
Cambricon หุ้นแรกในประวัติศาสตร์ STAR Market ที่มูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านหยวน
Cambricon หุ้นแรกในประวัติศาสตร์ STAR Market ที่มูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านหยวน /โดย ลงทุนแมน
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตลาดหุ้น STAR Market ของเซี่ยงไฮ้ ตลาดที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมจีนโดยเฉพาะ คล้าย Nasdaq ของสหรัฐฯ
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตลาดหุ้น STAR Market ของเซี่ยงไฮ้ ตลาดที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมจีนโดยเฉพาะ คล้าย Nasdaq ของสหรัฐฯ
และมีหุ้นตัวหนึ่งกลายเป็นหุ้นแรกในประวัติศาสตร์ของตลาด ที่มูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านหยวน
หุ้นตัวนั้นคือ Cambricon Technologies บริษัทที่ถูกคาดหวังให้เป็น Nvidia แห่งเมืองจีน
หุ้นตัวนั้นคือ Cambricon Technologies บริษัทที่ถูกคาดหวังให้เป็น Nvidia แห่งเมืองจีน
แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้ Cambricon เคยผ่านทั้งการถูกลูกค้ารายใหญ่อย่าง Huawei ยกเลิกสัญญา ขาดทุนต่อเนื่องหลายปี และถูกขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐฯ มาก่อน
แล้วเส้นทางจากบริษัทที่เกือบไปไม่รอด
จนมาเป็นหุ้นแรกที่แตะระดับล้านล้านหยวนได้ เป็นมาอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จนมาเป็นหุ้นแรกที่แตะระดับล้านล้านหยวนได้ เป็นมาอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Cambricon Technologies เป็นบริษัทชิปจากประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดยสองพี่น้องชื่อว่าคุณ Chen Yunji และคุณ Chen Tianshi
ทั้งคู่จบปริญญาเอกด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน และเข้าทำงานที่สถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง Chinese Academy of Sciences หรือ CAS
ต่อมา พวกเขาได้เข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาชิปประมวลผล สำหรับรองรับเทคโนโลยี Deep Learning ที่เป็นยุคเริ่มต้นของ AI สมัยใหม่ ก่อนสร้างชิปต้นแบบเรียกว่า Cambricon ตามชื่อยุคแคมเบรียนในประวัติศาสตร์โลก ที่เป็นช่วงเวลาสำคัญของวิวัฒนาการทางชีวภาพ
หลังจากนั้น CAS เห็นศักยภาพของโครงการนี้ จึงแยกออกมาตั้งเป็นบริษัท Cambricon Technologies และให้คุณ Chen Tianshi ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท
โมเดลธุรกิจของ Cambricon มีลักษณะคล้ายกับ Nvidia คือเป็นผู้ออกแบบดิไซน์ชิป แล้วไปจ้างโรงงานอื่นผลิตให้
ช่วงแรก บริษัทได้รับเงินลงทุนจากยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และ Lenovo รวมถึงได้ทำสัญญาผลิตชิปให้กับ Huawei
แต่เส้นทางของ Cambricon กลับต้องเจออุปสรรคมากมาย
ปี 2018 Huawei ยกเลิกสัญญากับ Cambricon เพราะต้องการหันไปใช้ชิปของเครือตัวเองแทน ซึ่งกระทบรายได้ของ Cambricon อย่างหนัก
บวกกับธรรมชาติของธุรกิจชิปที่ต้องใช้งบ R&D สูงต่อเนื่องเพื่อไล่ตามเทคโนโลยี ทำให้ Cambricon ขาดทุนต่อเนื่องแทบทุกปี
สถานการณ์ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก เพราะในปี 2022 เมื่อ Cambricon ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ ตัดสิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงที่สหรัฐฯ มีอิทธิพลอยู่ เช่น ควบคุมไม่ให้ TSMC รับจ้างผลิตชิปให้ หากฝ่าฝืน สหรัฐฯ จะไม่ขายอุปกรณ์และซอฟต์แวร์การผลิตให้
ส่งผลให้ Cambricon ผลิตชิปได้ยากลำบากขึ้นและถูกชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีไปโดยปริยาย นักลงทุนสถาบันบางราย รวมถึง Alibaba เองก็ถอดใจขายหุ้นออกไปทั้งหมด
หลายคนเห็นแบบนี้ คงคิดว่าธุรกิจของ Cambricon น่าจะเดินมาถึงทางตัน..
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือเดือนมกราคม ปี 2025 เมื่อ DeepSeek แช็ตบอตอัจฉริยะของจีนเปิดตัว ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าโมเดลฝั่งสหรัฐฯ มาก จุดกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในจีนอย่างมหาศาล
ขณะเดียวกันรัฐบาลจีนก็เร่งนโยบายลดการนำเข้าชิปจากต่างประเทศ ผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ หันมาพึ่งพาชิปในประเทศแทน
Cambricon ที่เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่แล้ว กลายเป็นผู้เล่นที่ตอบโจทย์กับนโยบายทันที โดยบริษัทพัฒนาชิปรุ่นใหม่ Siyuan 690 ที่โฆษณาว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกับชิป H100 ของ Nvidia จนได้รับการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรมจีนว่า ชิปมีคุณภาพตรงสเปกที่ DeepSeek ต้องการ พร้อมตั้งงบ R&D อีก 20,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ปัจจัยเหล่านี้เริ่มสะท้อนไปยังผลประกอบการ
ปี 2023 รายได้ 3,155 ล้านบาท ขาดทุน 3,773 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 5,224 ล้านบาท ขาดทุน 2,011 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 32,187 ล้านบาท กำไร 10,201 ล้านบาท
ปี 2023 รายได้ 3,155 ล้านบาท ขาดทุน 3,773 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 5,224 ล้านบาท ขาดทุน 2,011 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 32,187 ล้านบาท กำไร 10,201 ล้านบาท
และล่าสุด ครึ่งปีแรก 2026 บริษัทมีรายได้ 29,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ 11,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123%
ผลประกอบการที่โตต่อเนื่องนี้เอง ที่ผลักให้ราคาหุ้น Cambricon วิ่งแรงจนวันที่ 30 มิถุนายน 2026 มูลค่าบริษัทแตะระดับ 1 ล้านล้านหยวนระหว่างการซื้อขายเป็นครั้งแรก กลายเป็นหุ้นแรกในประวัติศาสตร์ STAR Market ที่ทำได้ ด้วยราคาหุ้นที่บวกไปแล้วกว่า 77% นับจากต้นปี 2026
แต่หลังจากจุดนั้น ราคาหุ้นก็ผันผวนหนักไม่ต่างจากช่วงพุ่งขึ้น ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ Cambricon ปรับลงมาอยู่ที่ราว 655,800 ล้านหยวน คิดเป็น P/E Ratio ที่ราว 199 เท่า
ตัวเลข P/E นี้ลดลงมากจากที่เคยอยู่ระดับ 556 เท่าในช่วงก่อนหน้า ไม่ใช่เพราะราคาหุ้นร่วงแรงอย่างเดียว แต่เพราะกำไรของบริษัทโตเร็วขึ้นจนไล่ตามความคาดหวังของตลาดได้ทัน
จากหุ้นที่เคยถูกมองว่าแพงกว่าพื้นฐานความจริงมาก
วันนี้ Cambricon กำลังพิสูจน์ตัวเองด้วยตัวเลข
วันนี้ Cambricon กำลังพิสูจน์ตัวเองด้วยตัวเลข
และ Cambricon ก็ไม่ใช่บริษัทเดียว ที่กำลังเดินเรื่องราวแบบนี้อยู่ แต่ยังมีหุ้นเทคโนโลยีของจีนอีกมาก ที่มีเรื่องราวคล้าย ๆ กัน..
แล้วมีตัวไหนอีกบ้าง ติดตามได้ด้านล่าง
--------------
กองทุนเทคจีน STAR50 สกุลเงินหยวนกองแรก ค่าจัดการต่ำ มาแล้ว
กองทุน TLCHINASTAR50-X จาก บลจ. ทาลิส IPO วันที่ 18 - 23 ก.ย. 69
✅SeriesX™ กองแรก ค่าจัดการต่ำสุดในกองทุนดัชนี STAR 50
✅ลงทุน Onshore จีนด้วยเงินหยวนตรง ลดขั้นตอนการแปลงสกุลเงินหลายทอด
✅โฟกัสเน้น ๆ 50 บริษัท Hard Tech จีนแห่งอนาคต
✅ได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย
✅ลงทุน Onshore จีนด้วยเงินหยวนตรง ลดขั้นตอนการแปลงสกุลเงินหลายทอด
✅โฟกัสเน้น ๆ 50 บริษัท Hard Tech จีนแห่งอนาคต
✅ได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย
โปรโมชันช่วง IPO ลด 10% ค่าธรรมเนียมซื้อ | ยอดซื้อตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ
ซื้อได้ที่ WealthX โหลดที่ wealthx.co/getapp
ซื้อได้ที่ WealthX โหลดที่ wealthx.co/getapp
จีนมีขนาดเศรษฐกิจเกือบ 1 ใน 5 ของโลก
แต่มีน้ำหนักในดัชนีหุ้นโลกเพียงประมาณ 3%
แต่มีน้ำหนักในดัชนีหุ้นโลกเพียงประมาณ 3%
จีนกำลังเร่งสร้าง Technology Ecosystem ของตัวเอง ตั้งแต่ชิป Memory, AI, เครื่องจักรผลิตชิป ไปจนถึง Advanced Manufacturing
ตลาดที่อยู่ตรงกลางของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ STAR Market
ตลาดทุนสำหรับบริษัท Deep Tech ของจีน
ตลาดทุนสำหรับบริษัท Deep Tech ของจีน
และดัชนีเรือธงอย่าง STAR 50 จะรวบรวม 50 บริษัทขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงบนตลาดแห่งนี้
จุดต่างสำคัญคือ STAR 50 ไม่ได้เน้นหุ้นเทคแบบดัชนีจีนทั่วไป ที่มีฝั่งผู้บริโภค เช่น Tencent, Alibaba
แต่หนักไปทาง Hard Tech เช่น
-Cambricon ชิป AI
-Montage Technology ชิป Memory และ Data Center
-Hygon CPU และ AI Server
-SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน
-Montage Technology ชิป Memory และ Data Center
-Hygon CPU และ AI Server
-SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน
พูดง่าย ๆ คือ..
ถ้าดัชนีจีนทั่วไปสะท้อนเศรษฐกิจจีน
STAR 50 จะสะท้อนเทคโนโลยีที่จีนกำลังใช้สร้างเศรษฐกิจในอนาคต
ถ้าดัชนีจีนทั่วไปสะท้อนเศรษฐกิจจีน
STAR 50 จะสะท้อนเทคโนโลยีที่จีนกำลังใช้สร้างเศรษฐกิจในอนาคต
สำหรับนักลงทุนไทย สามารถเข้าถึงธีมนี้ผ่าน TLCHINASTAR50-X จาก บลจ.ทาลิส ที่จะเข้าไปลงทุนในกองทุนลงหลัก ChinaAMC SSE STAR 50 ETF บนตลาดเซี่ยงไฮ้ และเป็นกองแรกในไทย ที่จะแลกเงินบาทเป็นเงินหยวนเพื่อลงทุนโดยตรง
พร้อมกับเป็นกองทุน SeriesX™ ค่าจัดการสุดในธีมนี้
มีค่าจัดการ 0.59% และ TER 0.79% ต่อปี
มีค่าจัดการ 0.59% และ TER 0.79% ต่อปี
ดังนั้น หากจีนสามารถสร้างชิป AI และ Supply Chain เทคโนโลยีของตัวเองได้สำเร็จ
STAR 50 ก็คือหนึ่งในดัชนีที่รวมบริษัทซึ่งอยู่ใจกลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้..
STAR 50 ก็คือหนึ่งในดัชนีที่รวมบริษัทซึ่งอยู่ใจกลางของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้..
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
จัดทำ ณ วันที่ 17 ก.ย. 2569
ระดับความเสี่ยง : 7
ระดับความเสี่ยง : 7
Reference
-ChinaAMC ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
-Tradingview ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
-IMF ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
-ChinaAMC ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
-Tradingview ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569
-IMF ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569