
ไฮเออร์ เดินหน้าแผนลงทุน 5,250 ล้านบาท ปักหมุดโรงงานเครื่องซักผ้าพรีเมียมแห่งใหม่ จ.ระยอง ชูกำลังผลิต 3 ล้านเครื่องต่อปี หนุนไทยฐานผลิตสำคัญอาเซียน ป้อนตลาดในประเทศ–ส่งออกทั่วโลก
ไฮเออร์ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าสมาร์ทโฮม และแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 17 ปี ตอกย้ำความเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทย เดินหน้าแผนขยายการลงทุน ทุ่มงบกว่า 5,250 ล้านบาท ปักหมุดโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าแห่งใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 5 จังหวัดระยอง

มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมแห่งสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 3 ล้านเครื่องต่อปี รองรับความต้องการเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีดูแลเสื้อผ้าขั้นสูงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมแห่งสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 3 ล้านเครื่องต่อปี รองรับความต้องการเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีดูแลเสื้อผ้าขั้นสูงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
พร้อมวางเป้าหมายส่งออก 60–70% ของกำลังการผลิต สู่ตลาดสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตะวันออกกลาง ย้ำบทบาทประเทศไทยในเครือข่ายการผลิตและห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของไฮเออร์
ล่าสุด จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตเครื่องซักผ้าแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐไทย รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ผู้แทนหน่วยงานจีนในประเทศไทย และพันธมิตรทางธุรกิจ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวสำคัญของการขยายการลงทุนครั้งนี้
การขยายการลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ไฮเออร์ในการรุกตลาดเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียม รองรับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดูแลเสื้อผ้าและสุขอนามัยมากขึ้น จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการขยายตัวของสังคมเมือง สอดคล้องกับผลการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าระดับกลางถึงบนและระดับพรีเมียมของไฮเออร์เติบโตถึง 58%
ขณะที่ตลาดเครื่องซักผ้าระดับอัลตร้าพรีเมียม ซึ่งมีราคาจำหน่ายมากกว่า 60,000 บาท ไฮเออร์เป็นแบรนด์สัญชาติจีนเพียงรายเดียวที่ติดอันดับ 3 แบรนด์ชั้นนำในตลาด สะท้อนโอกาสการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับบน
อย่างไรก็ตาม ตลาดเครื่องซักผ้าพรีเมียมในประเทศไทยที่ผ่านมายังคงพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก ไฮเออร์จึงเดินหน้ายกระดับฐานการผลิตภายในประเทศ เพื่อลดข้อจำกัดด้านระยะเวลาการจัดส่งสินค้าและเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการของตลาด
โดยโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง จะนำระบบสายการผลิตอัจฉริยะมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน พร้อมรองรับการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียม 2 กลุ่มหลัก ที่มุ่งตอบโจทย์การดูแลเสื้อผ้าและสุขอนามัยของผู้บริโภคยุคใหม่ ได้แก่
- Haier Triple Drum เครื่องซักผ้านวัตกรรมถังซัก 3 ถังในเครื่องเดียว ประกอบด้วยถังซักหลัก 1 ถัง และถังซักขนาดเล็กอีก 2 ถัง รองรับการแยกซักเสื้อผ้าเด็ก ชุดชั้นใน และเสื้อผ้าทั่วไปได้อย่างสะดวก ช่วยดูแลสุขอนามัยของเสื้อผ้าแต่ละประเภท
- Haier X Series เครื่องซักผ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยี Ultra Fresh Air และฟังก์ชัน Essence Wash ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซักทำความสะอาด พร้อมช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้อย่างยาวนานและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในถังซัก
นอกจากนี้ ไฮเออร์ยังวางกลยุทธ์ใช้ความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งของโรงงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงสิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคำสั่งซื้อและการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และภาษีศุลกากร พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการส่งมอบสินค้าและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมทั่วโลก
นอกเหนือจากการรองรับความต้องการของตลาดในประเทศและการขยายโอกาสส่งออก การลงทุนโรงงานเครื่องซักผ้าแห่งใหม่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ไฮเออร์ในการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการผลิตระดับโลก โดยต่อยอดจากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไฮเออร์ได้ขยายการลงทุนและพัฒนาฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในจังหวัดปราจีนบุรี ฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศในจังหวัดชลบุรี และฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในจังหวัดระยอง
ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายประเภท รองรับตลาดสำคัญทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยขยายศักยภาพการผลิตสู่กลุ่มเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียม พร้อมเพิ่มบทบาทประเทศไทยในเครือข่ายการผลิตและส่งออกของไฮเออร์
ในระดับโลก ไฮเออร์มีเครือข่ายนิคมอุตสาหกรรมรวม 35 แห่ง และศูนย์การผลิต 173 แห่ง พร้อมเตรียมเปิดดำเนินการนิคมอุตสาหกรรมระยะที่ 2 ในประเทศอียิปต์ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อขยายฐานการผลิตให้ใกล้กับตลาดปลายทาง เพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาชิ้นส่วน การผลิต และการส่งมอบสินค้า ตลอดจนเสริมความยืดหยุ่นในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
โดยเครือข่ายดังกล่าวยังสนับสนุนความแข็งแกร่งของไฮเออร์ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันครองอันดับ 1 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีนในตลาดยุโรป และครองอันดับ 1 ในตลาดออสเตรเลียผ่านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วย 2 แบรนด์
การขยายฐานการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมในจังหวัดระยองจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพการผลิตของประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกของไฮเออร์ เพื่อรองรับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว