นักลงทุนรายย่อย จะมีโอกาสเข้าถึงสินทรัพย์ใน Private Market ได้อย่างไร ?

นักลงทุนรายย่อย จะมีโอกาสเข้าถึงสินทรัพย์ใน Private Market ได้อย่างไร ?

22 เม.ย. 2022
นักลงทุนรายย่อย จะมีโอกาสเข้าถึงสินทรัพย์ใน Private Market ได้อย่างไร ?
อเบอร์ดีน x ลงทุนแมน
ยุคนี้ ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่าย ๆ
ด้วยระบบการลงทุนที่มีมาตรฐาน สามารถลงทุนผ่านแอปพลิเคชันได้
ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้น หรือตลาดคริปโท ดูใกล้ตัวเราเหลือเกิน
แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ ความเสี่ยงจากความผันผวนที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากปรับพอร์ตลงทุนไม่ทัน
ก็มีโอกาสล้มเหลวได้ง่าย ๆ
รู้หรือไม่ว่า โอกาสการลงทุนสินทรัพย์ใน Private Markets กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น
แต่ก็ยังถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ที่มีวงเงินลงทุนสูง ๆ
ส่วนใหญ่มักมีกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขาย หรือ lock in period จึงทำให้เป็นการลงทุนที่มีสภาพคล่องต่ำ
ความน่าสนใจของ Private Markets คืออะไร ?
แล้วถ้าเราเป็นนักลงทุนรายย่อย จะเข้าถึงการลงทุนใน Private Markets ได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายคนอาจสงสัยว่า Private Markets คืออะไร ?
อธิบายง่าย ๆ ก็คือ การลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
จึงไม่สามารถซื้อขายแบบสาธารณะได้ และต่างจากการลงทุนในตลาดทุนทั่ว ๆ ไป
ยกตัวอย่างเช่น การระดมทุนช่วงก่อตั้งกิจการ, การลงทุนในกิจการที่ยังเติบโตไม่เต็มที่
ข้อจำกัดของการลงทุน Private Markets นี้ จึงมีอยู่ไม่น้อย
เพราะมักจะเข้าถึงข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ยาก มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ ใช้เงินลงทุนสูง
และหากลงทุนด้วยตนเอง แต่มีประสบการณ์ไม่มากพอ ก็อาจพลาดสินทรัพย์คุณภาพได้
พอเป็นแบบนี้ บลจ.อเบอร์ดีน จึงได้เฟ้นหากลยุทธ์การลงทุน โดยเป็นกองทุนแรกในไทย
ที่เสนอขายผู้ลงทุนรายย่อย ด้วยกลยุทธ์ของกองทุนหลัก ที่มุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มี exposure ใน Private Equity, Private Debt, Infrastructure รวมถึง REITs
กองทุนที่ว่านี้มีชื่อว่า ABPCAP หรือก็คือ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน ลิสเต็ด ไพรเวท แคปปิตอล ฟันด์
สาเหตุที่บอกว่า กองทุน ABPCAP ถูกออกแบบมา เพื่อนักลงทุนรายย่อยโดยเฉพาะ ด้วยกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักที่ไม่มีใครเหมือน ทำให้กองทุนนี้มีสภาพคล่อง สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน
ที่สำคัญก็คือ เงินเริ่มต้นลงทุนครั้งแรก 1,000 บาท
ก็สามารถมีโอกาสเข้าถึงสินทรัพย์ใน Private Markets ที่มีคุณภาพทั่วโลกได้แบบง่าย ๆ
เรามาดูกันว่า กองทุน ABPCAP ลงทุนอะไรบ้าง ?
กองทุน ABPCAP ลงทุนในกองทุนหลัก Aberdeen Standard SICAV I - Listed Private Capital Fund
ที่มุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีธุรกิจหลักคือ การลงทุนหรือบริหารจัดการการลงทุนใน Private Capital Markets
พูดง่าย ๆ ว่า แม้กองทุนหลัก จะไม่ได้ลงทุนใน Private Markets โดยตรง
แต่พอร์ตลงทุนของหลักทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนนั้น ล้วนสะท้อนโอกาสการเติบโตของสินทรัพย์อย่าง Private Equity, Private Debt, Infrastructure และ REITs นั่นเอง
ซึ่งการคัดเลือกธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุน มาจาก 2 ส่วนหลัก ๆ
1. ลงทุนผ่าน Listed Investment Company หนึ่งในเครื่องมือการลงทุน (Investment Vehicles) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีพอร์ตการลงทุนใน Private Markets
โดยตั้งต้นจากประเภทสินทรัพย์
ที่ต้องการลงทุน แล้วจึงคัดเลือกเครื่องมือการลงทุนที่น่าสนใจ
กระจายการลงทุนครอบคลุมสินทรัพย์อย่าง
- Private Equity ทำให้เข้าถึงโอกาสการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
- Private Debt เข้าถึงการลงทุนในบริษัทผู้ปล่อยสินเชื่อโดยตรงให้กับธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ยกตัวอย่างในปีที่ผ่านมาอเบอร์ดีนให้น้ำหนักไปที่ตลาด Private Debt ในสหรัฐฯ และยุโรปซึ่งเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากการให้กู้ยืมประเภทนี้ถูกแยกตัวออกจากธนาคารแบบดั้งเดิม (ที่มา: abrdn,ธันวาคม 2021)
- Real Estate เข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีโอกาสรับรายได้ประจำ
- Infrastructure ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
- Precious Metals ลงทุนในโลหะมีค่าต่าง ๆ
2. ลงทุนผ่านบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Asset Manager)
โดยตั้งต้นจากการโฟกัสการเติบโตของ บริษัทจัดการสินทรัพย์ ที่บริหารจัดการกองทุนหรือสินทรัพย์ใน Private Markets ว่ามีแนวโน้มการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Asset Under Management: AUM) ได้ดีในอนาคตอย่างไร
โดยทีมลงทุนจะเฟ้นหา Asset Manager ที่มีความเชี่ยวชาญ มีปรัชญาการลงทุนที่ดี มี Performance โดดเด่น มีการกระบวนการการลงทุน และมีพอร์ตการลงทุนที่มีคุณภาพ
สังเกตไหมว่า ทั้ง 2 ส่วนนี้ มีวิธีการคัดเลือกการลงทุนที่แตกต่างกันซึ่งจุดนี้เองคือ ความโดดเด่นของกองทุน ABPCAP และด้วยสไตล์การลงทุนที่เป็นแบบ Active อย่างแท้จริง ทีมลงทุนวิเคราะห์ทั้งภาพกว้าง แบบ Top Down และเจาะลึกรายตัวแบบ Bottom up เพื่อจะเฟ้นหาหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
ในขณะเดียวกันผู้จัดการกองทุนให้ความสำคัญกับ Valuation อย่างมาก ต้องบอกว่าเขาทำการบ้านอย่างหนักในการวิเคราะห์และค้นหาบริษัทที่มี Discount หรือราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งทุกหลักทรัพย์ที่อยู่ในเรดาห์ของเขาประมาณ 138 บริษัทเขาลงลึกจริง ๆ เพื่อหาโอกาสลงทุนที่ดีที่สุดในทุกด้านเพียง 29 บริษัท (ที่มา: abrdn, ธันวาคม 2021 )
ที่สำคัญอเบอร์ดีนมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่กระจายอยู่ทั่วโลก ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ใน Private Markets จึงทำให้การลงทุน กระจายความเสี่ยงได้อย่างครอบคลุม และยังยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
ซึ่งการกระจายการลงทุนที่ว่านี้ สะท้อนผ่านสัดส่วนสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารของหลักทรัพย์ ที่กองทุนหลักเข้าไปลงทุน ทั้งในแง่ของประเภทสินทรัพย์ลงทุน และภูมิภาคการลงทุน
จากข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2022 พบว่า
สัดส่วนภูมิภาคการลงทุน แบ่งเป็น
- ตลาดอเมริกาเหนือ 52%
- ตลาดยุโรปไม่รวมสหราชอาณาจักร 24%
- สหราชอาณาจักร 10%
- เอเชีย 4%
- อื่น ๆ 10%
สัดส่วนสินทรัพย์ลงทุน แบ่งเป็น
- Listed Managers 35%
- Private Equity 34%
- Private Debt 11%
- Real Estate 6%
- Precious Metals (โลหะมีค่า) 5%
- Infrastructure 1%
- Cash 8%
ทีนี้ หากใครเป็นนักลงทุนรายย่อย และสนใจการลงทุนใน Private Assets
คงอยากทราบแล้วว่า ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักของ ABPCAP เป็นอย่างไร ?
จากข้อมูล ณ 28 กุมภาพันธ์ 2022 พบว่า
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 24.32% ต่อปี
เทียบกับดัชนีชี้วัด MSCI World Net Total Return อยู่ที่ 10.74 % ต่อปี
ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 21.33% ต่อปี
เทียบกับดัชนีชี้วัด MSCI World Net Total Return อยู่ที่ 14.44% ต่อปี
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบ ผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
มาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่า กองทุน ABPCAP คือกองทุนแรกในประเทศไทย
สำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่กองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มี exposure ใน Private Equity, Private Debt, Infrastructure และ REITs
และยังช่วยปลดล็อกทุกข้อจำกัดการลงทุน ใน Private Market ให้กับนักลงทุนรายย่อย
ที่สำคัญ อย่าลืมว่า นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนใน Private Market ทั่วโลกได้
ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท เท่านั้นเอง และยังสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ
ท้ายนี้ พิเศษเฉพาะช่วง IPO ระหว่างวันที่ 18 – 29 เมษายน นี้ เมื่อลงทุนใน ABPCAP-A หรือ ABPCAP-SSF ทุก 50,000 บาท รับหน่วยลงทุน ABPCAP-A มูลค่า 100 บาท เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุน และโปรโมชัน ได้ที่ https://bit.ly/ABPCAP-LongtunMan หรือ โทร 02-352-3388 Email : client.services.th@abrdn.com
คำเตือน :
- ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบ ผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
- การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน
- ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม
© 2022 Longtunman. All rights reserved.