
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 30 ปี พุ่งแตะ 5.6% สูงสุดในรอบ 24 ปี.. ท่ามกลางแรงเทขายในตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน และทะลุระดับ 5.6%
ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปี 2002 ที่เป็นช่วงหลังการแตกของฟองสบู่ดอตคอม
การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนในรอบนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ขณะที่การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในปริมาณมาก ก็เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดตราสารหนี้
ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก กำลังเผชิญความผันผวนอย่างหนัก หลังราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง จากสงครามในตะวันออกกลาง กำลังส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจทั่วโลก
และทำให้นักลงทุนเพิ่มการเดิมพันว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
สำหรับสหรัฐฯ กิจกรรมทางธุรกิจที่เร่งตัวขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับระดับหนี้ของรัฐบาล ได้กลายเป็นแรงส่งเพิ่มเติมให้กับแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ซึ่งกำลังกลายเป็นการเทขายครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การประกาศขึ้นภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์ในเดือนเมษายน 2025 ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกปั่นป่วนอย่างหนัก
นักกลยุทธ์จาก Citigroup มองว่า ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะที่เรียกว่า Light Buyer’s Strike หรือสถานการณ์ที่ผู้ซื้อส่วนหนึ่งชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร
ขณะเดียวกัน Yardeni Research ระบุว่า การคลายสถานะของ Yen-funded carry trade กลยุทธ์ที่นักลงทุนกู้ยืมเงินเยนที่มีต้นทุนต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ก็กำลังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งแรงเทขายในตลาด
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางรายมองเห็นโอกาสท่ามกลางความวุ่นวายครั้งนี้
หนึ่งในนั้นคือ Jim Bianco นักวิเคราะห์ตลาดจาก Wall Street ที่มีประสบการณ์ยาวนาน และกำลังกลับมามองเป็นบวกต่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี
ขณะที่ Chris Iggo นักลงทุนตราสารหนี้ที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน กล่าวว่า พันธบัตรกำลังมีโอกาสฟื้นตัว หลังจากเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แรงเทขายยังเกิดขึ้นกับพันธบัตรในเกือบทุกช่วงอายุ โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 5.29% กำลังซื้อขายอยู่ที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007