กรณีศึกษา อุดมการณ์ความยั่งยืน ในแบบฉบับของ TRUE

กรณีศึกษา อุดมการณ์ความยั่งยืน ในแบบฉบับของ TRUE

25 ธ.ค. 2020
TRUE X ลงทุนแมน
กรณีศึกษา อุดมการณ์ความยั่งยืน ในแบบฉบับของ TRUE
หากพูดถึงการแข่งขันธุรกิจโทรคมนาคม
ความคิดแรกที่คนทั่วไปจะนึกถึงคือ จำนวนลูกค้า รายได้ คลื่นสัญญาณความถี่
แต่รู้หรือไม่..เวลานี้
ทุกบริษัทชั้นนำทั่วโลก ไม่เพียงแค่บริษัทโทรคมนาคมเท่านั้น ต่างกำลังให้ความสนใจอยู่เรื่องหนึ่งอย่างเข้มข้น
เรื่องนั้นก็คือความ “ยั่งยืน”
ที่น่าสนใจกว่านั้น นักลงทุนในตลาดหุ้นก็เริ่มไม่ได้มองแค่ผลตอบแทนอย่างเดียว
แต่กำลังให้ความสนใจว่าบริษัทไหนมีนโยบายความยั่งยืน ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้
โดยหนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นในเรื่องนี้คือ ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ที่ได้คะแนนอันดับ 1 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจาก DJSI ในปี 2020 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
แล้ว DJSI นี้คืออะไร
ทำไม TRUE ถึงได้คะแนนอันดับ 1
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
DJSI ย่อมาจาก Dow Jones Sustainability Indices เป็นหน่วยงานที่จะประเมินบริษัทต่างๆ
ที่เข้าร่วมว่ามีการทำธุรกิจในแนวทางยั่งยืนมากน้อยแค่ไหน
โดยบริษัทที่เข้าร่วมนั้นจะต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์หรือ Market Cap มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยในปีนี้มี 3,429 บริษัททั่วโลกที่เข้าร่วม โดยแบ่งเป็นบริษัทธุรกิจโทรคมนาคม 78 บริษัท
ซึ่ง TRUE มีคะแนนรวมเป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มธุรกิจนี้
แล้วทำไม TRUE ถึงเป็นอันดับหนึ่ง
ซึ่งเรื่องนี้ เราคงต้องมาดูว่า DJSI มีหลักคิดในการประเมินอย่างไร
ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยตัวอักษรย่อ ESG
1.Environment สิ่งแวดล้อม 2.Social สังคม 3.Governance ธรรมาภิบาล
โดยบริษัทที่เข้าร่วมนั้นจะต้องตอบแบบสอบถามใน 3 เรื่องนี้
เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิด และความหมายของความยั่งยืนในแบบฉบับตัวเอง
ซึ่ง TRUE สามารถทำคะแนนได้สูงสุดเป็นอันดับ 1
เรื่องที่น่าสนใจมันอยู่ที่ว่า แล้วความยั่งยืนในแบบฉบับของ TRUE มีหน้าตาแบบไหน?
เราขอเริ่มต้นด้วย ธรรมาภิบาลทางธุรกิจ ซึ่งเรื่องนี้ทาง DJSI ก็จะดูในเรื่องความมั่นคงทางธุรกิจด้วย
โดยปัจจุบัน TRUE มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ 30.1 ล้านเลขหมาย
และจำนวนผู้ใช้ Internet broadband 4.1 ล้านครัวเรือน
โดยภาพรวมที่ผ่านมานั้น ทั้งจำนวนลูกค้าและรายได้ของบริษัทก็เติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง
เหตุผลเพราะ TRUE เลือกจะพัฒนาสินค้าและบริการมาตอบโจทย์กับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป
ขณะเดียวกันก็มีการดูแลพนักงานในทุกภาคส่วน
ยกตัวอย่าง ช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่มีการล็อกดาวน์ ก็มีการช่วยเหลือให้พนักงานทำงานที่บ้านได้อย่างสะดวกสบายผ่าน แพลตฟอร์ม TrueVirtual World ซึ่งรวบรวมโซลูชันของกลุ่มทรูที่ให้ทุกคนสามารถทำงาน เรียน และใช้ชีวิตได้ทุกที่ ทุกเวลา
ต่อมาก็คือ สิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวและไม่น่าเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทโทรคมนาคม
แต่ TRUE กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
เพราะความยั่งยืนที่สมบูรณ์แบบ ทุกอย่างมันต้องเติบโตไปด้วยกัน
แล้วหากเราเป็น TRUE จะมีส่วนช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
คำตอบก็น่าจะเป็นการนำสิ่งที่ตัวเองถนัดมีความเชี่ยวชาญมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ก็เลยเป็นที่มาของการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมเมืองไทยให้ดีขึ้น
รู้หรือไม่ว่า TRUE มี App ที่ชื่อว่า WE GROW ที่สร้างสังคมในออนไลน์เพื่อกระตุ้นให้คนไทยปลูกต้นไม้ โดยปัจจุบันมีการปลูกต้นไม้ 4.4 ล้านต้น ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ 240,000 ตันต่อปี
หรือการสร้างแผง SOLAR CELL ที่ติดตั้งไปแล้ว 3,238 แห่ง
ประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า 59 ล้านบาท ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 8,632 ตันต่อปี
หรือจะเป็นการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า
เรื่องนี้เป็นปัญหาที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่า ช้างป่านั้นชอบไปกินพืชไร่ชาวบ้านในชนบท
ทำให้ TRUE คิดค้นระบบเตือนภัยล่วงหน้า ที่จะใช้เทคโนโลยีกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera Trap) จับภาพถ่ายช้างป่า และส่งภาพไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการ
เพื่อให้รู้ว่าช้างป่ากำลังเข้าใกล้พื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้าน
จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการผลักดันช้างไปที่อื่นลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น
เป็นการสร้างสมดุลระหว่างช้างกับคนให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติวิธี
เรื่องสุดท้ายก็คือสังคม หรือการพัฒนาคน
เพราะมันคงไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากวันนี้ธุรกิจในกลุ่ม TRUE มีรายได้กำไรมหาศาล
ขณะที่คุณภาพชีวิตของคนไทยกลับไม่ได้เติบโตเหมือนผลประกอบการ
หากเรามองระยะยาวก็อาจจะทำให้กำลังซื้อลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคต
ทางออกที่ดีที่สุดก็คือต้องทำให้ทั้งสองอย่างนี้ “เติบโตไปด้วยกัน”
ก็เลยทำให้เราเห็น TRUE จริงจังกับเรื่องนี้มานาน
อย่างที่ได้ยินกันมานานคือ “ทรูปลูกปัญญา” ที่ส่งเสริมด้านการศึกษามาตลอดหลายปี
รวมถึงการดำเนินงานของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED)
หรือแม้แต่ช่วงการระบาดโควิด-19 TRUE ก็มีความคิดที่ว่าตัวเองจะต้องคิดค้นเทคโนโลยี
เพื่อมาช่วยเหลือให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้
ก็เลยเป็นที่มาของการสร้างหุ่นยนต์อัจฉริยะ True5G Connect & Care Tech
โดยเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ มีกล้องตรวจจับความร้อนเพื่อแจ้งว่าใครคือผู้ที่สงสัยป่วยเป็นโควิด 19
มีระบบสนทนากับแพทย์โดยตรง, คอยเสิร์ฟยาและอาหาร, และอีกสารพัดฟังก์ชัน
โดยมีการส่งมอบหุ่นยนต์ไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างบางส่วน
ตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้ TRUE ระดมทุกอย่างที่มีอยู่ในมือ เพื่อทำให้ทุกสิ่งที่อยู่ในวงจรส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจเติบโตไปพร้อมๆ กับตัวเอง
เพราะวันนี้ แม้โลกมันจะหมุนเร็วแค่ไหน
แต่ความจริงอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ทุกอย่างบนโลกใบนี้ยังต้องพึ่งพาซึ่งกัน ไม่มีใครที่จะอยู่คนเดียวได้อย่างยั่นยืน
TRUE เองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน….
True Together
© 2021 Longtunman. All rights reserved.