เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 5 สนธิสัญญาแบ่งโลก

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 5 สนธิสัญญาแบ่งโลก

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 5 สนธิสัญญาแบ่งโลก / โดย ลงทุนแมน

ถ้าถามว่าทำไมถึงมีเพียงโปรตุเกสชาติเดียว
ที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา
ทั้งๆ ที่มหาอำนาจทางทะเลในช่วงนั้น
มีทั้งสเปน และ โปรตุเกส
โปรตุเกส มีอิทธิพลต่อโลกมากแค่ไหนในเวลานั้น

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ซีรีส์บทความ เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี
ตอนที่ 5 สนธิสัญญาแบ่งโลก (ค.ศ. 1500 – ค.ศ. 1599)

หลังจากคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้แทนของสเปนได้ค้นพบเส้นทางไปอินเดียจากมหาสมุทรแอตแลนติก จนค้นพบหมู่เกาะ จึงตั้งชื่อว่า หมู่เกาะอินดิสตะวันตก และเรียกผู้คนที่อาศัยว่า ชาวอินเดียน

สิ่งที่โคลัมบัสนำกลับมายุโรปด้วย
มีทั้งสับปะรด ยาสูบ และมะเขือเทศ

แม้จะเป็นครั้งแรกที่ชาวยุโรปได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ แต่ก็สร้างความสงสัยอยู่ไม่น้อย

ไม่มีเครื่องเทศ..

ความสงสัยนี้ทำให้นักเดินเรือชาวยุโรปหลายคนพยายามค้นหาคำตอบ

จนนักเดินเรือชาวอิตาเลียน ชื่อว่า อเมริโก เวสปุสชี ได้เดินเรือสำรวจชายฝั่งของดินแดนพิศวง
แล้วพบว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่กั้นระหว่างทวีปยุโรปกับเอเชีย
นอกจากผืนน้ำอันกว้างใหญ่ของมหาสมุทรแอตแลนติกแล้ว
ยังมีผืนแผ่นดินขนาดใหญ่ เป็นทวีปใหม่ที่กั้นอยู่อีกด้วย

แผนที่โลกที่ทำการพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1507 ซึ่งแสดงผืนแผ่นดินของทวีปแห่งนี้ด้วย
จึงมีการตั้งชื่อทวีปใหม่นี้ว่า “อเมริกา”

Cr. Atlas Obscura

สเปนไม่พบเครื่องเทศ
แต่สำหรับโปรตุเกสนั้นไม่ใช่

วาสโก ดา กามา ชาวโปรตุเกสผู้เดินเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปจนถึงอินเดีย ได้ตั้งสถานีการค้าของโปรตุเกสที่เมืองกาลิกัต ชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย และบรรทุกพริกไทยดำกลับมาเต็มลำ

การขนส่งพริกไทยของดากามา สามารถทำกำไรได้ถึง 6,000%

ด้วยผลกำไรอันมหาศาล ทำให้นักเดินเรือทั้งชาวโปรตุเกส และสเปนต่างพยายามออกเดินทางเพื่อค้นหาดินแดนแห่งใหม่

นักรบชาวสเปน บุกเข้าสู่ตอนกลาง และตอนใต้ของทวีปอเมริกา
ในขณะที่ชาวโปรตุเกส ค้นพบดินแดนทางตะวันออกของทวีปอเมริกาตอนใต้ และใช้เป็นสถานที่ปลูกอ้อย ซึ่งปัจจุบันคือประเทศบราซิล

ด้วยประสิทธิภาพของอาวุธปืน ดาบเหล็กกล้า และเสื้อเกราะ ทำให้ทั้งโปรตุเกส และสเปน
สามารถอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่ค้นพบเหนือชาวพื้นเมืองได้อย่างง่ายดาย

แต่เพื่อป้องกันความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ
นำมาสู่การทำข้อตกลงเพื่อแบ่งเขตอิทธิพลบนโลกใบนี้

เรียกว่า สนธิสัญญาตอร์เดซิยัส (Treaty of Tordesillas)
ที่แบ่งโลกที่อยู่นอกทวีปยุโรป ออกเป็น 2 ส่วน ตามเส้นสมมติซึ่งลากผ่านใจกลางของทวีปอเมริกาใต้

สเปนได้ดินแดนทางตะวันตกของเส้นนั้น
ส่วนโปรตุเกสได้ดินแดนทางตะวันออกของเส้น

Cr.History of Spain

หากไล่ดูตามแผนที่
นั่นทำให้ดินแดนภายใต้อิทธิพลของสเปน เป็นทวีปอเมริกาฝั่งตะวันตก ไล่มาทางตะวันตก จนมาสิ้นสุดที่หมู่เกาะแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งภายหลังนักเดินเรือได้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 ของสเปน ว่า ฟิลิปปินส์

ส่วนดินแดนภายใต้อิทธิพลของโปรตุเกส ประกอบไปด้วย ฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกา ซึ่งก็คือบราซิล ทวีปแอฟริกาทั้งหมด อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ้นสุดที่หมู่เกาะโมลุกกะ หรือเกาะเครื่องเทศ ปัจจุบันอยู่ในอาณาเขตของอินโดนีเซีย

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บราซิลเป็นประเทศเดียวในทวีปอเมริกา ที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาโปรตุเกส ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างพูดภาษาสเปน

และเป็นเหตุผลที่ทำให้โปรตุเกสเป็นชาติตะวันตกชาติแรก ที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายในราชสำนักอยุธยา

โปรตุเกสสามารถตั้งสถานีการค้าตามเมืองต่างๆ ของอินเดีย
ในช่วงเวลานั้น อินเดียอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโมกุล (Mughal Empire) ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิชาวมุสลิม พระนามว่า จักรพรรดิอัคบาร์
ทำให้อินเดียเป็นดินแดนที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ

Cr. V&A

แม้อินเดียจะมีวัฒนธรรมสูงส่ง และทรัพยากรมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม
ความขัดแย้งทางศาสนาของผู้ปกครองชาวมุสลิม กับประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวฮินดู รวมไปถึงการมีชนชั้นวรรณะของชาวฮินดู

ทำให้ในท้ายที่สุด ชาวอินเดียไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อต่อต้านผู้รุกรานชาวตะวันตกได้

ย้อนกลับมาที่สเปน ในช่วงแรก สนธิสัญญาตอร์เดซิยัส กลับกลายเป็นผลร้ายต่อสเปน เพราะทวีปใหม่และดินแดนที่สเปนค้นพบ ไม่มีเครื่องเทศ

แต่สิ่งที่ทวีปใหม่กลับมี คือ อารยธรรมเก่าแก่ของคนพื้นเมือง

หนึ่งในนั้นคือ จักรวรรดิแอซเท็ก (Aztec Empire)

จักรวรรดิที่ตั้งอยู่บริเวณประเทศเม็กซิโกในปัจจุบัน มีเมืองหลวงที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ
ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบขนาดใหญ่ ปกครองประชากรกว่า 5 ล้านคน นับถือเทพเจ้า และมีการบูชายัญด้วยเลือด และหัวใจของมนุษย์

Cr.Reddit

ชาวแอซเท็กใช้เมล็ดโกโก้แทนเงินตรา เนื่องจากเป็นสิ่งที่หายาก และมีค่า ชนชั้นสูงผู้ร่ำรวยจะนำเมล็ดที่มีค่านี้บูชาเทพเจ้า และบ่อยครั้งจะนำมาต้มกินเป็นช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตที่เรากินทุกวันนี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากยุโรป
ต้นกำเนิดที่แท้จริงมาจาก ชาวแอซเท็ก ซึ่งทำให้โกโก้ และช็อกโกแลตแพร่เข้าสู่ทวีปยุโรป

แต่ช็อกโกแลตก็ยังไม่ใช่สิ่งที่นักรบชาวสเปนหมายตา
สิ่งที่ชาวสเปนหมายตา และมีค่าเทียบเท่าเครื่องเทศ ก็คือ ทองคำ

และเช่นเดียวกับชาวโปรตุเกส
ด้วยอาวุธปืน ดาบเหล็กกล้า และเสื้อเกราะ

นักรบชาวสเปนจึงสามารถพิชิตจักรวรรดิแอซเท็คได้อย่างง่ายดาย ทำให้ได้ทองคำเป็นจำนวนมหาศาลจากท้องพระคลัง และได้ยึดดินแดนของจักรวรรดิแอซเท็คทั้งหมดตกเป็นของสเปน

ชาวสเปนยังเดินทางไปถึงเทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้ และพิชิตจักรวรรดิของชาวพื้นเมือง ซึ่งมีชื่อว่า จักรวรรดิอินคา (Inca Empire)

Cr. Documentary The Spanish conquest of the Inca Empire

แต่นอกจากอาวุธ สิ่งที่ชาวสเปนนำมาทวีปนี้ด้วย คือ โรคไข้ทรพิษ

โรคติดต่อร้ายแรงชนิดนี้ กลายเป็นอาวุธชั้นดี ที่สังหารชาวพื้นเมืองอเมริกาถึงเกือบ 3 ใน 4
จำนวนประชากรพื้นเมืองอเมริกา จาก 40 ล้านคน ในช่วงปี ค.ศ.1500
ลดเหลือเพียง 10 ล้านคน ในปี ค.ศ.1550

สเปนจึงได้ยึดครองทั้งดินแดน ทองคำ และแร่ธาตุจำนวนมหาศาลจากทั้ง 2 จักรวรรดิ

โปรตุเกสนำเข้าพริกไทยจากอินเดีย และน้ำตาลจากบราซิล
ส่วนสเปนนำเข้าทองคำ แร่ธาตุ และพืชผลจากทวีปอเมริกา

แต่ในเวลานั้น เมืองศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดของยุโรป
ไม่ได้อยู่ทั้งในเขตสเปน และโปรตุเกส

เพราะศูนย์กลางการค้าของยุโรปอยู่ที่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองในประเทศเบลเยียม

Cr. Lonely Planet

ดินแดนของเบลเยียม และดินแดนใกล้เคียงคือเนเธอร์แลนด์ ในเวลานั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าเฟลิเปที่ 2 กษัตริย์สเปน ซึ่งเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า แฟลนเดอร์ส

แฟลนเดอร์สเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสิ่งทอมาตั้งแต่ยุคกลาง
เป็นศูนย์รวมของช่างฝีมือ เหล่าราชวงศ์ และขุนนางของยุโรป ต้องใช้เสื้อผ้าที่ทอมาจากที่นี่

โดยเมืองแอนต์เวิร์ปเป็นเมืองท่าสำคัญ เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนสินค้าของกองเรือสเปน และโปรตุเกส กับเมืองต่างๆทั่วยุโรปเหนือ

เมื่อมีสินค้าแลกเปลี่ยนมาก มีพ่อค้านานาชาติมาอาศัยอยู่มากมาย แอนต์เวิร์ปจึงขึ้นแท่นกลายเป็นศูนย์กลางการเงินของยุโรป

ในเวลาที่อดีตศูนย์กลางการเงินของยุโรปบนคาบสมุทรอิตาลี กำลังเข้าสู่ช่วงตกต่ำ

นครรัฐฟลอเรนซ์ที่เคยรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการเงิน เริ่มตกต่ำลงนับตั้งแต่ผู้ปกครองในตระกูลเมดิชี เจ้าของธนาคารขนาดใหญ่ ถูกประชาชนปฏิวัติขับไล่ออกจากฟลอเรนซ์ จนนำมาสู่การลอบสังหารในปี ค.ศ. 1537

ส่วนนครรัฐเวนิส ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้า ก็กำลังอยู่ในสถานะล้มละลาย เนื่องจากผู้ปกครองกู้เงินจำนวนมากเพื่อทำสงครามแล้วพ่ายแพ้แก่ชาวออตโตมันเติร์ก

พ่อค้า และนายธนาคารหลายคนจึงอพยพขึ้นเหนือมาสู่เมืองแอนต์เวิร์ป

สินค้ากว่า 40% ของยุโรป ถูกซื้อขายผ่านพ่อค้าในเมืองแอนต์เวิร์ป ก่อนกระจายไปทั่วยุโรปเหนือ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของโลก ถูกตั้งขึ้นที่แอนต์เวิร์ป มีชื่อว่า Flanders Van de Bourse
ในปี ค.ศ. 1531

Cr.Flanders Today

แต่ความรุ่งเรืองของแอนต์เวิร์ปในฐานะศูนย์กลางการเงินก็อยู่ถึงเพียงปี ค.ศ. 1585

เมื่อพ่อค้า และนายธนาคารจำนวนมากถูกขับไล่โดยกษัตริย์สเปน หลายคนเดินทางขึ้นเหนือไปยังเมืองศูนย์กลางการค้าแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า อัมสเตอร์ดัม..

หนึ่งในเหตุผลสำคัญของการขับไล่ก็คือ ความขัดแย้งทางศาสนา

ในช่วงเวลานั้น ศาสนาคริสต์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวยุโรป มีอิทธิพลทั้งทางโลก และทางจิตใจ

แต่ความศรัทธาที่เกินพอดี กลายเป็นช่องว่างให้ศาสนจักร และเหล่านักบวชหาเงินจากความศรัทธามาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

บาทหลวงรูปหนึ่งจะลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงคริสตจักรให้เข้าสู่โฉมใหม่
ทำให้เป็นจุดเริ่มของศาสนาคริสต์นิกายใหม่ ที่มีชื่อว่า นิกายโปรเตสแตนท์..

ติดตาม ซีรีส์บทความเศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนต่อไปได้ในสัปดาห์หน้า
โหลดแอป Blockdit เพื่ออ่านซีรีส์ตอนก่อนหน้านี้ ได้ที่ Blockdit.com/download
———————-
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่
อ่านฟรี โหลดเลย Blockdit.com/download
———————-

References
-https://www.levins.com/pineapple.html
-https://www.lib.umn.edu/bell/tradeproducts/tobacco
-https://www.investopedia.com/terms/b/bourse.asp
-The No-Nonsense Guide to World History, Chris Brazier
-The Mental Floss History of The World, Erik Sass and Steve Wiegand with Will Pearson and Mangesh Hattikudur
-Far Countries, Neighboring Countries-Netherlands, Won-Bok Rhie
-นีลล์ เฟอร์กูสัน, ความรุ่งเรืองของเงินตรา ประวัติศาสตร์การเงินโลก
-ประวัติศาสตร์โลก (ฉบับสมบูรณ์), อนันตชัย จินดาวัฒน์