
สูตรออมน้อย ออมวันละ 30 บาท สู่เงิน 1 ล้านแรก เร็วขึ้นได้ถึง 39 ปี จากคุณเฟิร์น Wealth Me Up
ถ้าออมเงินวันละ 30 บาทเฉย ๆ แล้วฝากไว้ในบัญชีธนาคารดอกเบี้ยสูง อาจต้องใช้เวลานานถึง 58 ปี กว่าจะมีเงินล้านแรก
แต่ถ้าเปลี่ยนวิธีคิดเพียงเล็กน้อย เวลาที่ว่าอาจเหลือแค่ 19 ปี
นี่คือแนวคิดของคุณเฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี ผู้ก่อตั้ง Wealth Me Up
นี่คือแนวคิดของคุณเฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี ผู้ก่อตั้ง Wealth Me Up
สูตรนี้ไม่ได้ซับซ้อน เริ่มจากการลองจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตัวเองทุกวัน ติดต่อกันสัก 2-3 เดือน แล้วย้อนกลับไปดูว่า มีรายจ่ายตัวไหนที่ไม่จำเป็นและตัดออกได้บ้าง ขอแค่ตัดให้ได้วันละ 30 บาท ก็เท่ากับเดือนหนึ่งจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นมาราว 900 บาท
สเต็ปแรกคือ การสร้างวินัย ด้วยการโอนเงิน 30 บาทนี้เข้าบัญชีแยกทันทีที่ตื่นนอน โดยแนะนำให้ใช้บัญชี e-Saving เพราะให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.5% ต่อปี เทียบกับบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปที่ให้เพียง 0.2-0.3% ต่อปี ต่างกันถึง 5 - 7.5 เท่า โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย นอกจากเลือกฝากให้ถูกที่
สเต็ปถัดมาคือ การเลือกให้เงินทำงาน ซึ่งมีทางเลือกหลัก ๆ อยู่ 2 ทาง
ทางแรกคือ ลงทุนใน "หุ้นโลก" ที่กระจายลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก (ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นโลก) และมีผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีตอยู่ที่ราว 7% ต่อปี
ส่วนทางที่สองคือ ลงทุนใน "หุ้นสหรัฐฯ" ที่เน้นความเติบโตและเทคโนโลยี ซึ่งจะมีผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีตสูงขึ้นไปอีกที่ราว 10% ต่อปี
แต่ผลตอบแทนที่สูงมาพร้อมความเสี่ยงที่มากขึ้นเสมอ อย่างวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 ตลาดหุ้นโลกเคยติดลบลึกถึง -40% และปี 2022 ที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็ทำให้หุ้นโลกและหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงไปราว 18-20% เช่นกัน
คำถามสำคัญก่อนตัดสินใจจึงไม่ใช่แค่อยากได้ผลตอบแทนเท่าไร แต่คือ ถ้าพอร์ตติดลบ 20-40% ในบางช่วง เรายังถือต่อไหวไหม
ทีนี้ลองมาดูกันว่า เงินออมวันละ 30 บาท จะพาไปถึงเงิน 1 ล้านบาทแรก เร็วแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก
- ถ้าฝากในบัญชี e-Saving ล้วน (ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.5% ต่อปี) จะต้องใช้เวลาถึง 58 ปี กว่าจะมีล้านแรก
- ถ้าจัดพอร์ตแบบผสม หุ้นโลก 65% + เงินฝาก 35% (ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี) ใช้เวลา 35 ปี
- ถ้าลงทุนหุ้นโลก 100% (ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี) ใช้เวลา 30 ปี
- ถ้าลงทุนหุ้นสหรัฐฯ 100% (ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี) ใช้เวลา 25 ปี
- ถ้าจัดพอร์ตแบบผสม หุ้นโลก 65% + เงินฝาก 35% (ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี) ใช้เวลา 35 ปี
- ถ้าลงทุนหุ้นโลก 100% (ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี) ใช้เวลา 30 ปี
- ถ้าลงทุนหุ้นสหรัฐฯ 100% (ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี) ใช้เวลา 25 ปี
และถ้าใครอยากไปให้ถึงเร็วกว่านั้นอีก คุณเฟิร์นแนะนำเทคนิคเพิ่มเงินออมปีละ 10%
คือปีแรกออมเดือนละ 900 บาท ปีถัดไปเพิ่มเป็น 990 บาท แล้วเพิ่มขึ้น 10% ไปเรื่อย ๆ ทุกปี
คือปีแรกออมเดือนละ 900 บาท ปีถัดไปเพิ่มเป็น 990 บาท แล้วเพิ่มขึ้น 10% ไปเรื่อย ๆ ทุกปี
ถ้าทำควบคู่กับการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 25 ปี จะเหลือเพียง 19 ปีเท่านั้น เท่ากับประหยัดเวลาไปได้ถึง 6 ปี
และเท่ากับประหยัดเวลาไปได้ถึง 39 ปี ถ้าเทียบกับการฝากเงินในบัญชี e-Saving เฉย ๆ
จะเห็นว่าจุดเริ่มต้นของเงินล้านแรก ไม่ได้ต้องการเงินก้อนใหญ่ แต่ต้องการวินัยเล็ก ๆ ที่ทำอย่างสม่ำเสมอ และการเข้าใจตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
แนวคิดการออมการลงทุนของคุณเฟิร์น เป็นเพียงหนึ่งในมุมมองที่จะมาแชร์กันแบบเต็ม ๆ ใน ลงทุนแมน SUMMIT 2026 งานรวมความรู้เรื่องธุรกิจ การตลาด และการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมกับ Speaker นักลงทุนและนักธุรกิจอีกกว่า 20 ท่าน ทั้ง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, คุณวีระพงษ์ ธัม, คุณตัน ภาสกรนที และอีกมากมาย
งานจะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ ICON HALL, ICONSIAM เวลา 09.00-18.00 น. เปิดขายบัตรวันที่ 11 สิงหาคม เวลา 12.00 น. ราคาบัตรเดี่ยว Regular Pass 1,890 บาท และบัตรคู่ Double Pass ลดเหลือใบละ 1,695 บาท (จำกัดซื้อ 2 ใบต่อ Order) บัตรมีจำนวนจำกัด
สนใจซื้อบัตรได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/longtunmansummit2026
—-----------------
ที่มา : https://youtu.be/n8hnQrTAoKQ?si=YlGnGhrwrxIsxNpa
ที่มา : https://youtu.be/n8hnQrTAoKQ?si=YlGnGhrwrxIsxNpa
คำเตือน : ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน