ทำไมแบรนด์รถยนต์ Xpeng รุกตลาดแฟชั่นโชว์ ?

ทำไมแบรนด์รถยนต์ Xpeng รุกตลาดแฟชั่นโชว์ ?

รถยนต์ไฟฟ้าที่ขึ้นรันเวย์ในงานแฟชั่นโชว์
ภาพนี้เกิดขึ้นจริง ที่ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม ในงาน ELLE Fashion Week 2026 ระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2569
โดยรถของ Xpeng 3 รุ่น คือ THE NEW XPENG L03, G6 และ X9 ได้เปิดเวทีแฟชั่นโชว์รอบแรกของงาน ร่วมกับ 6 แบรนด์แฟชั่นไทย
แล้วทำไมแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสายเทคโนโลยี ต้องมาอยู่ในงานแฟชั่น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มจากสนามที่ Xpeng กำลังแข่งอยู่ก่อน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย โตเร็วมาก ปี 2568 มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า 120,301 คัน เพิ่มขึ้น 80.27%
ส่วน Xpeng ขายได้ราว 3,000 คัน และตั้งเป้าปี 2569 เพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือประมาณ 6,000 - 7,000 คัน
ขณะเดียวกัน รถ 2 รุ่นหลักที่ Xpeng ขายในไทย อยู่ในระดับพรีเมียม
G6 ราคา 1.189 - 1.489 ล้านบาท
X9 ราคา 2.399 - 2.799 ล้านบาท
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ผู้เล่นเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ลงเล่นในสงครามราคากัน
ทีนี้ ก็มาถึงเหตุผลที่แบรนด์ Xpeng เลือกไปรันเวย์

คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ซีอีโอของ Xpeng ประเทศไทย อธิบายว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ก้าวข้ามกลุ่มผู้ใช้กลุ่มแรก (Early Adopters) แล้ว เข้าสู่กลุ่มผู้ใช้กระแสหลัก (Mainstream) และกลุ่มตลาดระดับบน (Luxury Segment)
เมื่อลูกค้าเปลี่ยนจากคนที่ชอบลองของใหม่ เป็นคนทั่วไปที่มีกำลังซื้อสูง เรื่องสมรรถนะรถ จึงเป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์พูดได้เหมือนกัน
ดังนั้นสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้ในระยะยาว คือ "อารมณ์ คุณค่าของแบรนด์ และการตอบโจทย์ความเป็นปัจเจก"
ส่วนสเปกหรือสงครามราคา สร้างผลลัพธ์ได้แค่ชั่วคราว
แนวคิดนี้ Xpeng เรียกว่า "Design by Desire" คือออกแบบให้ตรงกับสิ่งที่คนอยากเป็น ไม่ได้ออกแบบจากสเปกอย่างเดียว
แล้วแฟชั่นเข้ามาเกี่ยวตรงไหน ?
บริษัทเรียกกลยุทธ์นี้ว่า Stepping Stone Strategy หรือก้าวเหยียบหินข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อเปลี่ยนภาพของแบรนด์ จากเดิมที่ผู้บริโภคมองว่าเป็นยานพาหนะและเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ไปเป็น Lifestyle Companion หรือเพื่อนร่วมไลฟ์สไตล์ ที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนของผู้ขับขี่
แฟชั่นจึงเป็นเวทีที่เหมาะ เพราะคนที่มาดูงานแบบนี้ คือกลุ่มที่แบรนด์อยากไปเจอ ทั้งนักออกแบบรุ่นใหม่ กลุ่มครีเอทีฟ และคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม Xpeng เพิ่งร่วมงานกับดีไซเนอร์ใน Bangkok International Fashion Week 2026 มาแล้ว โดยใช้แนวคิด From Runway to Road ที่โยงงานแฟชั่นไปถึงโชว์รูมและเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย บริษัทจึงเรียกช่วงนี้ว่า เป็นเดือนแห่ง "XPENG x Fashion"
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ วิธีคิดของทีมผู้บริหาร คุณอภิวันท์บอกว่า ทีมในไทยมีพื้นฐานแบบ "Non-Auto" คือไม่ได้ยึดตำราการตลาดรถยนต์แบบเดิม แต่เริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมของคน และความกังวลของลูกค้า แล้วทำการตลาดระดับท้องถิ่นให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละพื้นที่
ซึ่ง Xpeng ในไทย ผลตอบรับดี จนบริษัทแม่ชม และหลายกิจกรรมในไทย ถูกยกให้เป็นเคสต้นแบบ เพื่อนำไปเล่าในเวทีต่างประเทศ
แล้วหลังจากนี้ ภาพของ Xpeng จะไปทางไหน ?
บริษัทวางแผนขยายเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตคนเมืองหลายมิติ ทั้งศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมอาหารแบบ Fine Dining รวมถึงต่อยอดไปเป็นสินค้าอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน ก็เร่งพัฒนาบริการหลังการขาย เช่น ศูนย์ Xpeng Monitoring Center ที่ติดตามสภาพรถแบบเรียลไทม์ และขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ
ซึ่งสำคัญไม่แพ้ภาพลักษณ์ เพราะแบรนด์ที่ขายภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม ก็ต้องมีบริการที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจด้วย
เรื่องนี้สะท้อนว่า เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ามีเทคโนโลยีใกล้เคียงกันมากขึ้น สิ่งที่คนซื้อมองหา อาจเป็นความรู้สึกว่ารถคันนั้นเข้ากับตัวเองแค่ไหน
และเมื่อสเปกพูดแทนแบรนด์ได้ไม่พอ
แบรนด์ก็ต้องหาเวทีอื่นไปเล่าเรื่อง แม้เวทีนั้นจะเป็นรันเวย์ ที่ไม่เคยเป็นสนามของรถยนต์มาก่อน..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon