กองทุนเทคจีน STAR50 สกุลเงินหยวนกองแรก ค่าจัดการต่ำ มาแล้ว

กองทุนเทคจีน STAR50 สกุลเงินหยวนกองแรก ค่าจัดการต่ำ มาแล้ว

กองทุนเทคจีน STAR50 สกุลเงินหยวนกองแรก ค่าจัดการต่ำ มาแล้ว /โดย ลงทุนแมน
กองทุนนึ้ชื่อ TLCHINASTAR50-X เป็นกองทุนแรกในไทย ที่ลงทุนในดัชนี STAR50 แบบ Onshore ตรงในสกุลเงินหยวน และเป็นซีรีส์ X ที่มีค่าจัดการต่ำ
จีนมีประชากร 1,400 ล้านคน
มีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็น 1 ใน 5 ของโลก
แต่เมื่อมองผ่านดัชนีหุ้นโลก จีนกลับมีน้ำหนักอยู่เพียง 3 ใน 100..
ตัวเลขชุดนี้ดูขัดแย้งกันอย่างน่าสนใจ
เพราะเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจแล้ว
บทบาทของจีนในตลาดหุ้นโลกยังเล็กกว่ามาก
นำไปสู่คำถามสำคัญว่าตลาดกำลังให้มูลค่ากับธุรกิจและเทคโนโลยีจีนต่ำกว่าศักยภาพหรือไม่ ?
หนึ่งในแรงกดดันสำคัญ ที่หุ้นเทคโนโลยีจีนเผชิญมาตลอดหลายปี คือ สงครามเทคโนโลยี
ถ้าเรามองบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
เบื้องหลังความสำเร็จไม่ได้เกิดจากสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว
มีเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงจาก ASML ในยุโรป
มีโรงงานรับจ้างผลิตชิประดับแนวหน้าของโลก TSMC จากไต้หวัน
รวมถึงผู้ผลิต Memory และชิ้นส่วนสำคัญจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เช่น Kioxia, SK hynix และ Samsung
แต่จีนกลับถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีสำคัญหลายส่วน โดยเฉพาะเทคโนโลยีชิปขั้นสูง..
เมื่อไม่สามารถพึ่งพา Supply Chain จากต่างประเทศได้ จีนจึงต้องเร่งสร้าง Ecosystem เทคโนโลยีของตัวเองขึ้นมา ตั้งแต่ชิป เครื่องจักรผลิตชิป หน่วยความจำ ซอฟต์แวร์ AI ไปจนถึง Advanced Manufacturing
แรงกดดันนี้เอง ทำให้ตลาดหุ้นที่ชื่อว่า STAR Market ของจีน มีบทบาทสำคัญมากขึ้น แบบที่เรานึกไม่ถึง
ตลาดนี้คืออะไร ?
STAR Market ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นตลาดระดมทุนสำหรับบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีนโดยเฉพาะ
พูดง่าย ๆ ถ้า Nasdaq เป็นตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ
STAR Market ก็ถูกวางให้เป็นแหล่งของบริษัท Deep Tech ของจีน
โดยมีดัชนีเรือธง อย่าง STAR 50 เป็นตัวแทนของ 50 บริษัทขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงบนตลาดแห่งนี้
คำถามต่อมาก็คือ..
ในวันที่จีนถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีจากโลกตะวันตก
จีนจะเอาอะไรไปแข่งขันกับสหรัฐฯ ที่มี Supply Chain เชื่อมโยงอยู่ทั่วโลก
คำตอบสำคัญคือ Scale และต้นทุน
จีนมีทั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่
ตลาดภายในประเทศมหาศาล
Supply Chain อุตสาหกรรมที่ค่อนข้างครบวงจร
รวมถึงต้นทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่ต่ำกว่าสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่ และเรื่องนี้สำคัญมากในยุค AI
การแข่งขัน AI ไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครสร้างโมเดลได้ฉลาดกว่า แต่ยังวัดกันที่ว่าใครสามารถประมวลผลได้มากกว่าในต้นทุนที่ต่ำกว่าได้
AI ต้องใช้ทั้งชิป Data Center ระบบ Cloud และไฟฟ้ามหาศาล
ยิ่งต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานต่ำเท่าไร ก็ยิ่งเปิดโอกาสให้บริษัททดลอง พัฒนา และ Scale เทคโนโลยีได้เร็วขึ้นเท่านั้น
ผลลัพธ์คือในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นบริษัทเทคโนโลยีจีนไล่ตามผู้นำโลกเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
-ฝั่งซอฟต์แวร์ มีโมเดล AI อย่าง DeepSeek และ Kimi จาก Moonshot AI ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ AI โลก
-ฝั่งฮาร์ดแวร์ ก็มีบริษัทอย่าง Unitree ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในบริษัท Humanoid Robotics ของจีนที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลก
อีกบริษัทที่น่าจับตาคือ CXMT ผู้ผลิตชิป DRAM รายใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นอีกชิ้นส่วนสำคัญของความพยายามลดการพึ่งพา Memory จากต่างประเทศ
ทั้ง Unitree และ CXMT เพิ่ง IPO เข้าไปอยู่ใน STAR Market สะท้อนให้เห็นว่าเริ่มมีบริษัท Deep Tech รุ่นใหม่ทยอยเข้ามาระดมทุนอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะผ่านเกณฑ์และถูกนำเข้าสู่ดัชนี STAR 50 ในรอบทบทวนดัชนีถัด ๆ ไป
อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้ศักยภาพด้านเทคโนโลยี คือเรื่องของ “มูลค่า”
ปัจจุบัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดจีนมีสัดส่วนราว 22%
สหรัฐฯ มีสัดส่วนดังกล่าวอยู่ในระดับ 48%
และถ้านำบริษัทเทคโนโลยี Top 10 ของทั้งสองประเทศมาเปรียบเทียบกัน
มูลค่าตลาดรวมของฝั่งสหรัฐฯ สูงกว่าจีนถึงประมาณ 13.6 เท่า
แต่เมื่อวัดจากรายได้รวม ช่องว่างกลับอยู่ที่ประมาณ 4.6 เท่า
คำถามต่อมาก็คือ..
แล้วทำไมต้อง STAR 50 ?
เหตุผลสำคัญคือ ดัชนีหุ้นจีนแต่ละตัวให้ Exposure ที่แตกต่างกันมาก
ดัชนีจีนที่นักลงทุนคุ้นเคยหลายตัว มีทั้งหุ้น Internet, E-Commerce, Consumer และ Financial อยู่เป็นสัดส่วนมาก ดังนั้นการซื้อหุ้นจีนไม่ได้หมายความว่าเรากำลังซื้อเทคโนโลยีจีนเสมอไป
แต่ STAR 50 โฟกัสไปยังบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จดทะเบียนอยู่บน STAR Market โดยตรง
พูดง่าย ๆ ถ้าดัชนีหุ้นจีนทั่วไปสะท้อนเศรษฐกิจจีน
STAR 50 จะโฟกัสไปที่เทคโนโลยีที่จีนกำลังใช้สร้างเศรษฐกิจในอนาคต
โดยดัชนีนี้จะคัดหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ด้านสภาพคล่อง ก่อนเลือกบริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 50 แห่งตามเกณฑ์ของดัชนี
พร้อมจำกัดน้ำหนักหุ้นรายตัวไม่เกิน 10% และหุ้น Top 5 รวมกันไม่เกิน 40% รวมถึงมีการทบทวนองค์ประกอบดัชนีเป็นประจำทุกไตรมาส
STAR 50 จึงกลายเป็นดัชนีที่อยู่ตรงกลางของธีมสำคัญที่สุดของจีนในวันนี้ นั่นคือ.. ความพยายามสร้างเทคโนโลยีของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ
และถ้าเปิดดูไส้ในของ ChinaAMC STAR 50 ETF ซึ่งลงทุนตามดัชนี STAR 50 โดยตรง ก็จะเห็นภาพนี้ชัดขึ้นไปอีก
ข้อมูลพอร์ต ณ 30 มิถุนายน 2026 หุ้น Top Holdings ได้แก่
-Cambricon Technologies 9.30%
บริษัทออกแบบชิปประมวลผล AI ของจีน
-Montage Technology 8.13%
ผู้พัฒนาชิปและโซลูชันสำหรับ Memory และ Data Center
-AMEC 8.00%
ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตชิป
-Hygon Information Technology 7.89%
ผู้พัฒนา CPU และชิปประมวลผลสำหรับ Server และ AI
-SMIC 7.41%
ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน
ตามมาด้วย Yuanjie Semiconductor, BIWIN Storage, VeriSilicon, Piotech และ Hua Hong Grace Semiconductor รวมแล้วหุ้น Top 10 มีน้ำหนักประมาณ 62.21% ของพอร์ต
จะเห็นว่าแกนหลักของพอร์ตไม่ได้อยู่ที่แอปช็อปปิง โซเชียลมีเดีย หรือธุรกิจ Consumer Internet แบบที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงหุ้นจีน เช่น Alibaba, Tencent, Meituan ที่เราคุ้นเคย
จะหนักไปทางสิ่งที่เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานของโลกเทคโนโลยี ตั้งแต่ชิป Memory, AI Computing ไปจนถึงเครื่องจักรที่ใช้ผลิตชิป
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการโฟกัสเฉพาะกลุ่ม Hard Tech จากจีน ที่เป็นศูนย์รวมการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี
STAR 50 จะถือเป็นตัวเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์แบบตรงประเด็น
และหนึ่งในวิธีที่เราจะเข้าถึงดัชนีนี้ได้แบบมีต้นทุนต่ำ ก็คือกองทุน TLCHINASTAR50 จาก บลจ.ทาลิส
เพราะกองทุนจะเข้าไปลงทุนใน ChinaAMC SSE STAR 50 ETF หรือ 588000 ซึ่งเป็น ETF ที่ติดตามดัชนี STAR 50 โดยตรง ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้
นับเป็นกองทุนแรกในไทยที่ลงทุนตรงไปที่ดัชนี STAR50 ที่เป็น Onshore ของจีน ในสกุลเงินหยวน
โดยกองทุนจะแลกเงินบาทเป็นเงินหยวน เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ปลายทางได้โดยตรง
กระบวนการนี้จึงช่วยลดขั้นตอนการแปลงผ่านสกุลเงินอื่นหลายทอดเหมือนกองทุนอื่น ที่ต้องแปลงเป็น ดอลลาร์ฮ่องกง หรือ ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนแล้วค่อยแปลงเป็นหยวนอีกที
กองทุนนี้ทำให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึง 50 บริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำบน STAR Market ของจีนแบบมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ETF ต้นทางยังมีค่าใช้จ่ายกองทุนรวม (TER) ที่ต่ำเพียง 0.2% ต่อปี
ส่วนฝั่งไทยกองทุนนี้เป็น Series X ค่าธรรมเนียมถูกออกแบบมาให้อยู่ในระดับต่ำสุดในกลุ่มเดียวกันที่ค่าจัดการ 0.59% และ TER 0.79% ต่อปี
ทั้งหมดนี้ทำให้ TLCHINASTAR50-X จึงแตกต่างจากกองทุนจีนอื่นทั่วไป
ในอนาคตถ้าจีนสามารถสร้าง Technology Ecosystem ของตัวเองขึ้นมาได้สำเร็จ
สร้างชิป ของตัวเอง
สร้าง AI ของตัวเอง
สร้าง Supply Chain เทคโนโลยีของตัวเอง
บริษัทที่อยู่ใจกลางของการเปลี่ยนแปลง กำลังรวมกันอยู่ใน TLCHINASTAR50-X ให้เราได้มีโอกาสได้เข้าร่วมแบบ Onshore และมีต้นทุนต่ำ ในจุดเริ่มของรอบนี้..
กองทุน TLCHINASTAR50-X จาก บลจ. ทาลิส IPO วันที่ 18 - 23 ก.ย. 69
โปรโมชันช่วง IPO ลด 10% ค่าธรรมเนียมซื้อ | ยอดซื้อตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
จัดทำ ณ วันที่ 17 ก.ย. 2569
ระดับความเสี่ยง : 7
Reference
-ChinaAMC ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
-Tradingview ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
-IMF ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon