เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ครองเทคโนโลยี คือครองโลก

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ครองเทคโนโลยี คือครองโลก

แรง มีหน่วยเป็น “นิวตัน” ความดัน มีหน่วยเป็น “ปาสกาล” รู้ไหมว่าชื่อหน่วยเหล่านี้ เป็นชื่อบุคคลจริง วิชาวิทยาศาสตร์ ที่เราต้องท่องจำสูตรคำนวณกันตั้งแต่เด็ก บุคคลเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการค้นพบความลับของธรรมชาติ ยังไม่นับกล้องจุลทรรศน์ที่ทำให้เรามองเห็นส่วนที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต กล้องโทรทรรศน์ที่ส่องไปยังดวงดาวห่างไกลบนท้องฟ้า
เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ครองเทคโนโลยี คือครองโลก / โดย ลงทุนแมน
แรง มีหน่วยเป็น “นิวตัน”
ความดัน มีหน่วยเป็น “ปาสกาล”
รู้ไหมว่าชื่อหน่วยเหล่านี้ เป็นชื่อบุคคลจริง
วิชาวิทยาศาสตร์ ที่เราต้องท่องจำสูตรคำนวณกันตั้งแต่เด็ก
บุคคลเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการค้นพบความลับของธรรมชาติ
ยังไม่นับกล้องจุลทรรศน์ที่ทำให้เรามองเห็นส่วนที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต
กล้องโทรทรรศน์ที่ส่องไปยังดวงดาวห่างไกลบนท้องฟ้า
เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งลี้ลับสำหรับผู้คนในสมัยก่อน
แต่ชาวยุโรปกลุ่มหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง
ได้ทำการค้นคว้า รวบรวมหลักฐาน ทดลองอย่างเป็นขั้นตอน และจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
จนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “วิทยาศาสตร์”
และอย่างที่เราทุกคนรู้กันดีว่า วิทยาศาสตร์ เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยี
ซึ่งผู้ใดที่ครอบครองเทคโนโลยี ผู้นั้นจะครองโลก..

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีส์บทความ เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนที่ 8 ครองเทคโนโลยี คือครองโลก (ค.ศ. 1600 - ค.ศ. 1699)
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เป็นหนึ่งในกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ยิ่งใหญ่สุด ขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 1643
พระองค์ทรงทำสงครามขยายอาณาเขต และสร้างพระราชวังแวร์ซายที่ยิ่งใหญ่อลังการ
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การก่อตั้ง วิทยาลัยวิทยาศาสตร์ (Académie des sciences) เพื่อรวบรวมผลงานทางวิชาการของนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาองค์ความรู้ในหลายๆ ด้าน
Cr. Wikimedia Commons
หนึ่งในอัจฉริยะบุคคลชาวฝรั่งเศส ผู้ทิ้งผลงานเอาไว้ คือ แบลซ ปาสกาล (Blaise Pascal)
ปาสกาล เป็นอัจฉริยะด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เป็นผู้ค้นพบกฎเกี่ยวกับความดันของของไหล ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน
อีกสิ่งหนึ่งที่ปาสกาลมีส่วนร่วมในการค้นพบคือ “ทฤษฎีความน่าจะเป็น”

ผลจากทฤษฎีความน่าจะเป็นของปาสกาล จะกลายเป็นพื้นฐานของการประเมินความเสี่ยงสำหรับการประกันภัย ซึ่งปาสกาลได้กล่าวไว้ว่า
“ความกลัวอันตราย ควรสัมพันธ์กับ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์”
แต่บริษัทประกันภัยยุคใหม่แห่งแรกของโลก เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ..
