รู้จัก บริษัทเหล็ก ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยู่ในเวียดนาม

รู้จัก บริษัทเหล็ก ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยู่ในเวียดนาม

3 พ.ย. 2021
รู้จัก บริษัทเหล็ก ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อยู่ในเวียดนาม /โดย ลงทุนแมน
ถ้าถามว่าประเทศไหน ผลิตเหล็กได้เยอะสุดในโลก
คำตอบคือ ประเทศจีน ซึ่งมีปริมาณการผลิตเหล็กดิบ (Crude Steel) ราว 1,064 ล้านเมตริกตัน คิดเป็นเกือบ 57% ของปริมาณการผลิตทั้งโลก
แต่ถ้าเราโฟกัสแค่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“เวียดนาม” จะเป็นประเทศเดียวจากภูมิภาคนี้
ที่ติดอันดับ 15 ของประเทศที่ผลิตเหล็กเยอะที่สุดในโลก
ปี 2020 บริษัทในเวียดนาม ผลิตเหล็กดิบรวมกันทั้งหมด 19.5 ล้านเมตริกตัน
และที่น่าสนใจคือ ประมาณ 37% ของการผลิต มาจากบริษัทที่มีชื่อว่า “Hoa Phat Group” หรือ HPG
เรื่องราวของบริษัทผลิตเหล็ก ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายนี้ น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
Hoa Phat ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1992 หรือราว 29 ปีที่แล้ว โดยชายที่ชื่อว่า Tran Dinh Long
ซึ่งคุณ Long เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็กเลย และในวันที่เริ่มก้าวขาเข้ามาทำธุรกิจนี้ เขามีแต่ความกล้าเท่านั้น..
เขาและพาร์ตเนอร์ เริ่มต้นจากเปิดร้านขายอุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องจักร ในปี 1992 แล้วเริ่มต้นเรียนรู้กลยุทธ์ธุรกิจซื้อมาขายไป หรือเรียกว่าธุรกิจ Trading
เขาเริ่มต้นจากการนำของต่างประเทศที่ราคาถูก เข้ามายังประเทศเวียดนาม แล้วมาขายต่อในราคาที่แพงขึ้น ต่อมาบริษัทก็ได้ขยายกิจการไปยังธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ในปี 1995 และธุรกิจเหล็กในปี 1996
คุณ Long ได้กล่าวว่า “ประเทศที่กำลังจะพัฒนา การขยายโครงสร้างพื้นฐานคือสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกที่จะขยายธุรกิจมายัง อุตสาหกรรมเหล็ก”
ซึ่งสิ่งที่คุณ Long และพาร์ตเนอร์คิด ก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่ามาถูกทาง
เพราะในช่วงที่ Hoa Phat เริ่มขยายกิจการมายังธุรกิจเหล็ก เศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม ก็ขยายตัวเร็วขึ้น
GDP ของเวียดนามระหว่างปี 2000-2010 เติบโตเฉลี่ยปีละ 6-7%
ซึ่งการที่ GDP เติบโตอย่างรวดเร็วแบบนี้ นำไปสู่การขยายเมือง การเติบโตของการบริโภคภายในประเทศ และการก่อสร้าง
ธุรกิจเหล็กของ Hoa Phat ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามเป็นอย่างมาก
จนทำให้รายได้จากธุรกิจเหล็ก กลายมาเป็นรายได้หลักของบริษัท
โดยในปี 2007 รายได้ของบริษัทมากกว่า 60% มาจากการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก

ซึ่งในปีนั้น เขาก็ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Hoa Phat Steel JSC และได้เข้าไปจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นโฮจิมินห์ และสร้างการเติบโตในธุรกิจเหล็กเรื่อยมา
ในปี 2020 บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในเวียดนาม โดยเหล็กรูปพรรณ (Structural Steel) และท่อเหล็ก (Steel Pipe) มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 32% และ 31% ตามลำดับ
ที่น่าสนใจคือ ถ้าเราลองมาดูธุรกิจสำคัญ ๆ ภายใต้ Hoa Phat Group ก็จะเห็นว่าไม่ได้ทำแค่ธุรกิจเหล็กเพียงอย่างเดียว เช่น
- Hoa Phat Dung Quat Steel JSC ทำธุรกิจผลิตเหล็กและจำหน่ายเหล็กประเภทต่าง ๆ
- Hoa Phat Agriculture Development JSC ทำธุรกิจผลิตปุ๋ย อาหารสัตว์ และอาหารแปรรูปเนื้อสัตว์
- Hoa Phat Urban Development and Construction JSC ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
โดยสัดส่วนรายได้ทั้งหมดของบริษัทในปี 2020 แบ่งออกได้เป็น
84% มาจากธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก
12% มาจากธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรกรรม
4% มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ผลประกอบการ Hoa Phat Group ในช่วงที่ผ่านมา
ปี 2018 รายได้ 81,441 ล้านบาท กำไร 12,504 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 92,840 ล้านบาท กำไร 10,978 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 131,468 ล้านบาท กำไร 19,622 ล้านบาท
ปัจจุบัน Hoa Phat Group มีมูลค่าบริษัทประมาณ 3.7 แสนล้านบาท เป็นบริษัทที่ใหญ่สุดอันดับ 4 ของประเทศเวียดนาม และถ้าบริษัทนี้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทนี้ก็จะใหญ่เป็นอันดับ 10 ใกล้เคียงกับธนาคารไทยพาณิชย์เลยทีเดียว..
น่าสนใจที่ว่า บริษัทเหล็กในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่ไม่ได้มีมูลค่าบริษัทมาก เช่น บริษัท ทาทา สตีล ที่มีมูลค่าบริษัท 14,232 ล้านบาท และบริษัท จี เจ สตีล ที่มีมูลค่าบริษัท 9,685 ล้านบาท นั่นก็เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเหล็กไทยเจอผลกระทบจากการนำเข้าเหล็กจีนที่มีราคาถูกกว่า
และผู้ประกอบการเจ้าใหญ่ของไทยบางราย เช่น สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องหนี้สิน จนต้องยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายเพื่อขอฟื้นฟูกิจการ ในปี 2558
ในทางตรงกันข้าม
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนหนังคนละม้วน กับที่ประเทศเวียดนาม
และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Hoa Phat Group ก็ทำให้ นาย Tran Dinh Long กลายมาเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินทั้งหมดประมาณ 126,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่รวยสุดอันดับ 3 ในเวียดนาม ตอนนี้เลยทีเดียว..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References:
-http://en.stockbiz.vn/Stocks/HPG/Overview.aspx
-https://file.hoaphat.com.vn/hoaphat-com-vn/2021/04/annual-report-2020-eng.pdf
-https://www.hoaphat.com.vn/introduce
-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_steel_production
-https://e.vnexpress.net/news/business/companies/the-giddy-rise-of-vietnam-s-steel-billionaire-4223217.html
© 2022 Longtunman. All rights reserved.