เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนอวสาน จุดจบของจักรวรรดินิยม

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนอวสาน จุดจบของจักรวรรดินิยม

ศตวรรษที่ 20 เปิดฉากขึ้นด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทั้งสิ่งประดิษฐ์ การขนส่ง และการสื่อสาร เหตุการณ์ในซีกโลกหนึ่ง ส่งผลสะเทือนถึงอีกซีกโลกหนึ่งภายในระยะเวลาที่สั้นลงเรื่อยๆ
เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนอวสาน จุดจบของจักรวรรดินิยม / โดย ลงทุนแมน
ศตวรรษที่ 20 เปิดฉากขึ้นด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ทั้งสิ่งประดิษฐ์ การขนส่ง และการสื่อสาร
เหตุการณ์ในซีกโลกหนึ่ง ส่งผลสะเทือนถึงอีกซีกโลกหนึ่งภายในระยะเวลาที่สั้นลงเรื่อยๆ
แต่สำหรับทวีปยุโรป
การแข่งขันสร้างจักรวรรดิที่มากเกินพอดี
ทำให้มหาอำนาจในยุโรปต้องกระทบกระทั่งกันหลายต่อหลายครั้ง
ความสำเร็จด้านอุตสาหกรรมที่พาโลกก้าวไปข้างหน้า
กลับทิ้งรอยร้าวเอาไว้ คือ ความแตกต่างทางเศรษฐกิจระหว่างชนชั้นปกครองกับแรงงาน
นำมาสู่การเคลื่อนไหวของกลุ่มสังคมนิยม ที่ได้รับอิทธิพลจากงานเขียนของนักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า “คาร์ล มากซ์” ที่ปลุกระดมให้มวลชนก้าวขึ้นมาปกครองแทนที่ผู้นำในระบอบเดิม
ความเชื่อนี้จะสั่นคลอนความมั่นคงของจักรวรรดิเก่าแก่
และพาจักรวรรดิเหล่านั้นมาพบกับจุดจบ..
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ซีรีส์บทความ เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ตอนอวสาน จุดจบของจักรวรรดินิยม (ค.ศ. 1900 - ค.ศ. 1909)
ความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและการแพทย์
ทำให้ประชากรโลกเพิ่มจนถึง 1,700 ล้านคนในปี ค.ศ. 1900
โดยประเทศที่มีประชากรมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ
จักรวรรดิจีน 400 ล้านคน
อินเดีย (บริติชราช) 294 ล้านคน
จักรวรรดิรัสเซีย 120 ล้านคน
สหรัฐอเมริกา 76 ล้านคน
จักรวรรดิเยอรมัน 56 ล้านคน
สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นดินแดนแห่งนักประดิษฐ์ยังคงต่อยอดนวัตกรรมจากศตวรรษที่แล้ว
เฮนรี่ ฟอร์ด อดีตวิศวกรผู้หลงใหลในรถยนต์
ได้ลาออกจากการทำงานในบริษัทของโทมัส อัลวา เอดิสัน มาเพื่อก่อตั้งบริษัทรถยนต์ของตัวเอง
หลังจากผ่านความล้มเหลวมา 2 ครั้ง ฟอร์ดได้ก่อตั้ง บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ในปี ค.ศ. 1903
เขาได้นำระบบสายพานมาใช้ในการผลิตรถยนต์ โดยให้อุปกรณ์ไหลไปตามสายพาน
และให้คนงานประกอบรถยนต์ทีละส่วน
ด้วยระบบการผลิตนี้ ทำให้เขาสามารถออกแบบรถยนต์ที่มีราคาถูกและทนทาน
จนรถยนต์ของฟอร์ดได้รับความนิยมไปทั่วสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะ Ford Model T
ที่นับเป็นการปฏิวัติการเดินทางของมนุษย์
เมื่อรถยนต์ราคาถูกลง จึงค่อยๆ เข้ามาแทนที่รถม้าในที่สุด
รถยนต์ทำให้ผู้คนเดินทางไปในทุกที่ที่อยากไป แต่สำหรับการเดินทางระยะไกล
รถยนต์ยังคงใช้เวลานานมาก
วิลเบอร์ และ ออร์วิล 2 พี่น้องตระกูลไรต์
ทั้ง 2 คน เปิดร้านซ่อมจักรยาน แต่มีความใฝ่ฝันที่จะประดิษฐ์สิ่งที่ลอยอยู่บนฟ้าและสามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้มาโดยตลอด
จากความใฝ่ฝัน 2 พี่น้องได้ทดลองประดิษฐ์จักรยานขนาดใหญ่ที่มีปีก โดยติดเครื่องยนต์
แต่ในช่วงแรกยังบินไม่ได้
จนกระทั่ง ค.ศ. 1900 ทั้งคู่ตัดสินใจสร้างเครื่องบินลำแรกของโลก ที่มีลักษณะคล้ายเครื่องร่อน แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมทิศทางได้
ต่อมาได้เพิ่มหางเสือเพื่อควบคุมทิศทาง เพิ่มที่นั่ง ทำให้เครื่องบินสามารถบินได้ระยะทางไกลยิ่งขึ้น
จนในปี ค.ศ. 1909 เมื่อ ออร์วิล สามารถบินผ่านช่องแคบอังกฤษ
จึงได้จดสิทธิบัตรเป็นผู้พัฒนาเครื่องบินลำแรกของโลกเป็นผลสำเร็จ
แล้วทั้งรถยนต์และเครื่องบิน ก็พลิกโฉมการเดินทางและการขนส่งของมนุษย์ไปตลอดกาล
ในช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาเจริญก้าวหน้า
ฝั่งทวีปเอเชีย ญี่ปุ่น ซึ่งเคยถูกสหรัฐอเมริกาบังคับให้เปิดประเทศ จนต้องเปิดรับวิทยาการจากชาวตะวันตก
การปฏิรูปเมจิ ทำให้ชาวญี่ปุ่นเรียนรู้ ซึมซับ และปรับความรู้ของชาวตะวันตกให้เหมาะสมกับตัวเอง
ส่งนักศึกษาไปเรียนต่อในยุโรป จ้างผู้เชี่ยวชาญชาวตะวันตกมาช่วยวางรากฐานอุตสาหกรรม แปลตำราต่างประเทศเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้
แล้วญี่ปุ่นก็กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรม
เป็นมหาอำนาจแห่งเอเชียด้วยแสนยานุภาพทางการทหารที่ไม่มีใครเทียบได้
อีกสิ่งหนึ่งที่ญี่ปุ่นซึมซับมาจากตะวันตกก็คือ ลัทธิจักรวรรดินิยม
ญี่ปุ่นกำลังเริ่มสร้างจักรวรรดิของตัวเอง
ด้วยการทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก
ทั้งจีน และชาติตะวันตกอย่างรัสเซีย..
จักรวรรดิจีนกำลังเข้าสู่จุดตกต่ำ
เมื่อพ่ายแพ้สงครามแล้วต้องยกเกาะไต้หวันให้แก่ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1895
ความอ่อนแอของราชสำนักชิงทำให้ชาติตะวันตกเข้ามารุกล้ำทางวัฒนธรรมและการค้า
จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวจีน จนเกิดเป็นกบฏนักมวยในปี ค.ศ. 1900
อย่างไรก็ตาม กบฏก็ถูกกองทหารอเมริกัน ญี่ปุ่น และชาติยุโรปปราบปรามอย่างหนัก
และกลับกลายเป็นเครื่องมือให้ชาติเหล่านี้บีบบังคับราชสำนักชิงให้ยอมรับการประจำการของกองกำลังต่างชาติบนผืนแผ่นดินตัวเอง
จักรวรรดิจีนระส่ำระสายอย่างหนัก
พระนางซูสีไทเฮาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1908
ทิ้งชะตากรรมของจักรวรรดิที่ยืนยงมากว่า 4,000 ปี
ไว้กับจักรพรรดิผู้มีพระชนมายุไม่ถึง 3 พรรษา พระนามว่า ปูยี
สถานการณ์ของจักรวรรดิรัสเซียก็ไม่ต่างอะไรกับจีนนัก..
จักรวรรดิกว้างใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 11 ไทม์โซนแห่งนี้
ถูกปกครองอยู่ภายใต้ซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งราชวงศ์โรมานอฟ
แม้จะมีความพยายามในการปฏิวัติอุตสาหกรรมในรัสเซีย
แต่ระบอบการปกครองที่ล้าหลังและเต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน
ทำให้แรงงานไม่พอใจ ความคิดในการปฏิวัติจึงแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว
พระเจ้าซาร์พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการประกาศสงครามกับญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1904 โดยมีข้ออ้างเรื่องดินแดนแมนจูเรียและเกาหลี
แต่รัสเซียก็พ่ายแพ้ญี่ปุ่นอย่างหมดท่า กลุ่มคนงานพยายามรวมตัวประท้วงเพื่อถวายฎีกาให้พระเจ้าซาร์ทรงปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ผู้ประท้วงกว่า 100 คนกลับถูกสังหาร
ภาวะข้าวยากหมากแพงของรัสเซียในปี ค.ศ. 1907 กลายเป็นตัวเร่งที่พาราชวงศ์โรมานอฟที่ปกครองจักรวรรดิรัสเซียมากว่า 400 ปีใกล้พบกับจุดจบ
ฝั่งทวีปยุโรปในเวลานั้น ไม่มีประเทศไหนจะยิ่งใหญ่กว่า “จักรวรรดิเยอรมัน”
การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในยุโรป สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าจักรวรรดิเดิมอย่างอังกฤษและฝรั่งเศส
เมื่อการล่าอาณานิคมดำเนินมาถึงจุดสูงสุด ความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิหน้าใหม่ กับจักรวรรดิเดิมเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
ในทวีปแอฟริกา เยอรมนีมีปัญหากับฝรั่งเศสบ่อยครั้ง
ส่วนในตะวันออกกลาง เยอรมนีมีปัญหากับอังกฤษ
ในขณะที่ดินแดนในยุโรปเอง ก็สร้างปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดน
ระหว่างเยอรมนี กับฝรั่งเศส และรัสเซีย
ท้ายที่สุด อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ได้ร่วมกันตั้งเป็นกลุ่มสัญญาไตรภาคี (Triple Entente)
ส่วนเยอรมนี ได้ดึงประเทศเพื่อนบ้าน อย่างจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี
รวมตั้งเป็นกลุ่มสัญญาไตรพันธมิตร (Triple Alliance) เพื่อต่อต้าน
ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างสะสมกำลังอาวุธ และแสนยานุภาพทางทหาร
เพื่อรอวันที่ความขัดแย้งจะถูกจุดชนวน
ความขัดแย้งที่จะดึงทั้งสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ให้เข้ามาร่วมด้วยในช่วงเวลาที่โลกเชื่อมถึงกันมากกว่าที่เคยเป็นมา
และในที่สุดก็บานปลาย กลายเป็นสงครามที่ใหญ่สุดอย่างที่โลกไม่เคยเจอมาก่อน
สงครามนี้จึงถูกเรียกว่า สงครามโลก..
ตลอดระยะเวลา 1,000 ปีที่ผ่านมา
ร่องรอยทางภูมิปัญญาต่างๆ ได้ถูกปะติดปะต่อ
จนกลายเป็นรากฐานความก้าวหน้าของอารยธรรมมนุษย์
ซีรีส์บทความเศรษฐกิจโลก 1,000 ปี ได้เดินทางมาถึงตอนอวสาน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมาเป็นเวลา 14 ตอน 14 สัปดาห์
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 100 ปี นับจากตอนจบของซีรีส์เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี
จะเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่อารยธรรมของมนุษย์จะถูกเร่งสปีดมากที่สุด
และถูกหลอมรวมให้เกิด ซีรีส์บทความของลงทุนแมนขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อสรุปให้เราได้เข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างใน 100 ปีล่าสุด ซึ่งเป็นช่วงเวลานับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910 - ค.ศ. 2019
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “เศรษฐกิจโลก 100 ปี” ตอนที่ 1 ทวีปใหม่รุ่งโรจน์ ทวีปเก่าเสื่อมถอย (ค.ศ. 1910 - ค.ศ. 1919)
https://wp.longtunman.com/13813
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-https://en.wikipedia.org/wiki/Henry_Ford
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_population_in_1900
-The Mental Floss History of The World, Erik Sass and Steve Wiegand with Will Pearson and Mangesh Hattikudur
-Far Countries, Neighboring Countries-Germany, Won-Bok Rhie
-พลอากาศตรี ปรีชา ศรีวาลัย,ประวัติศาสตร์สากล สมัยโบราณ สมัยกลาง สมัยใหม่ และโลกปัจจุบัน
-ประวัติศาสตร์โลก (ฉบับสมบูรณ์), อนันตชัย จินดาวัฒน์