อำนาจของ ทวิตเตอร์ ในประเทศไทย

อำนาจของ ทวิตเตอร์ ในประเทศไทย

16 ต.ค. 2020
อำนาจของ ทวิตเตอร์ ในประเทศไทย /โดย ลงทุนแมน
ในวันนี้ ความทรงพลัง ของทวิตเตอร์
น่าจะทำให้ทุกคนได้เห็น
ข้อความที่ติดเทรนด์ทวิตเตอร์
ถ้าให้ย้อนกลับไป 5 ปี คงไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะมีคำพวกนี้ออกมาได้
แต่ในวันนี้ เรื่องราวทั้งหมดได้เปลี่ยนไป
ทวิตเตอร์ กลายเป็นมหาอำนาจใหม่ ที่เข้ามาท้าทายสิ่งเดิม
ถ้าจะให้คำ “จำกัดความ” ของทวิตเตอร์
ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละฝ่ายมองกันอย่างไร
ฝ่ายหนึ่งอาจมองว่า เป็นสถานที่ของ
- ความอิสระในการแสดงความคิดเห็น
- การเปลี่ยนแปลงสังคม
- การทำให้เสียงเล็กๆ ของแต่ละคนในสังคมได้ออกสู่สาธารณะ
แต่สำหรับอีกฝ่ายหนึ่งอาจมองว่า เป็นสถานที่ของ
- ความเห็นในแง่ลบ เอาแต่ใจ
- การเรียกร้องสิ่งที่อยากได้ทุกอย่างมากเกินไป
- การทำให้เสียงเล็กๆ ที่ไม่เหมาะสม ได้ขยายขึ้นสู่สาธารณะ
เรื่องนี้อาจเป็นเหมือนสิ่งที่อยู่ในสารคดี The Social Dilemma ที่บอกว่าเรากำลังอยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคม โดยสิ่งนี้จะมีเทคโนโลยี และ อัลกอริทึมของมันเป็นตัวเร่ง
สิ่งที่คนในสังคมใฝ่หา จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายปี กลับถูกเร่งให้เป็นหลักนาที
ต้องยอมรับว่าคนไทยทุกคน ไม่ได้ใช้ทวิตเตอร์ แต่ตัวแพลตฟอร์มได้ทำหน้าที่ของมันในการดึงดูดให้คนไทยใช้ทวิตเตอร์มากขึ้น ในการอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวต่างๆ ว่าโลกทวิตเตอร์เขาพูดอะไรกัน
สุดท้ายจากคนไม่ได้ใช้ทวิตเตอร์ ก็กลายเป็นเสพติดว่า วันนี้จะมีประเด็นอะไรในทวิตเตอร์
และเกือบทั้งหมดของประเด็นทวิตเตอร์ คือ
ต้องการ “รุม” วิพากษ์วิจารณ์อะไรสักอย่างในสังคม
และการรุมนี้แหละ เป็น “อำนาจ” ที่ทรงพลังมากในประเทศไทยตอนนี้
สิ่งที่เป็นประเด็นต่อมาก็คือ
การวิพากษ์วิจารณ์นี้ ระบบทวิตเตอร์ไม่แคร์ ว่าคนในสังคมจะรุมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอะไร
ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ ความเชื่อ
ขอให้มันเป็นสิ่งที่มีคนกลุ่มใหญ่ในนั้นคิดตรงกัน
มันก็พร้อมจะติดเทรนด์ทวิตเตอร์ เพื่อเรียกคนอื่นเข้ามารุมต่อได้ทันที
จากเดิมที่ผู้ใช้งานในระบบไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้น
แต่พอเทรนด์เขาว่าอย่างไรกัน มันก็จะถูกดึงให้คิดคล้อยตามคนส่วนใหญ่ในนั้นได้
และมันก็จะดูดคนเข้าไปรุมมากขึ้นอีกเป็นก้อนใหญ่
เป็นวัฏจักรแห่งการรุมวิพากษ์วิจารณ์ที่ทรงพลัง
และอำนาจเหล่านี้ มันไม่สามารถต่อสู้ด้วยอาวุธในโลกจริง
ถึงเราจะมีรถถังร้อยคัน ปืนหมื่นกระบอก มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรที่อยู่ในนั้นได้
เพราะของเหล่านี้มันอยู่กันคนละโลก..
สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามพอจะทำได้ก็คือ
จัดตั้งกองทัพโลกเสมือนหรือเรียกกันว่า IO มาสู้กับคนในนั้น
แต่มันก็รู้กันอยู่ว่า กองทัพโลกเสมือนคงต้องมีจำนวนมากพอ
และมากอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีจิตวิญญาณ ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นธรรมชาติ ในการต่อสู้ในนั้นด้วย
ซึ่งก็พอจะเดาได้ว่าผลของสงครามโลกเสมือน ฝ่ายที่แพ้จะเป็นใคร..
ปีนี้เป็น 2020
เลขที่ดูสวยงาม แต่มันเป็นปีที่ท้าทายมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และประเทศไทย
ไม่ว่าเราจะเกิดมาแล้วกี่ปี
อายุ 15 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียน
อายุ 25 ปี ที่กำลังเริ่มทำงาน
อายุ 35 ปี ที่กำลังมีครอบครัว
อายุ 45 ปี ที่กำลังมีฐานะ
อายุ 55 ปี ที่กำลังใกล้เกษียณ
เราทุกคน ล้วนแต่มีความคิด และประสบการณ์ที่ผ่านมาแตกต่างกัน
บทความนี้กำลังย้ำเตือนว่า
ประเทศเรากำลังอยู่ใน “วิกฤติ” ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง..
โดยสิ่งที่กำลังทำให้เกิดวิกฤติ มีทั้ง “เชื้อโรค มนุษย์ และเทคโนโลยี”
สิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนมันได้เปลี่ยนไป ในทุกโมเมนต์ ทุกชั่วขณะของเราในตอนนี้
ไม่ว่าจะเป็น การสั่งสินค้าออนไลน์ การจ่ายเงินสด การสั่งอาหารมาทานที่บ้าน การใส่หน้ากากอนามัย การนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ หรือแม้แต่สภาพแวดล้อมก่อนชมภาพยนตร์ในโรงหนัง
การเปลี่ยนแปลง มีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย
แต่เราคงต้องยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง มันอาจไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีก
และหนึ่งในอำนาจเบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
กลับเป็นสิ่งที่เรานึกไม่ถึงว่ามันจะเป็นแอปพลิเคชันเล็กๆ ที่อยู่ในมือถือ
แอปพลิเคชันเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของคอนเทนต์ใดๆ แต่กลับเป็นผู้ใช้งานที่อยู่ในนั้นช่วยกันสร้างขึ้นมา
ล่าสุดรัฐบาลไทยได้แบน เว็บไซต์ Change.org ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
เว็บไซต์ Change.org เป็นเว็บไซต์สำหรับการสร้างแคมเปญที่อยากเปลี่ยนแปลง และให้คนโหวตสนับสนุน ซึ่งก็ไม่ได้มีผลอะไรในทางกฎหมาย แต่จะช่วยผลักดันให้สังคมเห็นว่ามีเรื่องไหนที่มีกลุ่มคนต้องการการเปลี่ยนแปลง
จริงๆ แล้วอำนาจของเว็บไซต์ Change.org นี้ไม่ได้มีมากอะไร เมื่อเทียบกับ “อำนาจของทวิตเตอร์” ในประเทศไทยตอนนี้ ซึ่งข้อความต่างๆ ในทวิตเตอร์ “ไม่ได้รุนแรงน้อยไปกว่า” เว็บไซต์ Change.org ที่รัฐบาลบอกว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
และก็คงพอจะเดากันได้ว่า
ถ้ารัฐบาลมีหนทางที่จะสามารถทำได้
การแบนทวิตเตอร์ ก็อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ในเร็วๆ นี้..
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.