ครม. ไฟเขียว ปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ ชะลอรับข้าราชการใหม่-ทยอยยุบ 11 สายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดงบประมาณด้านบุคลากร

ครม. ไฟเขียว ปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ ชะลอรับข้าราชการใหม่-ทยอยยุบ 11 สายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดงบประมาณด้านบุคลากร

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นว่าจำเป็นต้องปฏิรูประบบการบริหารกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากปัจจุบัน งบประมาณรายจ่ายประจำของประเทศอยู่ที่ประมาณ 70% และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรอยู่ในระดับสูง
ขณะที่รัฐบาลยังมีภารกิจสำคัญอีกหลายด้านที่ต้องใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนประเทศ
ดังนั้น รัฐบาลจึงเห็นว่าการปรับปรุงระบบบริหารกำลังคนภาครัฐเป็นเรื่องจำเป็น โดยก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบบริหารกำลังคนภาครัฐ ให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา
ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการฯ
1. ชะลอการเพิ่มจำนวนข้าราชการใหม่
รัฐบาลจะชะลอการขอเพิ่มกรอบอัตราข้าราชการใหม่ในทุกกรณี โดยให้หน่วยงานราชการบริหารกำลังคนที่มีอยู่ก่อน และเปิดรับคนเข้าตำแหน่งที่ว่างเท่าที่จำเป็น เช่น ตำแหน่งที่อยู่ระหว่างการสอบแข่งขันหรือคัดเลือก และมีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกไว้แล้ว
มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมไม่ให้จำนวนข้าราชการเพิ่มขึ้นโดยรวม
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง (อ.ก.พ. กระทรวง) จะต้องดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้
1.1 ยุบตำแหน่งข้าราชการที่ไม่มีการใช้งบประมาณ
ให้พิจารณายุบกรอบตำแหน่งข้าราชการระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ และระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นมา ยกเว้นตำแหน่งที่มีการประกาศรับสมัครไปแล้ว
โดยหน่วยงานต้องรายงานผลการพิจารณายุบตำแหน่งให้ คปร. ทราบภายในเดือนธันวาคม 2569
1.2 ไม่ทดแทนตำแหน่งข้าราชการที่เกษียณ ด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่นในบางกรณี
ตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ที่ว่างลงจากการเกษียณอายุราชการ ในปีงบประมาณ 2570 และเดิมมีแผนที่จะทดแทนด้วยพนักงานราชการ จะถูกยุบตำแหน่ง และจะไม่เปิดตำแหน่งพนักงานราชการขึ้นมาทดแทนตามสัดส่วนเดิม
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับสายงานแพทย์และทันตแพทย์ ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจำเป็นต้องรองรับนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์ที่จบการศึกษา รวมถึงผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ
มาตรการนี้จะดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571-2575
1.3 ลดตำแหน่งข้าราชการในสายงานสนับสนุน 11 สายงาน
เมื่อข้าราชการในสายงานสนับสนุน ที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานแบบข้าราชการเกษียณอายุราชการ จะทยอยยุบตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป รวมทั้งหมด 11 สายงาน ได้แก่
- เจ้าพนักงานธุรการ เฉพาะส่วนราชการบริหารส่วนกลาง
- เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
- เจ้าพนักงานสื่อสาร
- เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
- เจ้าพนักงานห้องสมุด
- นายช่างขุดลอก
- นายช่างพิมพ์
- นายช่างภาพ
- นายช่างศิลป์
- บรรณารักษ์ ยกเว้นกรณีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
- ผู้ประกาศและรายงานข่าว
ทั้งนี้ การลดตำแหน่งจะทยอยดำเนินการเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณหรือออกจากราชการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของหน่วยงาน โดยหน่วยงานสามารถพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมเข้ามาทดแทน ควบคู่กับการวางแผนและบริหารกำลังคนในระยะยาว
นางสาวรัชดากล่าวเพิ่มเติมว่า ครม. ยังมีมติให้ทุกหน่วยงานราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานให้เหมาะสมกับจำนวนบุคลากรที่กำหนดใหม่ โดยต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ ให้สำนักงาน ก.พ. จัดทำข้อเสนอและมาตรการที่เกี่ยวข้อง เช่น
- การเปิดทางให้ข้าราชการเกษียณอายุก่อนกำหนด
- การชะลอการเลื่อนตำแหน่งขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการอื่น ๆ เช่น การสนับสนุนการจ้างเหมาบริการ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ การปรับโครงสร้างหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน รวมถึงการปรับปรุงระบบเบี้ยหวัด บำเหน็จและบำนาญ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป
การปฏิรูประบบบริหารกำลังคนภาครัฐครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้งบประมาณด้านบุคลากรอย่างคุ้มค่า และมีจำนวนบุคลากรกับโครงสร้างหน่วยงานที่เหมาะสมกับบทบาท
ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประเทศในปัจจุบัน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon