
อธิบายทำไม S&P 500 ฮาลาล ทำผลตอบแทนชนะ S&P 500 แบบธรรมดา
อธิบายทำไม S&P 500 ฮาลาล ทำผลตอบแทนชนะ S&P 500 แบบธรรมดา /โดย ลงทุนแมน
รู้หรือไม่ว่า นอกจากดัชนี S&P 500 แล้ว ยังมีดัชนี S&P 500 Sharia Industry Exclusions หรือแปลแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าดัชนี S&P 500 แบบฮาลาลด้วย
สิ่งที่น่าสนใจคือ มี ETF ที่ลงทุนใน S&P 500 แบบฮาลาลนั่นคือ SP Funds S&P 500 Sharia Industry Exclusions ETF หรือมีชื่อย่อว่า SPUS
และ ETF ตัวนี้ยังทำผลตอบแทนชนะ ETF ที่ลงทุนใน S&P 500 อย่าง VOO ด้วย โดย
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี
SPUS = 26.30%, VOO = 20.34%
SPUS = 26.30%, VOO = 20.34%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี
SPUS = 22.51%, VOO = 21.01%
SPUS = 22.51%, VOO = 21.01%
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
SPUS = 14.72%, VOO = 12.75%
SPUS = 14.72%, VOO = 12.75%
S&P 500 ฮาลาลคืออะไร ?
ทำไมให้ผลตอบแทนสูงกว่า S&P 500 แบบธรรมดาในช่วงที่ผ่านมา ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ทำไมให้ผลตอบแทนสูงกว่า S&P 500 แบบธรรมดาในช่วงที่ผ่านมา ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
สำหรับหุ้นฮาลาลคือ หุ้นที่ผ่านการคัดกรองตามหลักศาสนาอิสลาม หรือสอดคล้องกับการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์
ส่วนหุ้นที่ไม่ฮาลาล หรือฮารอม จะแบ่งได้เป็น 5 ประเภทธุรกิจหลัก ๆ คือ
1. ธุรกิจที่เป็นกลุ่มสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร, ประกันภัย และกลุ่มปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้มีรายได้จากริบาหรือดอกเบี้ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมและต้องห้ามตามหลักศาสนา
2. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง เช่น โรงภาพยนตร์, ดนตรี และโรงแรมทั่วไป
ทั้งนี้ก็มีโรงแรมฮาลาลด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นโรงแรมที่ปฏิบัติถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม
เช่น ไม่มีอาหารที่ทำจากเนื้อหมู, ไม่มีบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, มีพื้นที่สำหรับการทำละหมาด, ไม่มีสถานบันเทิงภายในโรงแรม และอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากกฎเกณฑ์เหล่านี้แล้ว จะมีกฎเกณฑ์เพิ่มเติมถึง 13 ข้อจากโรงแรมทั่วไป
3. ธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับสุกร เช่น ฟาร์มสุกร และร้านอาหารที่จัดจำหน่ายเนื้อสุกร
4. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอบายมุข เช่น ยาสูบ, แอลกอฮอล์ และการพนัน
5. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสงคราม เช่น ธุรกิจค้าอาวุธ
นอกจากจะดูประเภทของกิจการแล้ว โครงสร้างทางการเงินของกิจการก็เป็นตัวชี้วัดเรื่องความฮาลาลด้วย
โดยเกณฑ์โครงสร้างทางการเงินที่ถือว่าขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม เป็นดังนี้
1. หนี้สินต่อสินทรัพย์ สูงกว่า 33%
2. ลูกหนี้และเงินสดต่อสินทรัพย์ สูงกว่า 50%
3. เงินสดและตั๋วเงินชนิดมีดอกเบี้ยต่อสินทรัพย์รวม สูงกว่า 33%
4. ดอกเบี้ยรวมและรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามต่อรายได้รวม สูงกว่า 5%
2. ลูกหนี้และเงินสดต่อสินทรัพย์ สูงกว่า 50%
3. เงินสดและตั๋วเงินชนิดมีดอกเบี้ยต่อสินทรัพย์รวม สูงกว่า 33%
4. ดอกเบี้ยรวมและรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามต่อรายได้รวม สูงกว่า 5%
ซึ่งเกณฑ์ที่กล่าวมา เป็นการตีความจากอัลกุรอาน และเป็นไปตามหลักของชะรีอะฮ์
พออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะเข้าใจแล้วว่า S&P 500 ฮาลาลคืออะไร
S&P 500 ฮาลาล ก็คือการเลือกหุ้นใน S&P 500 ที่ผ่านการคัดกรองตามหลักศาสนาอิสลาม
ดังนั้นหุ้นที่ขัดกับหลักศาสนา ก็จะถูกคัดออกทันที
ไม่ว่าจะเป็น Berkshire Hathaway ประกัน, JPMorgan Chase สถาบันการเงิน, Netflix แพลตฟอร์มดูหนัง, Disney ค่ายภาพยนตร์, McDonald's ร้านอาหารฟาสต์ฟูด, Philip Morris International ผลิตบุหรี่ หรือ RTX ผู้พัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ตาม
จากเรื่องนี้ทำให้ SPUS กองทุน S&P 500 แบบฮาลาล จึงมีหุ้นในพอร์ตประมาณ 200 หุ้นเท่านั้น
ผลตอบแทนจึงต่างจากกองทุน S&P 500 แบบทั่วไป
แล้วทำไม S&P 500 ฮาลาล ถึงทำผลตอบแทนชนะ S&P 500 แบบธรรมดา ?
ถ้าเราดูกลุ่มหุ้นที่กอง S&P 500 ฮาลาล ถือครองอยู่จะพบว่า มีสัดส่วนลงทุนในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีสูงถึง 60% ของพอร์ตเลยทีเดียว พอ ๆ กับกอง Nasdaq 100 อย่าง QQQ
ขณะที่กอง S&P 500 ธรรมดา จะมีสัดส่วนลงทุนในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีประมาณ 37%
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมากลุ่มหุ้นเทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น S&P 500 ฮาลาล ที่มีการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มนี้มากกว่า S&P 500 ธรรมดา จึงทำผลตอบแทนได้สูงกว่านั่นเอง
ปิดท้าย รู้ไหมว่า ถ้าแกะหุ้นในพอร์ตของ SPUS จะพบว่า 5 หุ้นที่ถือครองมากที่สุด ได้แก่ NVIDIA, Apple, Microsoft, Alphabet และ Broadcom มีสัดส่วนสูงถึง 45% หรือเกือบครึ่งของพอร์ต
ก็คงพอสรุปได้ว่า การลงทุนในดัชนี S&P 500 แบบฮาลาล ที่ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา
เพราะข้อจำกัดทางศาสนา ได้กลายมาเป็นตะแกรงร่อนชั้นดี ที่คัดเอาหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมออกไป และดันไปเพิ่มน้ำหนักให้กับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในยุคนี้แบบพอดี
เรื่องนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า บางครั้งข้อจำกัดที่เข้มงวด ไม่ได้แปลว่าจะต้องแลกมาด้วยผลตอบแทนที่ลดลงเสมอไป
เพราะถ้าข้อจำกัดนั้น อยู่ถูกที่ ถูกเวลา มันก็อาจจะสร้างผลตอบแทนที่ชนะตลาด แบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง ได้เหมือนกัน..