OLIC อัปเกรดสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition เสริมคุณภาพ ความแม่นยำ ความโปร่งใส และความยั่งยืนให้ธุรกิจ

OLIC อัปเกรดสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition เสริมคุณภาพ ความแม่นยำ ความโปร่งใส และความยั่งยืนให้ธุรกิจ

ข่าวประชาสัมพันธ์..
OLIC อัปเกรดสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition เสริมคุณภาพ ความแม่นยำ ความโปร่งใส และความยั่งยืนให้ธุรกิจ
โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand)
สถานประกอบการผลิตยา เครื่องสำอาง เภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องมือแพทย์นั้น ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสูงที่สุด ดังนั้นความแม่นยำของข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และ OLIC (Thailand) Limited (OLIC) ให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบเป็นอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบ ระบบ ERP ที่ตอบโจทย์นี้ได้จึงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้
ในบทความนี้ได้รับเกียรติสัมภาษณ์คุณ Takefumi Sagara : Managing Director บริษัท OLIC (Thailand) Limited.ถึงการตัดสินใจอัปเกรดระบบ ERP มาสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition ซึ่งเป็นโซลูชันที่อยู่ภายใต้แนวทาง RISE with SAP เพื่อตอบโจทย์เรื่องคุณภาพ ความแม่นยำ ความโปร่งใส และความยั่งยืนของ OLIC ที่ผ่านมา
รู้จัก OLIC (Thailand) Limited บริษัทในเครือ Fuji Pharma ผู้คิดค้น วิจัย พัฒนา และผลิตยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ด้วยแนวทาง CDIMO
คุณ Takefumi Sagara : Managing Director ได้เริ่มต้นการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ด้วยการแนะนำธุรกิจของ OLIC ในฐานะของผู้ให้บริการ CDIMO ชั้นนำระดับโลก ภายใต้เครือ Fuji Pharma ซึ่งเป็นธุรกิจชั้นนำในอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์จากญี่ปุ่น โดย OLIC เริ่มดำเนินกิจการในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1984 นับเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปีแล้ว

Credit: OLIC (Thailand) Limited.
แนวคิด CDIMO ของ OLIC นั้น ได้พัฒนาต่อยอดมาจาก CMO หรือ Contract Manufacturing Organization ซึ่งเป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจในฐานะของโรงงานที่รับผลิตยาและเวชภัณฑ์ แต่ OLIC ได้เสริมเรื่องของการคิดค้นและวิจัย เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นไปนอกเหนือจากการผลิตด้วย ทำให้ CDIMO ของ OLIC นั้นเป็นการนิยามถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจในฐานะของ Contract Development and Innovation Manufacturing Organization นั่นเอง
Credit: OLIC (Thailand) Limited.
ด้วยบริการที่ครบวงจรตอบโจทย์อุตสาหกรรมเภสัชกรรม OLIC จึงมีลูกค้าเป็นกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการเภสัชกรรมทั่วโลกมากกว่า 30 รายที่มาใช้บริการในการผลิตคิดค้นยา เครื่องมือแพทย์ และ เครื่องสำอาง โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเครื่องมือที่ทันสมัยแบบ One-Stop Service โดยปัจจุบันบริการของ OLIC สามารถจำแนกได้ดังนี้
• Development บริการวิจัยและพัฒนาที่ครอบคลุมตั้งแต่สูตรตำรับ, กระบวนการผลิต, กระบวนการวิเคราะห์ และบรรจุภัณฑ์ โดยสามารถปรับปรุงจากผลิตภัณฑ์เดิม หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ได้เช่นกัน
• Manufacturing บริการด้านการผลิตยา เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง, และ เภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป ไปจนถึงการบรรจุผลิตภัณฑ์
• Analytical Services บริการด้านการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพ โดยห้องปฏิบัติการที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ครบครัน
• Regulatory Support มีบทบาทสำคัญในการดูแลให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทย บริการสนับสนุนด้านกฎหมาย โดยมีทีมงานจัดเตรียมเอกสารและดำเนินกระบวนการด้านขึ้นทะเบียน สำหรับแต่ละโครงการตามความต้องการ ที่ได้กำหนดไว้
• Logistics & Supply Chain บริการครบวงจรสำหรับการค้นหา Supplier, การคัดสรรวัตถุดิบในราคาที่เหมาะสม ไปจนถึงการการบริหารคลังสินค้าและการขนส่งผลิตภัณฑ์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจในฐานะ CDIMO แล้ว OLIC ยังมีธุรกิจ OLIC Pharma Business ซึ่งมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพสำหรับผู้หญิง โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ความเข้าใจเชิงลึกในตลาด และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนานของ Fuji Pharma ธุรกิจนี้มีบทบาทสำคัญในการขยายโอกาสการเข้าถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี OLIC ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความก้าวหน้า ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับผู้คนทั่วโลก พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกันภายใต้แนวคิด “Moving together with Trust”
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OLIC ได้ที่ https://www.olic-thailand.com/
อุตสาหกรรมสาธารณสุขยกระดับมาตรฐานอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด
คุณ Takefumi Sagara เผยว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเภสัชกรรมได้เผชิญกับความท้าทายใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความเข้มงวดของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) ที่เพิ่มสูงขึ้น และข้อกำหนด (Requirements) ที่มีความซับซ้อนและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในระดับโลกก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งความต้องการของตลาด (Demand) ยังปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในประเด็นด้านความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งภาคธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
นอกเหนือจากประเด็นปัจจัยภายนอกข้างต้นแล้ว ความต้องการภายในองค์กรเองก็มีความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน คุณ Takefumi Sagara ได้เล่าถึงประเด็น Digital Expectation ที่เปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ซึ่งทุกคนในองค์กรทั้งระดับผู้บริหารและพนักงานนั้น ต่างต้องการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว แม่นยำ และครบถ้วนยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวขยับตามความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของอุตสาหกรรมให้ได้
ยกเครื่องระบบ ERP อัปเกรดสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition ตอบโจทย์การออกรายงานในทุกมิติในแบบ Real-Time
จากความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และความต้องการในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ระบบ ERP เดิมที่ OLIC ใช้งานอยู่ ได้แก่ SAP ECC 6 ซึ่งมีการใช้งานมากว่า 10 ปี เริ่มไม่สามารถรองรับความต้องการดังกล่าวได้อย่างเพียงพอ ประกอบกับระบบ SAP ECC 6 กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาการสนับสนุน (End of Support) ด้วยเหตุนี้ OLIC จึงได้พิจารณานำระบบ ERP ใหม่มาใช้ เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในอนาคต
Credit: SAP
อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์การใช้งาน SAP ที่ผ่านมานั้น ทาง OLIC ก็ยังคงเชื่อมั่นในมาตรฐานของ SAP ในฐานะของการเป็น ERP ที่เชื่อถือได้ จึงตัดสินใจดำเนินโครงการการอัปเกรดสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition เพื่อมุ่งหวังในการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้
• แก้ไขปัญหาการออกรายงานทางธุรกิจช้า เนื่องจาก SAP ECC 6 นั้นใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิม จึงไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการในการเห็นข้อมูลทั้งองค์กรในแบบ Real-Time ได้ และการออกรายงานทางธุรกิจก็ช้าเกินกว่าความต้องการของผู้บริหาร
• เปลี่ยนการทำงานที่ยังคงเป็นแบบ Manual และเสี่ยงต่อการมีข้อมูลที่ผิดพลาด สู่ระบบที่มีความชัดเจน เนื่องจากธุรกิจมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระบวนการทำงานหลายส่วนจึงถูกเพิ่มเข้ามาในแบบ Manual และเกิดความผิดพลาดในการป้อนข้อมูลได้ ทำให้ต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการ
การอัปเกรดระบบ SAP ครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินงานในเชิงกลยุทธ์สำหรับ OLIC ที่ตั้งใจว่าจะวางรากฐานสำหรับอนาคตในระยะยาว ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเป็นข้อๆ โดยคาดหวังว่าหลังจากอัปเกรดระบบแล้ว OLIC จะต้องสามารถควบคุมการดำเนินงานในธุรกิจได้อย่างครอบคลุม และมีการจัดเก็บเข้าถึงข้อมูลธุรกิจได้อย่างครบถ้วน
ด้วยเหตุนี้ OLIC จึงให้ความสำคัญต่อการทำ Governance, Risk Management และ Compliance เป็นอย่างมาก เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพของการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก ส่งผลให้การอัปเกรด SAP ครั้งนี้จะต้องสามารถครอบคลุมถึงการทำ Integration, Procurement, Production และ Quality Management ได้อย่างครบวงจรภายในระบบเดียว สามารถต่อยอดสู่การทำ Automation ได้เพื่อสร้างความยั่งยืนในเชิงธุรกิจ
ร่วมงานกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) มั่นใจในความสำเร็จของโครงการอัปเกรดระบบ SAP
