ไทยแลนด์ พริวิเลจ ชี้สัญญาณบวก ดันไทยเป็น Long-Term Destination ในเอเชีย

ไทยแลนด์ พริวิเลจ ชี้สัญญาณบวก ดันไทยเป็น Long-Term Destination ในเอเชีย

บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) ผู้มอบสิทธิการพำนักระยะยาวและให้บริการสิทธิประโยชน์เหนือระดับแก่บุคคลสำคัญของประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแล
ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สะท้อนเทรนด์การใช้ชีวิตของพลเมืองโลก (Global Citizen) ที่กำลัง
เปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวระยะสั้นสู่การมองหา “บ้านหลังที่สอง (Global Second Home)” ที่ตอบโจทย์
ในทุกมิติ
นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด กล่าวว่า
ปัจจุบัน Thailand Privilege มีสมาชิกกว่า 42,000 คน มีอัตราการพำนักเฉลี่ย 45%
อัตราการเข้า-ออกประเทศไทยทุกปี เฉลี่ย 1.8 ครั้งต่อปี
ซึ่งสะท้อนความมั่นใจและความต้องการพำนักระยะยาวในประเทศอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ชาวต่างชาติคุณภาพ อาทิ กลุ่ม UHNWI และกลุ่ม HNWI ซึ่งมองหาหมุดหมายใหม่
ที่ตอบโจทย์การพำนักระยะยาว การบริหารสินทรัพย์ในยุคปัจจุบัน การกระจายความเสี่ยงต่างๆ ทั่วโลก การเลือกประเทศในการพำนักระยะยาวไม่ได้ตัดสินจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือวีซ่าเพียงด้านเดียวแต่วัดกันที่โอกาส
ในการลงทุนและคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว
ซึ่งคนกลุ่ม UHNWI และกลุ่ม HNWI นี้ มองหาสถานที่ที่ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย สะดวกสบายในการเดินทาง และมีทางเลือกที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ 
ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงครอบครัว ซึ่งเทรนด์อัตราการย้ายถิ่นฐานของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นสะท้อนพลวัตรทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ส่งผลพฤติกรรมชาวต่างชาติที่เปลี่ยนไป หรือบางประเทศมีสนับสนุนนโยบายทำงาน Work from Anywhere กระตุ้นกลุ่มชาวต่างชาติกลุ่ม Digital Nomads อีกด้วย
เพื่อตอบรับพฤติกรรมของ Global Citizen ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และคุณภาพชีวิตมากขึ้น Thailand Privilege จึงมุ่งพัฒนาบทบาทจากการเป็นผู้มอบสิทธิการพำนักสู่การเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงสมาชิก
เข้ากับประสบการณ์และสิทธิพิเศษในประเทศไทย โดยจับมือพันธมิตรในไทยกว่า 400 แห่ง กระตุ้นให้เกิด
การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของสมาชิก 1.5 ล้านบาท / คน / ปี สร้างรายได้แก่ประเทศมากกว่าปีละ 60,000+ ล้านบาท
และไม่หยุดแค่นั้น Thailand Privilege ยังเดินหน้าขยาย
สิทธิประโยชน์ไปยังต่างประเทศ โดยยกระดับการให้บริการสู่ Global Privileges ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึง
สิทธิประโยชน์และบริการที่ครอบคลุมหลากหลายมิติของการใช้ชีวิต ซึ่งปัจจุบันบริการในระดับ Global Privileges ได้แก่ บริการรถรับส่งสนามบินที่ครอบคลุม 66 จุดหมายปลายทางใน 33 ประเทศ, โรงแรมที่พักกว่า 2,000,000 แห่งทั่วโลก, สนามกอล์ฟกว่า 1,000 สนามทั่วโลก และอยู่ระหว่างดำเนินการขยายการให้บริการต้อนรับที่สนามบิน (Meet & Assist) ไปยังสนามบินในต่างประเทศในอนาคตอันใกล้นี้
ปัจจุบัน Thailand Privilege มีเครือข่ายพันธมิตรและสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเชื่อมโยงสมาชิกเข้ากับประสบการณ์หลากหลายรูปแบบทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศโดยมีบริการสำคัญ อาทิ บริการต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินนานาชาติภูเก็ต (Elite Personal Assistant - EPA) เจ้าหน้าที่บริการการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ (Elite Personal Liaison - EPL) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ ระหว่างการพำนัก เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสมาชิก (Member Contact Center) ที่ให้บริการทั้งหมด 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น 
และเกาหลี
รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และ Wellness ตลอดจนประสบการณ์พิเศษเหนือระดับ ซึ่งสะท้อนแนวทางของ Thailand Privilege ที่ต้องการให้สมาชิกได้รับมากกว่าสิทธิการพำนัก แต่สามารถใช้ชีวิตในประเทศไทยได้อย่างมีความสุข สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ Thailand Privilege
สำหรับก้าวต่อไป Thailand Privilege เตรียมวางแผนขยายธุรกิจในอนาคตเพื่อสร้างรายได้ของบริษัทฯ 
ให้เติบโตมากขึ้นผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น การเดินหน้าขยายตลาดไปยังประเทศหรือภูมิภาคใหม่ๆ อาทิ อินเดีย จีน พม่า และตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังมีแผนการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก และพัฒนากระบวนการทำงานและการให้บริการที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
ในปี 2570 Thailand Privilege มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนภายใต้สภาพแวดล้อม
ทางธุรกิจและนโยบายภาครัฐที่เปลี่ยนแปลงผ่านนโยบาย PRIME ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนโยบาย NEXT 
ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนโยบาย PRIME จะช่วยยกระดับบทบาทของบริษัทฯ จากการเป็น
ผู้จำหน่ายบัตรสมาชิกไปสู่การเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย 
ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในประเทศ และจากการให้บริการในระดับ
พรีเมียมของ Thailand Privilege จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ของประเทศไทย
ทั้งนี้ Thailand Privilege ได้มุ่งสร้างภาพลักษณ์ในระดับ World Class ให้แก่ประเทศไทยมาโดยตลอด 
โดยเน้นการเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพสำหรับการพำนักระยะยาว ด้วยจุดแข็งด้านการให้บริการที่มีคุณภาพสูง ความปลอดภัย ผสมผสานวัฒนธรรมและการบริการแบบไทย ซึ่งจะสร้างความผูกพันของชาวต่างชาติกับประเทศไทยในระยะยาว การดำเนินงานของ Thailand Privilege ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำในเรื่องมาตรฐานในการให้บริการ
และประสบการณ์ที่เหนือระดับให้แก่สมาชิก เพื่อให้ Thailand Privilege เป็นความภาคภูมิใจของการท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย (ททท.) (Pride of TAT) และเป็นความภาคภูมิใจของประเทศชาติ (Pride of the Nation)
กลยุทธ์ “PRIME” ของ Thailand Privilege สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย
P : Penetrate การขยายฐานลูกค้าเชิงรุกผ่านตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ การเพิ่มการเข้าถึงในตลาดหลักโดยมุ่งเน้นที่ประเทศที่มีศักยภาพสูง การส่งเสริมศักยภาพเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 
การบูรณาการการสื่อสารเพื่อเพิ่มการรับรู้และสร้างมูลค่า และการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยและ TPC ให้มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และปลอดภัย
R : Re-Engage การสร้างประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มความผูกพันของสมาชิกในแต่ละกลุ่ม (Segment) เพื่อส่งเสริมการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การอัพเกรดประเภทบัตร และการต่ออายุสมาชิก
IM : Initiate & Monetize การสร้างโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ใหม่และเพิ่มผลตอบแทน
จากทรัพยากรขององค์กรอันเป็นการลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจหลักและเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินขององค์กรในระยะยาว
E : Enable การบริหารจัดการองค์กรและการดำเนินงานสู่ความเป็นเลิศและยั่งยืน 
โดยการพัฒนาการดำเนินงานจัดการองค์กรควบคู่ไปกับแผนการพัฒนาธุรกิจเพื่อการขับเคลื่อนบริษัทฯ ไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ กลยุทธ์ PRIME ของ Thailand Privilege มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ NEXT ของการท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย (ททท.) ได้แก่
N : New Demand & New Stories การสร้างตลาดและโอกาสทางธุรกิจใหม่ 

E : Experience Economy การขับเคลื่อนประสบการณ์ที่สร้างมูลค่าและความรู้สึกผ่านสเน่ห์และอัตลักษณ์ความเป็นไทย
X : Exchange & Ecosystem การใช้ข้อมูลและการเชื่อมโยงระบบนิเวศเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน
T : Trust 
& Sustainable Growth การสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โดยถูกขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันกับแนวคิดในการผลักดันการท่องเที่ยว Amazing 5 Economy ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้แก่
Life Economy: ยกระดับสินค้าและบริการของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism ดูแลร่างกาย เยียวยาจิตใจ และเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต
Sub-Culture Economy: เจาะกลุ่ม Niche Market 
เชิงลึกที่ทรงพลัง อาทิ Film Maker, นักกีฬา, Yacht & Cruise Tourism และ Private Jet
Night Economy : ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ยามค่ำคืนเพื่อเพิ่มเวลาและกระจายการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว Circular Economy : ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยหลักการ Reduce-Reuse-Recycle ควบคู่กับการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวให้เกิดการใช้จ่าย
ในพื้นที่รอง
Platform Economy: การท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ทั้งการซื้อขายและการชำระเงินที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ
การขับเคลื่อนทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของ Thailand Privilege ในการเป็น World-Class Premier Residency Program อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับ
การพำนักระยะยาวที่ดีที่สุดในโลกอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ปัจจุบันบัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด มีทั้งสิ้น 5 ประเภท มีความหลากหลายทั้งด้านราคาและสิทธิประโยชน์ โดยมีราคาตั้งแต่ 6.5 แสน – 5 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “More Choices More Freedom” โดยสมาชิกแต่ละประเภทจะได้รับคะแนน (Privilege Points) เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์สุดพิเศษเหนือระดับตามความต้องการ โดยแบ่งบัตรสมาชิกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
RESERVE อัตราค่าธรรมเนียม 5 ล้านบาท อายุการเป็นสมาชิก 20 ปี++ สำหรับการเข้าออกประเทศไทยระยะยาว และสามารถต่ออายุได้ครั้งละ 5 ปี พร้อมรับคะแนนสะสมปีละ 120 คะแนน เพื่อนำไปใช้แลกสิทธิพิเศษที่เหนือระดับ ทั้งด้านที่พัก การอำนวยความสะดวกการเดินทาง การลงทุน การดูแลสุขภาพและอื่นๆ โดยเป็นบัตรเพียงประเภทเดียวที่ผู้สมัครต้องได้รับการเชิญเท่านั้น (By invitation only) และจำกัดจำนวนสมาชิกปีละไม่เกิน 100 ท่านเท่านั้น
DIAMOND อัตราค่าธรรมเนียม 2.5 ล้านบาท อายุการเป็นสมาชิก 15 ปี มอบสิทธิพิเศษ ตลอดระยะเวลาการพำนักในประเทศไทยพร้อมรับคะแนนสะสมปีละ 55 คะแนน เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
PLATINUM อัตราค่าธรรมเนียม 1.5 ล้านบาท อายุการเป็นสมาชิก 10 ปี พร้อมรับคะแนนสะสมปีละ 35 คะแนน เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
GOLD อัตราค่าธรรมเนียม 900,000 บาท อายุการเป็นสมาชิก 5 ปี สำหรับการเข้าออกประเทศไทยระยะสั้น พร้อมรับคะแนนสะสมปีละ 20 คะแนน เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
BRONZE อัตราค่าธรรมเนียม 650,000 บาท อายุการเป็นสมาชิก 5 ปี พร้อมบริการ Airport Services

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon