กรณีศึกษา TWITTER มูลค่าหาย 2 แสนล้าน ในวันเดียว

กรณีศึกษา TWITTER มูลค่าหาย 2 แสนล้าน ในวันเดียว

25 ต.ค. 2019
กรณีศึกษา TWITTER มูลค่าหาย 2 แสนล้าน ในวันเดียว / โดย ลงทุนแมน
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา..
ทวิตเตอร์ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3
ผลปรากฏว่าจำนวนผู้ใช้งานโตระเบิด
แต่รายได้และกำไรกลับย่ำแย่กว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้
เรื่องนี้ส่งผลให้นักลงทุนผิดหวัง ซึ่งสะท้อนไปยังมูลค่าบริษัททวิตเตอร์
ที่ตกลงกว่า 20% คิดเป็นมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาทในวันเดียว
แล้วทวิตเตอร์กำลังเจอปัญหาอะไร
ลงทุนแมนจะมาสรุปให้ฟัง
ปีนี้ทวิตเตอร์เปลี่ยนตัวเลขการรายงานจำนวนผู้ใช้งาน
จากที่เราคุ้นเคยกันดีว่า..
จำนวนผู้ใช้งานรายเดือนจะเป็นตัวเลขศักดิ์สิทธิ์ของธุรกิจแพลตฟอร์ม
บนโลกออนไลน์ที่ใช้วัดการเติบโตของบริษัท
แต่ทวิตเตอร์กลับเจอปัญหาจากบัญชีปลอมมากมาย
จนทำให้บริษัทเลี่ยงที่จะรายงานตัวเลขผู้ใช้งานรายเดือน และเปลี่ยนตัวชี้วัด เป็นผู้ใช้งานรายวันที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้บริษัท หรือเรียกว่า Monetizable Daily Active Users (mDAU)
เรามาดูการเติบโตของ mDAU
ไตรมาสที่ 3 ปี 2017 จำนวน 124 ล้านบัญชี
ไตรมาสที่ 3 ปี 2018 จำนวน 145 ล้านบัญชี
ซึ่งแบ่งเป็นสัดส่วนมาจาก
ผู้ใช้งานสหรัฐอเมริกา 30 ล้านบัญชี
ผู้ใช้งานรอบโลก 115 ล้านบัญชี
โดยรวม mDAU เติบโตกว่า 17%
แต่แม้ว่าผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
ตัวเลขผลประกอบการที่บริษัททำได้ กลับต่ำกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้มาก..
เรามาดูผลประกอบการทวิตเตอร์
ไตรมาสที่ 3 ปี 2019
รายได้คาดการณ์ 2.6 หมื่นล้านบาท
บริษัททำได้ 2.5 หมื่นล้านบาท
ต่ำกว่าที่คาด 4%
กำไรต่อหุ้นคาดการณ์ 6.0 บาท ต่อหุ้น
บริษัททำได้ 5.1 บาท ต่อหุ้น
ต่ำกว่าที่คาด 15%
เพราะอะไรรายได้ของทวิตเตอร์ถึงไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์?
ไตรมาสที่ผ่านมาทวิตเตอร์มีปัญหาในการนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไปใช้ในการยิงโฆษณา
ระบบยินยอมเปิดเผยข้อมูลมีปัญหา จึงทำให้ทวิตเตอร์ตัดสินใจปิดระบบการใช้ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ซึ่งกระทบต่อการเลือกกลุ่มเป้าหมายของผู้ยิงโฆษณา
พอผู้ซื้อโฆษณาเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ได้
ประสิทธิภาพในการยิงโฆษณาจึงน้อยลง
และจ่ายเงินให้ทวิตเตอร์น้อยลง
ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้ รายได้และกำไร ไม่เป็นไปตามที่บริษัทคาดการณ์ไว้
ทั้งๆ ที่ตัวเลขผู้ใช้งานจะเติบโตได้ดีก็ตาม
ที่น่าสนใจก็คือ บริษัทรายงานคำเตือนไปยังผู้ถือหุ้นโดยตรงว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมีโอกาสลากยาวไปจนถึงไตรมาสที่ 4..
ทำให้บริษัทปรับลดตัวเลขผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ต่ำลงมาอีก
ทั้งหมดที่กล่าวมา ส่งผลให้มูลค่าบริษัททวิตเตอร์ลดลงกว่า 20%
คิดเป็นมูลค่าราว 2 แสนล้านบาทภายในวันเดียว
เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
ทวิตเตอร์ ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีความเป็นตัวตนของเราน้อย
เมื่อเทียบกับโซเชียลมีเดียอื่นอย่าง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม
ทุกวันนี้ ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ มีหลายคนที่ไม่ได้ใช้ตัวตนจริงในการแสดงความคิดเห็น มีหุ่นยนต์เกิดขึ้นมากมายในนั้น และในบางครั้งเราก็อ่านอย่างเดียวโดยใช้นามแฝงที่ไม่ใช่ชื่อจริง
เฟซบุ๊กรู้ว่า เราคือใคร เรียนจบที่ไหน ทำงานอะไร มีเพื่อนเป็นใคร เช็กอินที่ไหน
แต่การใช้ทวิตเตอร์ ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลอะไรมากมาย
แม้จะมีคนเล่นเพิ่มมากแค่ไหน แต่เมื่อความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานมีน้อย
การที่ผู้โฆษณาจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จึงกลายเป็นเรื่องยาก
ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า..
ทวิตเตอร์จะแก้ปัญหาทั้งจากระบบหลังบ้านภายในที่กระทบผลประกอบการอย่างหนัก และทำให้ผู้ใช้งานแสดงตัวตนได้มากขึ้นอย่างไร
แต่ก็คงต้องรีบหน่อย เพราะดูเหมือนว่า ยิ่งปล่อยไปนานเท่าไร
ผู้โฆษณาก็จะลังเลที่จะจ่ายเงินให้ทวิตเตอร์มากเท่านั้น..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-CNBC
-Twitter Earnings Call
25 ต.ค. 2019