จากความสำคัญของโครงการที่อยู่ในระดับเชิงกลยุทธ์ ทำให้ OLIC ต้องคัดเลือก SAP Implementer ที่มีทั้งความสามารถและประสบการณ์ ซึ่ง OLIC ก็ตัดสินใจร่วมงานกัน NTT DATA Business Solutions (Thailand) หรือ NDBS Thailand ซึ่งสามารถสนับสนุน OLIC ได้อย่างครบถ้วนทั้งในเชิงของธุรกิจและเทคโนโลยี ไปจนถึงการดำเนินโครงการให้ประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่น
Credit: SAP
ในการดำเนินโครงการนี้ NDBS Thailand ได้มีบทบาทในการร่วมบริหารโครงการ วางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน โดยสามารถให้คำปรึกษาแก่ OLIC ได้อย่างครอบคลุมทุกประเด็นจากความเชี่ยวชาญของทีมงาน และประสบการณ์ในการวางระบบ SAP สำหรับโรงงานเภสัชกรรม อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการอัปเกรด SAP เป็นอย่างดี จึงช่วยให้การวางแผน Go Live ลุล่วงได้ด้วยดี
คุณ Takefumi Sagara ระบุว่าหลังจาก Go Live แล้ว ผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนภายใน OLIC ก็มีด้วยกันหลายประการ เช่น

Credit: SAP
• Financial Closing สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น จากการมี Data Source ที่น่าเชื่อถือได้ ควบคุมความถูกต้องของข้อมูลได้ ทำให้รายงานทางการเงินมีความชัดเจนและน่าเชื่อถือขึ้น เป็น Economic Sustainability ช่วยให้สามารถวางแผนธุรกิจล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน
• Management Reporting เมื่อข้อมูลมีความแม่นยำมากขึ้น OLIC ก็บริหารธุรกิจได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น จากเดิมที ที่เคยต้องเสียเวลาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ปัจจุบันนี้ก็สามารถเชื่อถือ Single Source of Truth ของธุรกิจได้ ใช้เวลาในการออกรายงานเชิงธุรกิจน้อยลงมาก
• Production Planning การดำเนินงานมีระบบมากขึ้นจากการที่มีข้อมูลมากขึ้นในการวางแผน รวมถึงการทำ Data Integration ระหว่างฝ่ายของธุรกิจได้ และทราบถึงทั้งโอกาสและความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตขึ้น และสามารถปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
• Operation Speed จากในอดีตที่เคยมีงาน Manual หลายส่วน ทำให้ต้องเกิดกระบวนการในการตรวจสอบและต้องติดตาม ปัจจุบันนี้มีความชัดเจนโปร่งใสในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น ลดการทำงานซ้ำซ้อนลงได้หลายส่วน ซึ่งเมื่อทีมงานคุ้นเคยกับระบบใหม่แล้วก็มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
• IT Maintenance การย้ายระบบ ERP ขึ้นสู่ Cloud สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้ทีมงานฝ่าย IT มีเวลาในการปรับปรุง Security, Integration, Data Quality และ Continuous Improvement ได้มากขึ้น
ผลลัพธ์เหล่านี้ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ OLIC ที่ต้องการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการนั้นก็ย่อมเกิดจากการมีข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส และสามารถทำการตรวจสอบหรือ Audit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Credit: SAP
แนะข้อคิดโครงการ ERP การ Transform ที่ดีต้องวางแผนให้รอบด้าน และค่อยเป็นค่อยไป
คุณ Takefumi Sagara ได้ทิ้งท้ายถึงข้อคิดแก่ธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการดำเนินโครงการระบบ ERP ด้วยกัน 3 ประเด็น
1. การทำ Business Transformation ด้วยโครงการ ERP นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่งาน IT เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งในเชิงของธุรกิจและเทคโนโลยี
2. การดำเนินโครงการ ERP นั้นมีหัวใจสำคัญคือการกำหนด Master Data ที่ชัดเจน และการวางแผนในการทำ Change Management ทั่วทั้งองค์กรให้ครบทุกภาคส่วน
3. หลังจากการ Go Live ระบบ ERP แล้ว ไม่ควรเร่งขยายระบบทันที แต่ควรจะใช้เวลาให้ทั้งองค์กรคุ้นเคยกับการทำงานรูปแบบใหม่ จนธุรกิจสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคงเสียก่อน
เกี่ยวกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.
บริษัท NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. ภายใต้กลุ่ม บริษัท NTT DATA ผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก และเป็นผู้นำทางด้าน Digital Transformation และเป็นสมาชิก SAP Global Partner ที่พร้อมคำปรึกษาและบริการด้านการออกแบบ พัฒนา ติดตั้งโซลูชัน SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ
สำหรับธุรกิจที่ต้องการปรึกษาด้านโซลูชั่น SAP Business Suite S/4HANA Cloud หรือโซลูชันอื่นๆ ของ SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น NTT DATA Business Solutions Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02-2370553-58 หรือติดตาม ได้ที่ email: marketing-solutions-th@nttdata.com หรือ www.nttdata-solutions.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon