
SPM Specialty ผนึกกำลัง ฟิวเจอร์ (ประเทศไทย) ดึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังจากออสเตรเลียลุยตลาดประเทศไทย
SPM Specialty ผนึกกำลัง ฟิวเจอร์ (ประเทศไทย) ดึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังจากออสเตรเลีย ทั้ง future A2 Protein, future Organic A2 protein และ Nutura Organic เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมชูนวัตกรรมการผลิตและการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล เผยเตรียมเซ็นสัญญาร่วมมือกับแบรนด์ที่ 3 ภายในสิ้นปีนี้
มุ่งเน้นนวัตกรรมและการดูแลคู่ค้าอย่างยั่งยืน
คุณโซ่ คามินท์ ตัวแทน ฟิวเจอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทั้งสองบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการดูแลเกษตรกรและผู้บริโภคอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการผลิตแบบ Single Dried เพื่อรักษาคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการตามธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ พร้อมแต่งตั้งให้ SPM Specialty เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการมาตรฐานโภชนาการในประเทศไทย
คุณโซ่ คามินท์ ตัวแทน ฟิวเจอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทั้งสองบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการดูแลเกษตรกรและผู้บริโภคอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการผลิตแบบ Single Dried เพื่อรักษาคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการตามธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ พร้อมแต่งตั้งให้ SPM Specialty เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการมาตรฐานโภชนาการในประเทศไทย
ด้าน คุณอชิระ เจนภาษา Head of Regulations ของ SPM Specialty กล่าวเสริมว่า
"การร่วมทุนในครั้งนี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ตรงกันในการดำเนินงาน ที่ผ่านมาเรามุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมข้อมูลที่แม่นยำ แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้บริหารคือการส่งมอบบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของทั้ง future และ Nutura ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและการคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นหลัก"
คุณอชิระ ยังได้เน้นย้ำถึงจุดยืนในการทำงานว่า
"เรื่องโภชนาการและสุขภาพเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและความคุ้มค่าของผู้บริโภค การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงไปตรงมาคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้านักธุรกิจในระยะยาว เรามองการร่วมมือกับทุกแบรนด์ในระยะยาวมากกว่า 10 ปี สินค้าที่เข้ามาในพอร์ตของเราจึงต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น"
ยกระดับมาตรฐาน Warehouse และ Logistics ควบคุมอุณหภูมิทั่วประเทศ
ด้าน คุณพี Head of Logistics ได้กล่าวถึงความพร้อมด้านระบบคลังสินค้าและการขนส่งว่า
ด้าน คุณพี Head of Logistics ได้กล่าวถึงความพร้อมด้านระบบคลังสินค้าและการขนส่งว่า
"นอกจากความพร้อมด้านข้อมูลและเทคนิคแล้ว ระบบ Warehouse และ Logistics ของเรายังผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับสากลของทุกแบรนด์ ปัจจุบันเรามีคลังสินค้า 7 แห่ง ใน 4 ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) พร้อมลงทุนเพิ่มเติมในระบบผนังกันความร้อนและระบบปรับอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ 22 องศาเซลเซียส ตลอด 24 ชั่วโมง"
นอกจากนี้ ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อรองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีมาตรการรองรับการบริหารจัดการสินค้า (Product Recall) หากเกิดปัญหาทางเทคนิค เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่แบรนด์พันธมิตร
ทั้งนี้ SPM Specialty กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับแบรนด์พันธมิตรรายใหม่จากประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้บริการด้านคลังสินค้าและระบบการดูแลมาตรฐานโภชนาการ ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงร่วมกันภายในสิ้นปีนี้
Tag: SPM Specialty