Living Trend Report พฤติกรรมชีวิตคนเมือง กำลังหวนคืนกลับสู่ธรรมชาติ

Living Trend Report พฤติกรรมชีวิตคนเมือง กำลังหวนคืนกลับสู่ธรรมชาติ

16 ก.ค. 2020
MQDC x ลงทุนแมน
Living Trend Report พฤติกรรมชีวิตคนเมือง กำลังหวนคืนกลับสู่ธรรมชาติ
แม้วันนี้สถานการณ์ COVID-19 ในบ้านเราจะค่อยๆ ฟื้นตัว กลับคืนสู่สภาวะปกติ
แต่...สิ่งที่ไม่ปกติก็คือ ชีวิตเราหลายอย่างกำลังเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งในนั้นคือการเลือกที่อยู่อาศัย
เมื่อก่อนมนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจฝันอยากมีคอนโดหรูใจกลางเมืองติดรถไฟฟ้า
รายล้อมด้วยแหล่งชอปปิงมากมาย เดินทางไปไหนก็สะดวก
แต่..เวลานี้ผลสำรวจของศูนย์วิจัย อนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ
ระบุว่า..การเลือกที่อยู่อาศัยของคนกำลังเปลี่ยนไป
แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ
ก่อนเกิดการระบาด COVID-19 คอนโดมิเนียมทำเลใจกลางเมือง
แม้ราคาขายจะสูงลิบลิ่ว แต่หลายคนก็พร้อมยอมจ่าย
ยอมจ่ายเพื่อ..แลกกับการเดินทางที่สะดวก
ยอมจ่ายเพื่อ..ทำเลที่รายล้อมไปด้วย ศูนย์การค้า, ร้านอาหาร, สถานบันเทิง
ยอมจ่ายเพื่อ..ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตอยู่ในเมือง
แต่เหตุผลต่างๆ เหล่านี้ กำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากความคิดของใครหลายคน
เมื่อการระบาดของ COVID-19 ได้สร้างพฤติกรรมที่เคยชินจนมาถึงวันนี้
หลายบริษัทมีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้านได้กี่วันในหนึ่งสัปดาห์
หากเราทำงานแล้วหิว อยากทานอาหารอร่อยๆ ก็สามารถกดสั่ง Food Delivery
อยากได้เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และสารพัดสินค้ามากมายเราก็กดชอปออนไลน์
หรือหากอยากดูหนังก็มี Netflix เป็นเพื่อนความบันเทิง
อีกทั้งการออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัยทำให้หายใจลำบาก
หลายคนจึงพยายามลดการเดินทางให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้
เรื่องนี้จึงเป็นที่มาของบัญญัติศัพท์ใหม่อย่าง “เศรษฐกิจติดบ้าน”
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เริ่มไปสะกิดต่อมความคิดใครหลายคน
ว่าจริงๆ แล้วชีวิตเราอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ใจกลางเมืองที่ดูวุ่นวาย
แล้วจริงๆ ชีวิตเราต้องการที่อยู่อาศัยแบบไหนกันแน่
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา บอกกับเราว่า ถ้ามนุษย์ได้อยู่กับธรรมชาติทุกวันจะช่วยลดสภาวะความเครียด และมีสุขภาพที่ดี
แต่ความเป็นจริงแล้วประเทศไทยในวันนี้มีปริมาณพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 1 คน น้อยกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่ได้ตั้งไว้
พอได้ยินแบบนี้ ภาพที่อยู่อาศัยในฝัน หลายคนน่าจะเริ่มเปลี่ยนไป
โดยผู้พัฒนาที่จริงจังกับแนวคิดนี้ก็คือ MQDC ซึ่งตอนนี้ก็มีโครงการ THE FORESTIAS
ที่อยู่บนถนน บางนา-ตราด กิโลเมตร 7
โดยภายในโครงการมีพื้นที่ป่าธรรมชาติ 30 ไร่และพื้นที่สีเขียวปกคลุมอีก 70%
เป็นโครงการแรกของโลก ที่มีพื้นที่ธรรมชาติมากขนาดนี้
โดยในโครงการประกอบด้วย
คอนโด วิสซ์ดอม สำหรับคนวัยทำงาน
มัลเบอร์รี่ โกรฟ บ้านเดี่ยวกลุ่มแบบคลัสเตอร์ขนาดใหญ่
คอนโด ดิ แอสเพน ทรี รองรับตลอดชีวิตของผู้สูงวัยที่ต้องการดูแลสุขภาพ
รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC)
แล้วรู้หรือไม่ว่าไม่ใช่แค่โครงการ THE FORESTIAS ที่ใช้ผลวิจัยในการสร้างที่อยู่อาศัย
แต่ทุกโครงการของ MQDC จะหยิบนำบทสรุปของงานวิจัยมาสร้างที่อยู่อาศัย
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการนำความต้องการของลูกค้ามาสร้างเป็นที่อยู่อาศัยนั้นเอง
เหมือนอีกหนึ่งตัวอย่างก็คือ มัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี ที่ผ่านมา
เป็นคอนโดที่ออกแบบตอบโจทย์การอยู่อาศัยของครอบครัวหลากหลายช่วงอายุ
ซึ่งเกิดจากผลงานวิจัยที่ว่าแท้จริงแล้วมนุษย์เราต้องการอยู่ร่วมกันกับครอบครัว
เลยทำให้คอนโดมิเนียมแห่งนี้มี ห้องนั่งเล่น ห้องครัวขนาดใหญ่ และส่วนกลางที่จะให้เราใช้เวลากับคนในครอบครัวได้มีความสุข จนถึงมีบริการผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้คำปรึกษา
คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)
ขณะเดียวกันในภาพใหญ่ของการสร้างที่อยู่อาศัยของ MQDC จะใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สีที่ใช้ทาจะไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพของผู้อาศัย
จนถึงมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ในโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด และ วิสซ์ดอม สุขุมวิท 101
จะเห็นว่าแนวคิดของ MQDC กำลังคิดต่างเมื่อมองว่าคนกำลังต้องการหวนคืนกลับสู่ธรรมชาติ ต้องการที่อยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ และให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
เพราะเป็นการใช้เงินสร้างความสุขให้ชีวิตตัวเราเอง
โดยการนำชีวิตคนเมือง ให้หวนคืนกลับสู่ธรรมชาติ..
Reference
เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.