
วิกฤติเศรษฐกิจ Great Depression ที่ทำให้ไทยพลาดไปบอลโลก ปี 1930
วิกฤติเศรษฐกิจ Great Depression ที่ทำให้ไทยพลาดไปบอลโลก ปี 1930 /โดย ลงทุนแมน
ในอดีตทีมฟุตบอลไทยเคยเกือบได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 ในปี 1930 มาแล้ว
ในอดีตทีมฟุตบอลไทยเคยเกือบได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 ในปี 1930 มาแล้ว
ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่ไม่มีการแข่งขันรอบคัดเลือก โดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ส่งคำเชิญชาติสมาชิก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีไทย หรือสมัยนั้นยังใช้ชื่อว่า สยาม รวมอยู่ด้วย
แต่ Great Depression หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ที่มีจุดเริ่มต้นจากประเทศสหรัฐฯ ทำให้เราตัดสินใจไม่เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว
Great Depression มันรุนแรงขนาดไหน ?
วิกฤติเศรษฐกิจจากอีกซีกโลกหนึ่ง มาดับฝัน
การเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของไทยได้อย่างไร ?
การเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของไทยได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ปี 1930 ฟีฟ่าได้มีการหารือกันเพื่อจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกขึ้น
โดยได้เลือกประเทศอุรุกวัยให้เป็นเจ้าภาพ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการประกาศอิสรภาพของอุรุกวัย
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงทำให้ฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 ถูกจัดขึ้น
โดยมีประเทศสมาชิก 41 ชาติ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งไทย ซึ่งเดิมนั้นใช้ชื่อว่า สยาม
ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 2 ชาติจากทวีปเอเชีย ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ร่วมกับญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่จัดการแข่งขันนั้น เป็นช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ หรือที่เรียกว่า Great Depression ทำให้หลายประเทศปฏิเสธเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนั้น
Great Depression ถือเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1929 และลากยาว กินเวลาไปถึง 10 ปี
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ เป็นช่วงเวลาของการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากก่อนหน้านั้น สหรัฐฯ ได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากการเป็นผู้ส่งออกสินค้า อาหาร อาวุธ และให้เงินกู้ยืมแก่ประเทศในยุโรปช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตและกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเงินของโลก
จนมีการตั้งชื่อในยุคนั้นว่า Roaring Twenties ซึ่งเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในโลกตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ผลักดันให้ตลาดหุ้นเติบโตอย่างมาก เกิดการเก็งกำไรอย่างหนัก
ประกอบกับตอนนั้นภาคการเงินและธนาคารของสหรัฐฯ ขาดการกำกับดูแลที่เข้มงวด จึงมีการปล่อยสินเชื่อที่ขาดความระมัดระวัง
สุดท้ายเกิดฟองสบู่แตกทั้งระบบเศรษฐกิจและตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ประชาชนขาดความเชื่อมั่น มีการถอนเงินสดจากธนาคารพร้อม ๆ กัน หรือปรากฏการณ์ Bank Run จนทำให้ธนาคารหลายแห่งขาดสภาพคล่อง ล้มละลาย และปิดตัวลง
โดยระหว่างปี 1929-1933
- GDP ทั่วโลกหดตัวลง 15-20%
- GDP สหรัฐฯ ลดลง 46% (เทียบกับวิกฤติซับไพรม์ GDP สหรัฐฯ ลดลงแค่ 1%)
- การค้าโลกลดลง 50% ทั่วโลก
- GDP สหรัฐฯ ลดลง 46% (เทียบกับวิกฤติซับไพรม์ GDP สหรัฐฯ ลดลงแค่ 1%)
- การค้าโลกลดลง 50% ทั่วโลก
ปี 1933 อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ พุ่งสูงถึง 25% หมายความว่า แรงงานชาวอเมริกัน 1 ใน 4 คนต้องตกงาน โดยมีชาวอเมริกันประมาณ 15 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้ไม่มีงานทำ
เหตุการณ์นี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงเศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพาเศรษฐกิจในต่างประเทศจากภาคการส่งออก
โดยราคาข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยนั้น มีราคาตกต่ำอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวนา และพ่อค้าอย่างมาก
ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นขาดดุลการค้าและงบประมาณ
โดยรายได้จากการเก็บภาษีอากรและภาษีขาเข้าของรัฐบาลลดลงอย่างมาก
โดยรายได้จากการเก็บภาษีอากรและภาษีขาเข้าของรัฐบาลลดลงอย่างมาก
ส่งผลให้ตอนที่ฟีฟ่าได้ส่งจดหมายเชิญไทย เพื่อส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 นั้น
ไทยจึงต้องปฏิเสธคำเชิญดังกล่าวไป เพราะไม่มีเงินสนับสนุน สำหรับการส่งทีมไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนั้น
ประกอบกับอุปสรรคในการเดินทางในสมัยนั้น การบินเชิงพาณิชย์ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย การเดินทางจากไทยไปอุรุกวัย จึงต้องพึ่งพาการเดินเรือเป็นหลัก ซึ่งกินเวลาหลายสัปดาห์
จึงทำให้ไม่มีชื่อของประเทศสยามหรือไทย เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนั้นนั่นเอง
และต้องบอกว่า นั่นคือฟุตบอลโลกครั้งแรก และครั้งเดียวที่ไม่มีการแข่งขันรอบคัดเลือกนับจนถึงวันนี้..
เรื่องราวในอดีตนี้สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า โลกของเราเชื่อมโยงเรื่องราวกันอย่างแนบแน่น
เพราะวิกฤติเศรษฐกิจมหภาคของโลกในวันนั้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของตัวเลขการเงินหรือเม็ดเงินในกระเป๋าเท่านั้น
แต่มันมีอานุภาพมากพอ ที่จะแทรกซึมเข้าไปเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ในมิติอื่น ๆ ของประเทศทั่วโลก รวมถึงหน้าประวัติศาสตร์วงการกีฬาของไทยอีกด้วย..