
สรุปแล้ว Palantir ทำอะไรกันแน่ ? แบบเข้าใจง่าย ๆ
ถ้าพูดถึงบริษัทเทคโนโลยีที่ดูลึกลับที่สุดในโลก ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น Palantir
ภาพจำของบริษัทนี้คือ การทำงานร่วมกับหน่วยงานสายลับอย่าง CIA, กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และเกี่ยวข้องกับภารกิจระดับชาติมากมาย
จนบางคนเปรียบเทียบว่าเป็น "ดวงตาแห่งเซารอน" (Eye of Sauron) ที่สามารถมองเห็นและเชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่างบนโลกเข้าด้วยกัน
ความลึกลับนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่า สรุปแล้วบริษัทนี้ทำมาหากินและขายอะไรกันแน่ ?
ยิ่งไปกว่านั้น หากเราดูผลประกอบการในปี 2024 ถึงกลางปี 2026 ที่ผ่านมา Palantir กลายเป็นบริษัทเนื้อหอม ที่ประกาศงบเติบโตแบบถล่มทลาย
แล้ว Palantir ทำอะไร ทำไมธุรกิจถึงลึกลับ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า Palantir เป็นบริษัทขายพื้นที่เก็บข้อมูล (Database) เหมือนผู้ให้บริการ Cloud ทั่วไป แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น
ลองจินตนาการว่า องค์กรหนึ่งคือ ห้องครัวขนาดใหญ่ ที่มีวัตถุดิบนับล้านชิ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุม ทั้งในตู้เย็น บนชั้นวาง หรือแม้แต่จดสูตรลับไว้ในเศษกระดาษ
ปัญหาที่องค์กรใหญ่ ๆ เจอไม่ใช่ไม่มีข้อมูล
แต่ปัญหาคือ หาของไม่เจอ.. หรือไม่รู้ว่าวัตถุดิบที่มีทั้งหมดนี้ เอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง
แต่ปัญหาคือ หาของไม่เจอ.. หรือไม่รู้ว่าวัตถุดิบที่มีทั้งหมดนี้ เอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง
Palantir ไม่ได้ผลิตตู้เย็นให้เราเก็บของ กลับกัน พวกเขาเป็นเหมือนดั่งพ่อครัวมือฉมัง และสายพานอัจฉริยะ ที่สามารถดึงวัตถุดิบทุกชิ้นจากทุกระบบในองค์กรที่คนละภาษา และไม่เคยคุยกัน มาวิเคราะห์ ปรุงแต่ง และจัดเรียงให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมได้แบบเรียลไทม์
ในภาษาธุรกิจ Palantir คือผู้สร้างระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่ดึงข้อมูลกระจัดกระจาย มารวมและประมวลผล เพื่อให้ผู้นำองค์กรใช้ตัดสินใจได้ทันทีนั่นเอง
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น มาดูที่ผลิตภัณฑ์ของ Palantir ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 แพลตฟอร์มหลัก
1) Palantir Gotham แพลตฟอร์มสำหรับหน่วยงานรัฐและทหาร
นี่เป็นส่วนที่เป็นความลับที่สุดของบริษัท แพลตฟอร์มนี้ถูกสร้างมาเพื่อกระทรวงกลาโหมและหน่วยข่าวกรอง
นี่เป็นส่วนที่เป็นความลับที่สุดของบริษัท แพลตฟอร์มนี้ถูกสร้างมาเพื่อกระทรวงกลาโหมและหน่วยข่าวกรอง
หน้าที่ของมันคือ รวบรวมข้อมูลมหาศาล เช่น สัญญาณดาวเทียม, โซเชียลมีเดีย, การเคลื่อนไหวทางการเงิน หรือพิกัดโทรศัพท์ มาประมวลผลเพื่อหาร่องรอยเครือข่ายก่อการร้าย การวางแผนยุทธการทางทหาร หรือวิเคราะห์เป้าหมายในสนามรบ
ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลข้างในคือ “กล่องดำ” ที่เป็นความลับสุดยอด..
2) Palantir Foundry แพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจเอกชน
เมื่อระบบที่ใช้ในกองทัพใช้ได้ผลดี Palantir จึงนำแนวคิดเดียวกันมาสร้าง Foundry ให้ธุรกิจเอกชนใช้ เปรียบเสมือน "Gotham เวอร์ชันนักธุรกิจ"
เมื่อระบบที่ใช้ในกองทัพใช้ได้ผลดี Palantir จึงนำแนวคิดเดียวกันมาสร้าง Foundry ให้ธุรกิจเอกชนใช้ เปรียบเสมือน "Gotham เวอร์ชันนักธุรกิจ"
Foundry จะเข้าไปเชื่อมโยงข้อมูลในองค์กร เช่น ข้อมูลจากโรงงานผลิต, ระบบซัปพลายเชน, ยอดขาย และคลังสินค้า
บริษัทใหญ่ ๆ เช่น Airbus ใช้ Foundry บริหารจัดการชิ้นส่วนเครื่องบิน หรือ BP ใช้จัดการโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน หรือแม้แต่โรงพยาบาล ก็นำมาใช้บริหารจัดการเตียงคนไข้
3) Palantir Apollo ผู้ดูแลระบบอัจฉริยะ
ซอฟต์แวร์ที่ดีต้องทำงานได้ทุกสถานการณ์ Apollo คือระบบหลังบ้านที่คอยอัปเดตและดูแลให้ Gotham และ Foundry ทำงานได้ตลอดเวลา ไม่ว่าองค์กรนั้นจะใช้ระบบ Cloud ของค่ายไหน
ซอฟต์แวร์ที่ดีต้องทำงานได้ทุกสถานการณ์ Apollo คือระบบหลังบ้านที่คอยอัปเดตและดูแลให้ Gotham และ Foundry ทำงานได้ตลอดเวลา ไม่ว่าองค์กรนั้นจะใช้ระบบ Cloud ของค่ายไหน
หรือแม้กระทั่งต้องทำงานแบบออฟไลน์บนโดรนทหาร หรือเรือดำน้ำ ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต Apollo ก็จัดการให้ซอฟต์แวร์ทำงานได้รื่นไหลและปลอดภัย
4) Palantir AIP หรือ Artificial Intelligence Platform
นื่คือพระเอกที่ทำให้บริษัทโตระเบิด เพราะในยุคนี้ ยุคที่ทุกบริษัทอยากใช้ AI ประสิทธิภาพสูง
นื่คือพระเอกที่ทำให้บริษัทโตระเบิด เพราะในยุคนี้ ยุคที่ทุกบริษัทอยากใช้ AI ประสิทธิภาพสูง
ปัญหาของบริษัทใหญ่คือ ไม่กล้านำข้อมูลความลับของบริษัทไปป้อนใส่ AI สาธารณะ และตัว AI เองก็ไม่รู้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ของบริษัท
AIP จึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วยการนำ AI มาเชื่อมกับข้อมูลภายในองค์กรอย่างปลอดภัย
ทีนี้ ผู้บริหารสามารถพิมพ์สั่งงานด้วยภาษาปกติ เช่น “จำลองสถานการณ์ให้ดูหน่อยว่า ถ้าพายุเข้าที่ไต้หวัน จะกระทบชิ้นส่วนโรงงานกี่เปอร์เซ็นต์ และเราควรสั่งของจากซัปพลายเออร์ที่ไหนมาแทน”
ระบบของ AIP ก็จะวิเคราะห์ข้อมูลทั้งบริษัทและเสนอทางเลือกให้ทันที
ซึ่งแต่เดิม คนมักมีภาพจำว่า Palantir พึ่งพารายได้จากความมั่นคงและงบประมาณรัฐบาลเป็นหลัก แต่การมาของ AIP ได้เปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากภาคเอกชน ต่างต่อคิวแย่งกันใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรตัวเอง
หากเราดูตัวเลขผลประกอบการย้อนหลังของ Palantir จะเห็นว่าโตระเบิดมาตลอด
ปี 2023 มีรายได้ 2,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2024 มีรายได้ 2,870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร 462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2025 มีรายได้ 4,480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร 1,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2024 มีรายได้ 2,870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร 462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2025 มีรายได้ 4,480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร 1,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และล่าสุดในไตรมาส 2 ปี 2026
บริษัทมีรายได้ 1,935 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตถึง 93%
มีกำไร 1,062 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน
บริษัทมีรายได้ 1,935 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตถึง 93%
มีกำไร 1,062 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ซึ่งที่มาของรายได้ในไตรมาสนี้ ก็มาจาก
- รัฐบาลสหรัฐฯ 809 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 90%
- ลูกค้าเอกชนสหรัฐฯ 764 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตสูงถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะการมาของ AIP ทำให้ภาคเอกชนแย่งกันใช้งาน จน Palantir เติบโตแบบติดจรวด
- รัฐบาลสหรัฐฯ 809 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 90%
- ลูกค้าเอกชนสหรัฐฯ 764 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตสูงถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะการมาของ AIP ทำให้ภาคเอกชนแย่งกันใช้งาน จน Palantir เติบโตแบบติดจรวด
ที่น่าสนใจคือ บริษัทสามารถปิดดีลกับลูกค้าที่มีมูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์ ได้ถึง 220 ดีลในไตรมาสเดียว
ปิดดีลมูลค่าอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไป 98 ดีล
และปิดดีลมูลค่าอย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไป 73 ดีล
ปิดดีลมูลค่าอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไป 98 ดีล
และปิดดีลมูลค่าอย่างน้อย 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไป 73 ดีล
ทั้งหมดนี้ทำให้ Palantir ทุบสถิติความคาดหมายของนักลงทุน และพิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องมือของพวกเขา ไม่เพียงจำเป็นแค่ในสนามรบ แต่ยังสามารถกลายเป็นอาวุธที่ขาดไม่ได้ในสมรภูมิธุรกิจอีกด้วย
อย่างไรก็ดี เหรียญย่อมมีอีกด้านเสมอ..
เมื่อบริษัทมีอำนาจในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มากเกินไป ย่อมตามมาด้วยความหวาดระแวง
โดยข้อมูลจากสารคดีของ Financial Times สะท้อนให้เห็นว่า Palantir เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีคนต่อต้านมากที่สุด
อย่างในสหรัฐฯ บริษัทเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการทำซอฟต์แวร์ให้ ICE หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ในการติดตามและส่งกลับผู้อพยพ รวมถึงบทบาทที่ฝังรากลึกอยู่ในกองทัพสหรัฐฯ
หรือในอังกฤษ ที่ Palantir ชนะการประมูลสัญญามูลค่ากว่า 330 ล้านปอนด์ เพื่อสร้าง Federated Data Platform ให้กับระบบสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษ (NHS)
แม้ระบบนี้จะช่วยจัดการเตียงคนไข้และคิวผ่าตัดได้ดีขึ้น แต่ก็เกิดกระแสต่อต้าน จากทั้งแพทย์และประชาชน ที่กังวลว่า บริษัทที่เคยทำระบบให้สายลับทหาร จะมาเข้าถึงข้อมูลสุขภาพระดับชาติของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เซนซิทีฟมาก
สรุปแล้ว Palantir คือบริษัทที่เชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายมหาศาล ให้กลายเป็นภาพที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้นำองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เอาไปใช้ตัดสินใจได้ถูกต้องและบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในสนามรบ ที่ช่วยให้ผู้บังคับบัญชา สั่งการได้แม่นยำและรวดเร็ว
การบริหารจัดการวิกฤตระดับชาติ การช่วยให้เห็นภาพรวมและแก้ปัญหาล่วงหน้า รวมถึงการลดต้นทุนและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
การบริหารจัดการวิกฤตระดับชาติ การช่วยให้เห็นภาพรวมและแก้ปัญหาล่วงหน้า รวมถึงการลดต้นทุนและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
ซึ่งในอดีต ความเก่งกาจของ Palantir อาจถูกซ่อนอยู่ในเงามืดของหน่วยข่าวกรอง ที่เต็มไปด้วยความลับทางทหาร
แต่ในวันนี้ Palantir กำลังพาเทคโนโลยีระดับความมั่นคงของชาติ มาเป็นสมองกล เสริมเขี้ยวเล็บให้ธุรกิจเอกชนทั่วโลก และสร้างการเติบโตอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน..
Reference :
-Palantir Investor Relations (Q4 2024, Q4 2025, Q2 2026 Reports)
-https://youtu.be/kJ5XRl7PWxM?si=458WL71AI6YMxJcy
-Palantir Investor Relations (Q4 2024, Q4 2025, Q2 2026 Reports)
-https://youtu.be/kJ5XRl7PWxM?si=458WL71AI6YMxJcy