เมื่อทั้งจักรวาล อยู่ในกำมือของ อีลอน มัสก์

เมื่อทั้งจักรวาล อยู่ในกำมือของ อีลอน มัสก์

11 ก.พ. 2021
เมื่อทั้งจักรวาล อยู่ในกำมือของ อีลอน มัสก์ / โดย ลงทุนแมน
ไม่ว่านิตยสารไหน จะจัดอันดับบุคคลผู้มีอิทธิพลที่สุดของโลก
ในเวลานี้จะต้องมีบุคคลชื่อนี้อยู่ในลิสต์
นั่นคือ “อีลอน มัสก์”
ด้วยปลายนิ้วมือของเขา พร้อมกับสมาร์ตโฟนคู่ใจที่มีแอปทวิตเตอร์
เขาสามารถเสกมูลค่าให้สิ่งของที่เขาพูดถึง
ไม่ว่าจะเป็นชื่อหุ้นที่เขาพูดถึง ไม่กี่นาทีหุ้นก็พุ่งตามที่เขาทวีต
หรือแอปโซเชียลมีเดียที่เขาเข้าไปเล่น ก็มีคนมาเล่นตามจนแอปโตเป็นยูนิคอร์นได้ภายในไม่กี่วัน
คริปโทเคอร์เรนซีที่มีสุนัขชิบะเป็นพรีเซนเตอร์ ก็กลายเป็นเหรียญที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้
หรือแม้แต่การเอาเงินสดในเทสลา เข้าซื้อบิตคอยน์ หลังจากนั้นบิตคอยน์ก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ในทันที
ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ถ้าเขาแตะต้อง ราคาของสิ่งนั้นจะพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ทันที
อะไรถึงทำให้ เป็นแบบนี้?
จริงๆ แล้ว อีลอน มัสก์ เป็นคนที่ชอบทำอะไร ที่คนอื่นไม่ทำกัน
ถ้าไม่นับเรื่องการให้ทีมวิศวกร SpaceX มาช่วยกันคิดค้นเรือดำน้ำจิ๋วมาช่วยทีมหมูป่าได้ภายในเพียงสัปดาห์เดียว แล้วใช้เครื่องบินส่วนตัว นำมันมาให้ที่เชียงรายแล้ว
เขาคนนี้ยังทำอะไรที่คาดไม่ถึงอีกหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะตั้งชื่อลูกคนล่าสุด โดยมีคำสุดแปลก ชื่อว่า X Æ A-Xii
สูบกัญชาในรายการพอดแคสต์
สร้างรถ Cybertruck พร้อมกระจกกันกระสุน แล้วก็เปิดตัวด้วยการเอาลูกตุ้มไปปาให้กระจกร้าว
หรือหลายปีก่อน อยู่ดีๆ เขาก็ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่าจะเอาบริษัท Tesla ออกจากตลาดหุ้น โดยไม่ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ จนโดน ก.ล.ต. สอบสวน..
สิ่งที่เขาทำแต่ละอย่าง ดูเหมือนว่าเขาจะเพี้ยน
“แต่ความเพี้ยน” กับ “ความอัจฉริยะ” บางทีมันก็เหมือนมีเส้นบางๆ กั้นอยู่
แล้วเป้าหมายสูงสุดของ อีลอน มัสก์ คืออะไร?
จริงๆ แล้ว เป้าหมายสูงสุดของอีลอน มัสก์
คือ “การรักษาการดำรงอยู่ของมวลมนุษยชาติ”
ก็ไม่รู้ว่าเป้าหมายนี้มันจะเพี้ยน หรือไม่เพี้ยน
แต่ แจ็ก หม่า (ที่กำลังเงียบอยู่) ก็เคยพูดบอก อีลอน มัสก์ ว่า คุณคิดอะไรที่ไกลตัวเหลือเกิน อย่าไปคิดอะไรที่อยู่นอกโลก ให้สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นของมนุษย์ตอนนี้จะดีกว่า
แต่ถ้าใครติดตาม อีลอน มัสก์ มา ก็จะรู้ว่านี่คือตัวเขา
เขาจะคิดอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับมนุษยชาติในภาพใหญ่มากเสมอ
นั่นจึงเป็นที่มาของการปลุกปั้น
Tesla เพื่อเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
SolarCity บริษัทพลังงานแสงอาทิตย์
ทั้งนี้ ก็เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมัน
ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน
อีกหนึ่งเหตุผลก็คือ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ที่จำเป็นเมื่อเขาต้องการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร
เพราะมันสามารถทำหน้าที่ทดแทนการไม่มีออกซิเจนที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้เพื่อเป็นพลังงานได้แบบบนโลก
พอมีธุรกิจพลังงานจากแสงอาทิตย์แล้ว
ธุรกิจยานอวกาศ SpaceX ก็เป็นบริษัทที่ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อวิจัย และพัฒนาวิธีการที่จะทำให้เรามีต้นทุนการเดินทาง และการขนย้ายทรัพยากร จากโลกไปยังดาวอังคาร ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และที่เขาต้องไปดาวอังคารก็เพื่อให้เป็นดาวแบ็กอัป ในวันที่โลกของเราอยู่ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอุกกาบาตชนโลก, อากาศเป็นพิษ, โลกร้อนน้ำท่วมโลก ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะให้ “ความนึกคิด (consciousness) ของมนุษย์ คงอยู่ได้ในโลกนี้ได้ตลอดไป..”
และนอกจากนั้นเขายังกลัวการเกิดขึ้นของ AI และพยายามปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ ด้วยการเชื่อมสมองคนกับคอมพิวเตอร์ด้วย Neuralink ที่เขาตั้งขึ้นมา
“ถ้าสู้กับมันไม่ได้ เราก็ต้องเชื่อมมันเข้ากับมนุษย์ซะเลย”
อีลอน มัสก์ ได้กล่าวไว้
อ่านมาถึงตรงนี้
ก็คงต้องยอมรับว่า ตอนนี้ อีลอน มัสก์ เป็นผู้นำในเทคโนโลยีเรื่องการเดินทาง ทั้งบนโลก และนอกโลก หรืออาจจะทั้งจักรวาลนี้ (ถ้าทั้งจักรวาลมีแค่มนุษย์ที่มีอารยธรรมแค่เผ่าพันธุ์เดียว)
และด้วยความยอมรับจากคนทั่วโลกว่า อีลอน มัสก์ มีเทคโนโลยีที่ล้ำสุด หรือบางคนบอกว่าผสมไปด้วยการเก็งกำไร มันก็เลยทำให้ หุ้นบริษัท Tesla ที่เขาถืออยู่ พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์
และทำให้เขาเป็นบุคคลที่รวยสุดในโลกนี้..
ต่อไปนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของเขา
ไม่ว่าเขาจะทำอะไร กินอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร ทุกคนก็จะจับจ้องไปเสียทั้งหมด
ไม่ว่าในอนาคต
เทคโนโลยีของเขาจะเปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์ไปได้มากแค่ไหน
และไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรเพี้ยนๆ อีกกี่ร้อยอย่าง
แต่ ณ นาทีนี้
จักรวาลที่มนุษย์รู้จัก ดูเหมือนว่าจะกำลัง อยู่ในกำมือ ของบุคคลแห่งศตวรรษ ที่ชื่อว่า อีลอน มัสก์..
© 2021 Longtunman. All rights reserved.