
ผ่าอินไซต์ LINE OpenChat คนไทยใช้ 24 ล้านคนต่อเดือน เยอะกว่าในญี่ปุ่น
พฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน LINE ของคนไทย กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานชาวไทยถึง 24 ล้านคนต่อเดือน ที่ใช้เวลาไปกับการพูดคุยในห้องแชตกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้า
ฟีเชอร์นี้มียอดการเปิดเข้าใช้งานและรับส่งข้อความรวมกันสูงทะลุ 2,250 ล้านครั้งต่อเดือน ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นตลาดที่มีผู้ใช้งานสูงสุดเป็นอันดับ 1 แซงหน้าประเทศต้นกำเนิดอย่างญี่ปุ่น และไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย
ย้อนกลับไปในปี 2018 LINE ได้เริ่มต้นโปรเจกต์ทดลองเล็ก ๆ ในชื่อ LINE Square เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนที่มีความสนใจเฉพาะกลุ่มมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
โปรเจกต์นี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนถูกพัฒนาและเปลี่ยนชื่อมาเป็น LINE OpenChat ในเวลาต่อมา
ความน่าสนใจคือ แพลตฟอร์มนี้ได้กลายมาเป็นคอมมูนิตี้ที่ผู้คนต้องเข้ามาอัปเดตและพูดคุยกันทุกวัน
หากเจาะลึกลงไปในอินไซต์ของผู้ใช้งาน จะพบว่ามีกลุ่มความสนใจหลักที่ขับเคลื่อนแทรฟฟิกมหาศาล ได้แก่
- กลุ่ม Fandom (แฟนคลับ) มีผู้ใช้งานกว่า 1.3 ล้านคนต่อวัน เพื่อใช้รวมพลังซัปพอร์ตศิลปิน อัปเดตตารางงาน นัดหมายสถานที่ นัดโหวต และทำกิจกรรมร่วมกัน
- กลุ่ม Study (การศึกษา) มีเด็กนักเรียนและนักศึกษากว่า 1.2 ล้านคนต่อวัน ใช้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสมุดจด ติวสอบ และส่งงาน จุดแข็งสำคัญที่ทำให้กลุ่มนี้เติบโตคือ ความเป็นส่วนตัว เนื่องจากผู้ใช้สามารถตั้งชื่อโปรไฟล์ใหม่ได้สำหรับแต่ละห้อง โดยไม่ต้องใช้โปรไฟล์ LINE หลัก ทำให้เด็กรุ่นใหม่รู้สึกสบายใจที่จะตั้งคำถาม
- กลุ่มองค์กรและหน่วยงาน มีผู้ใช้งาน 8 แสนคนต่อวัน โดยหน่วยงานเอกชนและราชการส่วนท้องถิ่น นำมาใช้สื่อสารและประกาศข่าวสารภายในชุมชน
- กลุ่ม Job & Career มีผู้ใช้งาน 7 แสนคนต่อวัน เพื่อสอบถามและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการหางาน
นอกเหนือจากกลุ่มหลัก ยังมีห้องความสนใจเฉพาะทาง ให้เลือกมากกว่า 100 หมวดหมู่ รวมถึงพฤติกรรมแปลกใหม่อย่าง ห้องสวมบทบาท ที่คนเข้ามาสวมบทเป็นตัวละครในโลกเวทมนตร์ หรือศิลปินวง BLACKPINK
ไปจนถึงห้องฮีลใจ ที่คนแปลกหน้าเข้ามาคอยส่งกำลังใจให้กันในเช้าวันฝนตก รถติด หรือบอกฝันดีก่อนนอน โดยไม่ต้องรู้จักตัวจริง
ในยามวิกฤตระดับชาติ LINE OpenChat ยังทำหน้าที่เป็นช่องทางสื่อสารหลัก ตัวอย่างเช่น ในช่วงโควิด-19 มีผู้ใช้งานพุ่งสูงถึง 30 ล้านคนต่อวัน เพื่อประสานงานและร้องขอการส่งมอบยา ในเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมล่าสุดที่หาดใหญ่และกรุงเทพฯ
แพลตฟอร์มนี้ก็กลายเป็นกระดานข่าวกลาง สำหรับอัปเดตระดับน้ำและเส้นทางสัญจรอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ใช้งานสูงถึง 2.9 ล้านคนต่อวัน
แม้จะมีฐานผู้ใช้ระดับประเทศ แต่ LINE OpenChat กลับมีจุดอ่อนสำคัญ คือเรื่องของการค้นหา หากผู้ใช้งานไม่ทราบชื่อห้องที่แน่ชัด ไม่มีคนส่งลิงก์เชิญ หรือไม่ได้สแกนคิวอาร์โค้ด การจะหาคอมมูนิตี้ที่ตรงใจเพื่อเข้าร่วม ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เพื่อแก้ปัญหานี้ LINE จึงตัดสินใจยกเครื่องเส้นทางของผู้ใช้ใหม่ทั้งหมด ด้วยการขยับ OpenChat ขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มหลักบนแท็บที่ 3 หรือแท็บตรงกลางของแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ
การขยับครั้งนี้มาพร้อมแคมเปญ "เพื่อนอินหาง่าย จอยได้แท็บสาม" เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมจากการที่ผู้ใช้ต้องเป็นฝ่ายดิ้นรนค้นหาห้อง มาเป็นการจัดหมวดหมู่ แนะนำคอนเทนต์ และนำเสนอเทรนด์ฮิตให้ผู้คนกดสำรวจ และเข้าร่วมได้ทันทีจากหน้าแท็บหลัก
ผลลัพธ์จากการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์เพียง 1 เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569) สร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
- ยอดผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือน (MAU) เพิ่มขึ้น 4 ล้านคน จาก 20 ล้านคน เป็น 24 ล้านคน
- ยอดการเข้าใช้งานเฉพาะหน้าแท็บ OpenChat สูงถึงเกือบ 67 ล้านครั้ง
- มียอดค้นหาและกดเข้าร่วมห้องสูงถึง 7.4 ล้านครั้ง
- ส่งผลให้ยอดการเข้าใช้งาน LINE OpenChat โดยรวมพุ่งจาก 1,800 ล้านครั้งต่อเดือน เป็นกว่า 2,250 ล้านครั้งต่อเดือน
เพื่อรองรับการขยายตัว LINE ได้เพิ่มฟีเชอร์ใหม่ ๆ เข้ามาช่วยบริหารจัดการชุมชนที่รองรับสมาชิกสูงสุดถึง 200,000 คน ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนป้องกันมิจฉาชีพ, ฟีเชอร์ Thread สำหรับแยกคุยหัวข้อย่อย และฟีเชอร์ AI Summary ที่ช่วยสรุปข้อความอัตโนมัติวันละ 4 ครั้ง เพื่อให้ผู้ใช้ตามบทสนทนาได้ทัน
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในโลกของการพัฒนาแพลตฟอร์ม การมีผลิตภัณฑ์ที่ดี และมีผู้ใช้งานหลักสิบล้านคน อาจยังไม่เพียงพอ หากเส้นทางที่จะพาลูกค้ารายใหม่ไปเจอผลิตภัณฑ์นั้นยังซับซ้อนและมีกำแพงขวางกั้น
การนำของดีที่ซ่อนอยู่หลังบ้าน มาจัดหมวดหมู่และวางโชว์ไว้ตรงกลางแอปพลิเคชัน จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ปลดล็อกการเติบโต และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน แบรนด์สินค้า รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ สามารถเข้ามาสร้างเครือข่าย และเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร้รอยต่อยิ่งขึ้น..