อังกฤษภายใต้การปกครองของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2
มีการก่อตั้ง ราชสมาคมแห่งลอนดอน (Royal Society of London) ขึ้นในปี ค.ศ. 1660
เป็นแหล่งรวมนักปราชญ์ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
ซึ่งมีการนำเสนอ และแลกเปลี่ยนผลงานทางวิชาการมากมาย
การเกิดไฟไหม้กรุงลอนดอนครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1666
ทำให้สมาชิกในราชสมาคมเข้ามามีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเมือง ทั้งการสร้างวิหารเซนต์ปอลแห่งใหม่ และการวางผังเมืองใหม่
จากการที่เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้มีการจัดตั้งบริษัทประกันภัยแห่งแรกของโลก “The Insurance Office” ในปี ค.ศ. 1667 โดยการนำองค์ความรู้ในทฤษฎีความน่าจะเป็น มาประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยง
นอกจากนี้ ราชสมาคมยังก่อให้เกิดผลงานทางวิทยาศาสตร์มากมายที่เปลี่ยนแปลงโลก
ทั้งการประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์ของโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้เกิดการค้นพบส่วนที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต ที่ถูกเรียกว่า “เซลล์” ซึ่งพัฒนาต่อไปเป็นวิชาจุลชีววิทยา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการแพทย์สมัยใหม่
Cr. Wikimedia Commons
การประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงของนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ ไอแซก นิวตัน
ซึ่งได้ต่อยอดจากกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงของ กาลิเลโอ กาลิเลอี นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียน
กล้องของกาลิเลโอทำให้มองเห็นดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ต่างๆ
แต่กล้องของนิวตันจะทำให้มองเห็นได้ถึงกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไป
นิวตัน ยังเป็นผู้ให้กำเนิดวิชาแคลคูลัส
ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาด้านวิศวกรรม และเศรษฐศาสตร์
และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่นิวตันได้ทิ้งไว้ให้กับโลกก็คือ
การค้นพบกฎการเคลื่อนที่ และ กฎของแรงโน้มถ่วง
กฎทั้ง 2 ถูกนำมาประยุกต์ ในการอธิบายการเคลื่อนที่วิถีโค้ง หรือ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
Cr. CK-12 Foundation
ซึ่งสิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยที่สุดสำหรับการเคลื่อนที่วิถีโค้ง ก็คือ อาวุธปืน
เมื่อรู้ว่ากระสุนปืนจะเคลื่อนที่อย่างไร ปืนใหญ่ก็ยิ่งถูกสร้างให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น
อาวุธที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนี้เอง เป็นหลักฐานชั้นดี ว่าทำไมผู้ครอบครองเทคโนโลยีจึงมีอำนาจ
และเมื่อเทคโนโลยีพร้อม อังกฤษก็พร้อมจะครองโลก
โดยมีอาณานิคมในทวีปอเมริกาคือเหยื่อรายแรก..
อังกฤษได้ครอบครองดินแดนในบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ
อาณานิคมแห่งแรก คือ เมืองเจมส์ทาวน์ รัฐเวอร์จิเนีย ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1607
หลังจากนั้น ก็มีคณะนักบวชจำนวนหนึ่งได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในเขตนิวอิงแลนด์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเวอร์จิเนีย และได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย Harvard ในปี ค.ศ. 1636
ด้วยอาวุธปืนที่มีประสิทธิภาพกว่า อังกฤษทำสงครามชนะเนเธอร์แลนด์ และได้ยึดครองอาณาเขตของชาวดัตช์ในทวีปอเมริกา
เมืองนิวอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของชาวดัตช์ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น นิวยอร์ก ในปี ค.ศ. 1664
แม้จะขาดแคลนทรัพยากรโดยเฉพาะแร่ธาตุ แต่ดินแดนอาณานิคมในอเมริกาก็มีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ และมีขุมทรัพย์ที่ถูกเรียกว่า ทองคำสีเขียว นั่นก็คือ “ยาสูบ”
ยาสูบกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของอาณานิคม
ปี ค.ศ. 1620 อังกฤษนำเข้ายาสูบจากอาณานิคมอเมริกาจำนวน 30 ตัน
ปี ค.ศ. 1699 อังกฤษนำเข้ายาสูบจากอาณานิคมอเมริกาจำนวน 10,000 ตัน
ดินแดนอาณานิคมอเมริกาของอังกฤษค่อยๆ ขยายขึ้นจนเป็น 13 แห่ง ถูกปกครองโดยตรงจากอังกฤษ ผ่านผู้ว่าราชการ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากกษัตริย์อังกฤษ
ในปี ค.ศ. 1688 อังกฤษเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ
พระเจ้าเจมส์ที่ 2 ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อังกฤษต่อจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2
แต่เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นคาทอลิก และเพิกเฉยต่อกฎหมายที่ออกโดยสภาบ่อยครั้ง
สภาอังกฤษจึงร่วมกันปลดพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ออกจากราชบัลลังก์
แล้วอัญเชิญเจ้าหญิงแมรี ซึ่งเป็นพระธิดา และพระสวามี ดยุกวิลเลียมแห่งเนเธอร์แลนด์ ขึ้นเป็นกษัตริย์อังกฤษพร้อมกัน พระนามว่า พระเจ้าวิลเลียมที่ 3 และพระราชินีแมรี
สภาได้ยื่นฎีกาเรียกร้องสิทธิให้พระเจ้าวิลเลียมที่ 3 ลงพระนาม
ซึ่งเรียกว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิ (Bill of Right)
โดยมีใจความสำคัญว่า ห้ามกษัตริย์ใช้อำนาจ ออกหรือยกเลิกกฎหมายใดๆ โดยที่สภาไม่อนุมัติ
Cr. Parliament of the United Kingdom
ตั้งแต่นั้นมา อังกฤษจึงกลายเป็นประเทศแรกในโลก ที่มีกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อครั้งนี้ ถูกเรียกว่า การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ (Glorious Revolution)
ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานประเทศ ไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่จะผลักดันให้อังกฤษยังครองความเป็นมหาอำนาจได้อีกหลายศตวรรษถัดไป
แต่ความรุ่งโรจน์นี้ กลับไม่ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแม้แต่น้อย..
ชาวอาณานิคมในอเมริกายังคงไม่ได้รับสิทธิในการเลือกผู้แทน ซ้ำยังต้องอยู่กับกฎหมายที่ขูดรีดภาษีมากขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงวันหนึ่ง ความอดกลั้นนี้ก็ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด..
ชาวอาณานิคมทั้ง 13 แห่งจะรวมกันประกาศอิสรภาพ แยกตัวออกจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ และก่อตั้งประเทศใหม่
ประเทศที่จะเลือกใช้ชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข เพื่อกำหนดชะตากรรมของตัวเอง
ประเทศนั้นมีชื่อว่า “สหรัฐอเมริกา”..
ติดตาม ซีรีส์บทความเศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนต่อไปได้ในสัปดาห์หน้า
โหลดแอป Blockdit เพื่ออ่านซีรีส์ตอนก่อนหน้านี้ ได้ที่ Blockdit.com/download
╔═════════════════╗
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่
อ่านฟรี โหลดเลย Blockdit.com/download
╚═════════════════╝
References
-https://www.irmi.com/articles/expert-commentary/the-worlds-first-insurance-company
-https://royalsociety.org/about-us/history/
-http://www.mwit.ac.th/~astronomy/astro_m4/lesson5.pdf
-พลิกประวัติศาสตร์โลก เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก, แพทริเซีย เอส. แดเนียลส์, สตีเว่น จี. ไฮสลอป
-The No-Nonsense Guide to World History, Chris Brazier
-The Mental Floss History of The World, Erik Sass and Steve Wiegand with Will Pearson and Mangesh Hattikudur
-Far Countries, Neighboring Countries-England, Won-Bok Rhie
-นีลล์ เฟอร์กูสัน, ความรุ่งเรืองของเงินตรา ประวัติศาสตร์การเงินโลก