Apple เปิดตัว MacBook Pro จอภาพสัมผัสได้ครั้งแรก เริ่มต้น 104,900 บาท

Apple เปิดตัว MacBook Pro จอภาพสัมผัสได้ครั้งแรก เริ่มต้น 104,900 บาท

Apple เปิดตัว MacBook Pro เครื่องใหม่หมด มาพร้อมจอภาพ “PROLED XDR” ที่ใช้เทคโนโลยี OLED สองชั้น ซึ่ง Apple เรียกว่าเป็นจอภาพแล็ปท็อปที่ดีที่สุดในโลก
นี่เป็นครั้งแรกที่ Mac รองรับระบบสัมผัสบนหน้าจอ และยังได้ Dynamic Island จาก iPhone มาใช้ด้วย มีให้เลือกทั้งรุ่น 14 นิ้วและ 16 นิ้ว และจะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้
จอภาพ PROLED XDR ใช้แผง OLED สองชั้น ช่วยให้ความสว่างและระดับสีเทาสม่ำเสมอทั่วทั้งจอ และลดการสะท้อนภายในที่มักพบในจอ OLED แบบดั้งเดิม
- ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต ทั้งคอนเทนต์ HDR และ SDR
- อัตราส่วนคอนทราสต์ 10,000,000:1
- ProMotion อัตรารีเฟรชแบบปรับได้ 10-120Hz
- ขอบเขตสีครอบคลุมทั้ง P3 และ Adobe RGB ซึ่งสำคัญต่องานถ่ายภาพและงานออกแบบ
- สอบเทียบสีจากโรงงานทุกแผง และมีตัวเลือกกระจก Nano-texture ลดแสงสะท้อน
ระบบประมวลผลการแสดงผลจะควบคุมสี และความสว่างของทุกพิกเซล ในระดับต่ำกว่ามิลลิวินาที พร้อมปรับชดเชยตามเนื้อหา อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม รวมถึงติดตามการใช้งานของแต่ละพิกเซล เพื่อรักษาคุณภาพภาพในระยะยาว
นอกจากนี้ยังรองรับ genlock ที่ซิงค์อัตรารีเฟรชของจอให้ตรงกับจังหวะกล้อง ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากกับงานในกองถ่าย และมีแอป Apple Pro Display Calibrator ให้มืออาชีพสอบเทียบจอได้เอง
โดยผู้ใช้สามารถปัดเลื่อนหน้าเว็บ ถ่างนิ้วซูมรูป ลากสไลด์ข้ามงานนำเสนอ หรือแตะสองครั้งเพื่อขยายหน้าต่างเต็มจอได้แล้ว
เซ็นเซอร์ระบบสัมผัสถูกสร้างรวมไว้ในแผงจอภาพโดยตรง จึงตอบสนองได้เร็วขึ้น ส่วนบานพับก็ถูกออกแบบใหม่ให้หน้าจอมั่นคงขึ้นขณะใช้นิ้วแตะ
สำหรับผู้ใช้มืออาชีพ นักออกแบบสามารถวาดบนหน้าจอได้ทั้งผืน นักดนตรีเล่นซอฟต์แวร์อินสตรูเมนต์บนจอได้โดยตรง ส่วนนักพัฒนาสามารถทดสอบแอป iOS และ iPadOS บนจอ MacBook Pro ได้ทันที
แอปที่มีอยู่จำนวนมากใช้งานได้เลย เพราะ macOS จะแปลงการสัมผัสเป็นการคลิกให้อัตโนมัติ และมีแอปจากผู้พัฒนาภายนอกที่รองรับแล้ว เช่น Notion, Canva, Zoom, Microsoft Office, Adobe Lightroom, DaVinci Resolve และ Blender
ส่วน Dynamic Island บน Mac จะทำหน้าที่เหมือนบน iPhone คือใช้รับสาย ควบคุมเพลง ดูกิจกรรมสด หรือรับคำขอ AirDrop ได้ในจุดเดียว
จอ OLED มีโครงสร้างชั้นที่บางกว่า ทำให้ตัวเครื่องลดทั้งความหนาและน้ำหนัก
- รุ่น 14 นิ้ว หนัก 1.38 กก. (เบาลง 0.23 กก.) บางลงครึ่งมิลลิเมตร จอขนาด 14.2 นิ้ว
- รุ่น 16 นิ้ว หนัก 1.82 กก. (เบาลง 0.32 กก.) บางลงเกือบ 1 มิลลิเมตร จอขยายเป็น 16.3 นิ้ว
- แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมง และชาร์จเร็วได้ 50% ใน 30 นาที
Apple ยังออกแบบระบบระบายความร้อนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ชิปคงประสิทธิภาพระดับเดิมไว้ได้แม้ตัวเครื่องเบาลง และเบี่ยงลมร้อนให้ออกห่างจากจอภาพ
- หน่วยความจำรวมสูงสุด 128GB และพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 16TB
- ชิป M5 Pro เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักพัฒนา และครีเอทีฟ เช่น การคอมไพล์โค้ด การรันงาน AI การจัดลำดับ DNA และการตัดต่อวิดีโอ 8K ProRes หลายสตรีม
- ชิป M5 Max รองรับการรัน LLM ที่มีพารามิเตอร์หลายแสนล้านตัวบนเครื่องได้ทั้งหมด เหมาะกับศิลปิน VFX นักพัฒนา AI และนักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์
- มี Neural Accelerator ฝังอยู่ในทุกคอร์ GPU และเอนจิ้นเรย์เทรซิงรุ่นที่ 3
สเปกอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- ลำโพง 6 ตัว เบสลึกขึ้น 50% รองรับ Dolby Atmos
- กล้อง Center Stage 12MP และไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอ
- Thunderbolt 5 สามพอร์ต, HDMI, ช่อง SDXC, MagSafe และช่องเสียบหูฟัง
- ต่อจอภายนอกได้สูงสุด 3 จอ (M5 Pro) และ 4 จอ (M5 Max)
- Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Touch ID
- มาพร้อม macOS 27 Golden Gate
สำหรับราคาในประเทศไทย
- 14 นิ้ว M5 Pro เริ่มต้น 104,900 บาท (ราคาการศึกษา 98,900 บาท)
- 16 นิ้ว M5 Pro เริ่มต้น 124,900 บาท (ราคาการศึกษา 117,900 บาท)
- 14 นิ้ว M5 Max เริ่มต้น 161,900 บาท (ราคาการศึกษา 150,600 บาท)
- 16 นิ้ว M5 Max เริ่มต้น 174,900 บาท (ราคาการศึกษา 164,300 บาท)
โดยสามารถสั่งซื้อได้แล้วใน 30 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยเร็ว ๆ นี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon