชีหุ้นไทย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท
โดยพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” 2569 ครั้งที่ 1 มีวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ
- รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.8% ต่อปี
- รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.8% ต่อปี
ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
- รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.8% ต่อปี
- รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.8% ต่อปี
ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
เปิดรับจองซื้อครั้งแรกตั้งแต่เวลา 8.30 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ถึงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2569
และจะประกาศผลการจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569
และจะประกาศผลการจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569
ผู้ลงทุนสามารถจองซื้อผ่านบัญชีหลักทรัพย์กับผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 24 ราย (6 ธนาคารพาณิชย์ และ 18 บริษัทหลักทรัพย์) ทั้งช่องทางดิจิทัล สาขา และแอปพลิเคชัน Streaming
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า
โครงการ Bond Connect Platform เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนในการนำโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยมาต่อยอด เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐและขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้สะดวกยิ่งขึ้น
รวมถึงวางรากฐานสำหรับการพัฒนาบริการด้านตราสารหนี้ผ่านตลาดทุนในอนาคต เป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการเป็น “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities”
นายอัสสเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 1,000 บาท ใช้หลักการจัดสรรแบบ Small Lot First เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนในวงกว้างได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึง
และเมื่อได้รับการจัดสรร จะถือครองพันธบัตรในรูปแบบไร้ใบหลักทรัพย์ (scripless) ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งช่วยบริหารพอร์ตการลงทุนร่วมกับสินทรัพย์อื่นได้สะดวกยิ่งขึ้น
พร้อมรองรับการซื้อขายในตลาดรองผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีราคาตลาดเป็นราคาอ้างอิงโปร่งใสและตรวจสอบได้
นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังสามารถดูภาพรวมการถือครอง “พันธบัตรออมพลัส” ร่วมกับสินทรัพย์อื่น ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน wiset และในอนาคตยังสามารถนำพันธบัตรไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุนได้
จุดเด่นของ “ออมพลัส” เทียบกับพันธบัตรออมทรัพย์เดิม
ต่างจากพันธบัตรออมทรัพย์แบบเดิม ที่จองซื้อได้เฉพาะผ่านธนาคารพาณิชย์
พันธบัตร “ออมพลัส” เปิดกว้างให้จองซื้อผ่านทั้งธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ ทำให้เข้าถึงได้ผ่านช่องทางที่หลากหลายขึ้น และยังซื้อขายในตลาดรองผ่านบัญชีหลักทรัพย์ได้เสมือนการซื้อขายหุ้น
พันธบัตร “ออมพลัส” เปิดกว้างให้จองซื้อผ่านทั้งธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ ทำให้เข้าถึงได้ผ่านช่องทางที่หลากหลายขึ้น และยังซื้อขายในตลาดรองผ่านบัญชีหลักทรัพย์ได้เสมือนการซื้อขายหุ้น
คุณสมบัติผู้จองซื้อคือ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่มีบัญชีหลักทรัพย์กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ หากยังไม่มีบัญชี สามารถเปิดได้ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ช่องทางออนไลน์/ออฟไลน์ของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ หรือผ่านสาขาของผู้จัดจำหน่าย
ที่น่าสนใจคือ การจัดสรรพันธบัตรจะใช้วิธี Small Lot First ซึ่งมุ่งกระจายพันธบัตรให้ผู้จองซื้อทุกรายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยจัดสรรขั้นต่ำที่ 1,000 บาท และเพิ่มขึ้นทีละ 1,000 บาทตามลำดับจนครบวงเงิน
ผู้จองซื้อรายย่อยที่จองซื้อด้วยวงเงินไม่สูงมากจะมีโอกาสได้รับจัดสรรครบตามจำนวนที่จองไว้ตั้งแต่รอบ
แรก ๆ
แรก ๆ
ส่วนผู้ที่จองซื้อด้วยวงเงินสูงกว่าจะได้รับการจัดสรรเพิ่มในรอบถัดไปตามสัดส่วนการทวีคูณ
(กรณีที่วงเงินพันธบัตรคงเหลือในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอต่อการจัดสรรให้ครบทุกราย ระบบจะใช้วิธีการสุ่ม
เลือก เพื่อดำเนินการจัดสรรให้จนเต็มวงเงินจำหน่าย)
เลือก เพื่อดำเนินการจัดสรรให้จนเต็มวงเงินจำหน่าย)
ต่างจากระบบ First Come, First Served ที่ให้สิทธิ์ผู้จองซื้อก่อนได้รับก่อน
ทั้งนี้หากยอดจองซื้อรวมทุกช่องทางไม่เกินสิทธิ์ที่ได้รับจัดสรร จะได้รับครบตามจำนวนที่จองไว้ แต่หากเกินกว่าสิทธิ์ จะได้รับตามสัดส่วน (Pro-rata) แทน
ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญที่ผู้ลงทุนควรรู้
- มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท ไม่มีการกำหนดวงเงินจองซื้อสูงสุด
- ไม่สามารถไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ แต่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลาดรอง) ได้ทันทีเมื่อพ้นระยะเวลาถือครอง (Silent Period) โดยราคาซื้อขายจะขึ้นอยู่กับกลไกราคาตลาด ณ ขณะนั้น
- ไม่มีความเสี่ยงจากการสูญเสียเงินต้น หากถือจนครบกำหนดจะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนเสมอ แต่หากขายในตลาดรองก่อนครบกำหนด อาจได้รับเงินคืนมากกว่าหรือน้อยกว่า 1,000 บาทต่อหน่วย ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยตลาด ณ ขณะนั้น
- ไม่สามารถใช้ Credit Line จองซื้อในตลาดแรกได้ ต้องชำระเงินเต็มจำนวนตามยอดจอง ส่วนตลาดรองการใช้วงเงินเป็นไปตามที่บริษัทหลักทรัพย์กำหนด
- ไม่มีการออกใบพันธบัตร (Scrip) หรือสมุดพันธบัตร (Bond Book) เนื่องจากเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ทั้งหมด
- ดอกเบี้ยและเงินต้นจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (e-Dividend) เท่านั้น ไม่สามารถรับเป็นเงินสดหรือเช็คได้ โดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน
- เงินส่วนต่างที่เหลือจากการจองซื้อ (กรณีได้รับจัดสรรไม่เต็มจำนวน) จะโอนคืนภายใน 17.00 น. ของวันประกาศผลจัดสรร โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนอื่นใด
- พันธบัตรออมทรัพย์ที่เคยซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์หรือวอลเล็ต สบม. ไม่สามารถโอนย้ายมารวมกับบัญชีหลักทรัพย์ หรือนำมาซื้อขายผ่านตลาดรองบน Streaming ได้ เนื่องจากเป็นคนละประเภทและมีเงื่อนไขต่างกัน