กรณีศึกษา เอพี ไทยแลนด์

กรณีศึกษา เอพี ไทยแลนด์

กรณีศึกษา เอพี ไทยแลนด์ / โดย ลงทุนแมน

การจัดอันดับ The Most Valuable Brands of the Year 2019
เป็นโปรเจ็กต์ที่รวบรวมแบรนด์ไทยที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ

เพื่อเป็นตัวอย่างในการศึกษาว่า แบรนด์เหล่านั้น เริ่มต้นอย่างไร
มีกลยุทธ์อย่างไร ถึงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนั้นได้

สำหรับบทความนี้จะเป็นแบรนด์กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งผู้ได้รับรางวัลแบรนด์ที่มีคุณค่ามากสุดในประเทศไทย ก็คือ เอพี ไทยแลนด์

เอพี ไทยแลนด์ แข็งแกร่งขนาดไหน?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เรื่องราวของ เอพี ไทยแลนด์ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 28 ปีก่อน..

คุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน และคุณพิเชษฐ วิภวศุภกร เริ่มต้นทำธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภท ทาวน์เฮ้าส์

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของชุมชุนเมืองประเทศไทยและพฤติกรรมการอยู่อาศัยจากแผนการพัฒนารถไฟฟ้า ส่งผลให้ เอพี ไทยแลนด์ปรับกลยุทธ์ และ เริ่มพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า

จนในที่สุด บริษัทได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ปทุมวันรีสอร์ต ซึ่งถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรกที่ติดรถไฟฟ้าได้สำเร็จ..

เรามาดูสถิติจำนวนประชากรในเมือง
เมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา

ปี 2550 คนไทยทุกๆ 100 คน อยู่ในชุมชนเมือง 40 คน
ปี 2555 คนไทยทุกๆ 100 คน อยู่ในชุมชนเมือง 45 คน
ปี 2560 คนไทยทุกๆ 100 คน อยู่ในชุมชนเมือง 49 คน

จากตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยเกือบครึ่งประเทศกำลังพักอาศัยอยู่ในชุมชนเมือง
ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นตามโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

เรื่องนี้ทำให้ เอพีเลือกที่จะพัฒนาโครงการสอดคล้องไปกับพฤติกรรมดังกล่าว

แล้วผลประกอบการล่าสุดของ เอพี ไทยแลนด์ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?

ปี 2559 รายได้ 22,669 ล้านบาท กำไร 2,703 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 25,607 ล้านบาท กำไร 3,148 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 32,964 ล้านบาท กำไร 3,856 ล้านบาท

คิดเป็นรายได้และกำไรเติบโตเฉลี่ย 20.6% และ 19.4% ต่อปี
โดยปัจจุบัน แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ในเครือเอพี ไทยแลนด์ แบ่งออกเป็น

บ้านเดี่ยว เช่น The Palazzo, The City และ Centro
ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 ถึง 50 ล้านบาท

ทาวน์โฮม เช่น The Sonne, บ้านกลางเมือง และ พลีโน่
ราคาเริ่มตั้งแต่ 2 ถึง 15 ล้านบาท

คอนโดมิเนียม เช่น Vittorio, The Address, Rhythm, Life และ Aspire
ซึ่งมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรตั้งแต่ 75,000 ไปจนถึง 350,000 บาท

สำหรับกลยุทธ์ที่เอพี ไทยแลนด์ ใช้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ คือการนำแนวคิด Design Thinking มาประยุกต์ใช้ในการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัย

นอกจากนี้ เอพี ไทยแลนด์ ยังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ มิตซูบิชิ เอสเตท ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมกัน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางธุรกิจระหว่างกัน

โดยเอพี ไทยแลนด์และกลุ่ม มิตซูบิชิ เอสเตท จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจมาเป็นเวลา 6 ปี
พัฒนาคอนโดมาแล้วทั้งสิ้น 17 โครงการ ก่อสร้างเสร็จเข้าอยู่แล้ว 8 โครงการ

และกับโครงการล่าสุด LIFE สาทร เซียร์รา ที่ได้นำแนวคิด BIODIVERSITY หรือ การสร้างโลกแห่งความยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของระบบนิเวศให้เกิดขึ้นจากทางประเทศญี่ปุ่นมาต่อยอดเป็นแนวคิดในการพัฒนาโครงการ

และที่มากไปกว่านั้นคือ การกระจายธุรกิจในอนาคต..

เอพี ไทยแลนด์ ก่อตั้งธุรกิจ Property Agent ภายใต้แบรนด์ BC เพื่อให้บริการฝากเช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ และ ธุรกิจ Property Management ภายใต้แบรนด์ SMART เป็นธุรกิจบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

และก้าวต่อไปคือ การพัฒนาธุรกิจใหม่นอกเหนือจากกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อต่อยอดการเติบโตของบริษัทในยุคเทคโนโลยี เช่น

SEAC แพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตภายใต้แบรนด์ SEAC
CLAYMORE ธุรกิจสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย
และ VAARI ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Ecosystem ที่สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพชีวิต

จากเรื่องราวทั้งหมดส่งผลให้แบรนด์เอพี ไทยแลนด์ เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณค่ามากที่สุดในประเทศไทย ในขณะนี้..

References
-https://www2.deloitte.com/content/dam/Deloitte/th/Documents/about-deloitte/th-about-economic-outlook-q2-2018.pdf
-https://www.statista.com/statistics/455942/urbanization-in-thailand/
-AP Analyst Meeting 2018
-AP Annual Presentation 2018