
Google หุ้นดิ่ง -10% หลังงบ Q3 พลาดเป้าครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี กระแสเงินสดติดลบหนัก
Alphabet Inc. บริษัทแม่ของ Google ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ซึ่งรายได้และกำไรต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด พร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี ส่งผลให้หุ้นร่วง 10% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด
ผลประกอบการรอบนี้ยิ่งทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องเม็ดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่บริษัททุ่มลงไปกับ AI เพราะกระแสเงินสดอิสระของบริษัทติดลบหนักกว่าที่คาดไว้มาก
ภาพรวมผลประกอบการ Q3 2026
-รายได้รวม 127,580 ล้านดอลลาร์ เติบโต 25% (คาดไว้ 128,220 ล้านดอลลาร์)
-รายได้รวม 127,580 ล้านดอลลาร์ เติบโต 25% (คาดไว้ 128,220 ล้านดอลลาร์)
-กำไรจากการดำเนินงาน 40,580 ล้านดอลลาร์ เติบโต 30% (แต่คาดไว้ 43,190 ล้านดอลลาร์)
-กำไรสุทธิ 26,170 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 34,980 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน
-EPS 2.12 ดอลลาร์ ลดลง 26% (Bloomberg รายงานว่าตลาดคาด 2.99 ดอลลาร์)
-ส่วน EPS ปรับปรุงอยู่ที่ 2.67 ดอลลาร์ (คาดไว้ 3.02 ดอลลาร์)
-กระแสเงินสดอิสระ (FCF) ติดลบ 9,070 ล้านดอลลาร์ (คาดว่าติดลบเพียง 2,700 ล้านดอลลาร์)
แม้จะพลาดเป้า แต่รายได้ของ Alphabet ยังโตเลขสองหลักติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 13 และบริษัทมีรายได้ต่อปี (run rate) แตะระดับครึ่งล้านล้านดอลลาร์แล้ว
โดยสามารถสรุป 5 สาเหตุที่ทำให้หุ้นร่วงหนักได้คือ
1. ธุรกิจหลักเกือบทุกขา ต่ำกว่าคาด
รายได้ Search โต 12% เป็น 63,350 ล้านดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 64,960 ล้านดอลลาร์
รายได้ Search โต 12% เป็น 63,350 ล้านดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 64,960 ล้านดอลลาร์
ขณะที่รายได้โฆษณารวม ซึ่งเป็นแหล่งเงินหลักที่ใช้หล่อเลี้ยงการลงทุน AI อยู่ที่ 82,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดที่ 83,600 ล้านดอลลาร์
โดยนักวิเคราะห์มองว่า Cloud เป็นธุรกิจเดียวที่ทำได้เกินคาด และก็เกินมาไม่มาก ส่วนธุรกิจอื่นพลาดเป้าทั้งหมด
Google Cloud มีรายได้ 30,700 ล้านดอลลาร์ โต 103% เป็นสถิติสูงสุด ชนะคาดการณ์ของ Bloomberg ที่ 29,100 ล้านดอลลาร์
และมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 11,100 ล้านดอลลาร์ (คาดไว้ 9,800 ล้านดอลลาร์) อัตรากำไรขยับจาก 23.7% เป็น 36.2%
การเติบโตมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และโซลูชัน AI สำหรับองค์กร รวมถึงยอดขายระบบชิป TPU ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญ
ส่วนธุรกิจอื่น ๆ
-YouTube Ads 11,210 ล้านดอลลาร์ โต 9%
-Google Network 7,460 ล้านดอลลาร์ โตเพียง 1%
-Subscriptions, Platforms & Devices 14,290 ล้านดอลลาร์ โต 11%
-YouTube Ads 11,210 ล้านดอลลาร์ โต 9%
-Google Network 7,460 ล้านดอลลาร์ โตเพียง 1%
-Subscriptions, Platforms & Devices 14,290 ล้านดอลลาร์ โต 11%
โดวผู้สมัคร YouTube Music และ Premium ทะลุ 150 ล้านราย (รวมผู้ทดลองใช้)
แอป Gemini มีผู้ใช้ 1,000 ล้านคน เป็นผลิตภัณฑ์ที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ Google
โมเดล AI ของบริษัทประมวลผลเกือบ 32,000 ล้าน Token ต่อนาที มากกว่าปีก่อนกว่า 4 เท่า
ด้าน Gemini 4 Argon ได้รับความต้องการสูง และ Carbon ที่เพิ่งเปิดตัวทำได้ดีกว่า Argon เกือบทุกด้าน พร้อมบอกว่าจะมีโมเดลรุ่นที่ประหยัดกว่าออกมาอีกเร็ว ๆ นี้
2. AI Mode ทำเงินได้น้อยกว่า Search แบบเดิม
Google ยอมรับกับนักวิเคราะห์ว่า คำค้นหาผ่าน AI Mode ถ่วงการเติบโตของรายได้ Search เพราะสร้างรายได้ต่อการค้นหาได้ต่ำกว่า
Google ยอมรับกับนักวิเคราะห์ว่า คำค้นหาผ่าน AI Mode ถ่วงการเติบโตของรายได้ Search เพราะสร้างรายได้ต่อการค้นหาได้ต่ำกว่า
แม้ Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet จะระบุว่าการลงทุน AI ทำให้จำนวนคำค้นหาโตเร็วที่สุดในรอบ 5 ปีก็ตาม
3. กระแสเงินสดติดลบ จากรายจ่ายลงทุนที่พุ่งไม่หยุด
รายจ่ายลงทุน (Capex) ไตรมาสนี้อยู่ที่ 51,360 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 114% จากปีก่อน
รายจ่ายลงทุน (Capex) ไตรมาสนี้อยู่ที่ 51,360 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 114% จากปีก่อน
แม้จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 55,090 ล้านดอลลาร์ แต่ก็มากกว่าเงินสดจากการดำเนินงานที่ทำได้ 42,290 ล้านดอลลาร์
ผลคือ FCF ติดลบเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน และ FCF ย้อนหลัง 12 เดือนเหลือเพียง 19,750 ล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 73%
4. ขาดทุนจากเงินลงทุนใน SpaceX
เงินลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่น พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน 8,700 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มาจากหุ้น SpaceX
เงินลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่น พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน 8,700 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มาจากหุ้น SpaceX
เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า Alphabet เคยได้กำไรก้อนโตราว 99,000 ล้านดอลลาร์จากเงินลงทุนใน SpaceX และ Anthropic
5. หนี้และภาระผูกพันพุ่งเกินล้านล้านดอลลาร์
หนี้ระยะยาวของบริษัทเพิ่มเป็น 125,100 ล้านดอลลาร์ จาก 21,600 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นราว 479%
หนี้ระยะยาวของบริษัทเพิ่มเป็น 125,100 ล้านดอลลาร์ จาก 21,600 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นราว 479%
โดยไตรมาสนี้เพียงไตรมาสเดียว บริษัทออกหุ้นกู้ได้เงิน 28,700 ล้านดอลลาร์ และขายหุ้นเพิ่มทุนอีกราว 12,400 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ บริษัทยังมีภาระสัญญาซื้อในอนาคต 924,000 ล้านดอลลาร์ และสัญญาเช่าที่ยังไม่เริ่มต้นอีก 152,000 ล้านดอลลาร์ รวมแล้วเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์
ที่สำคัญ Alphabet คงเป้า Capex ปี 2026 ไว้ที่ 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่าปีที่แล้วเท่าตัว และคาดว่าปี 2027 จะเกิน 300,000 ล้านดอลลาร์
Alphabet กล่าวว่า บริษัทยังคาดว่า Capex จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027 และจะให้รายละเอียดในการแถลงงบไตรมาส 4
อีกโจทย์ที่บริษัทต้องเจอคือ การตามหลัง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับเขียนโค้ด แม้ Gemini 4 จะเน้นจุดแข็งด้านโค้ดและความปลอดภัยไซเบอร์ แต่พนักงานบางส่วนยังกังวลว่าบริษัทยังตามไม่ทัน
สรุปแล้วงบไตรมาสล่าสุด สะท้อนว่า ความต้องการ AI ยังแข็งแรง เห็นได้จาก Cloud ที่โตเท่าตัว
แต่ Search ซึ่งเป็นเครื่องผลิตเงินสดของ Google กำลังหารายได้ได้น้อยลงเมื่อผู้ใช้หันไปถาม AI แทน
โจทย์ตอนนี้ เลยอยู่ที่ว่า Alphabet จะทำเงินจาก AI ได้ทันเงินที่ใช้ไปได้หรือไม่ เพราะเมื่อรายจ่ายลงทุนปีหน้ากำลังจะทะลุ 300,000 ล้านดอลลาร์ ตลาดก็พร้อมจะลงโทษทุกครั้งที่ตัวเลขฝั่งรายได้ตามไม่ทัน
และวันนี้ ตลาดก็ลงโทษไปแล้ว ด้วยการทำให้หุ้น -10% ในวันเดียว..